วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนเพชรบุรีเฮ น้ำแห้ง ใต้ฝนตกหนัก

‘พัทลุง’จม นครฯอ่วม ตรังสุดทน ขายบ้านทิ้ง

ภาคใต้อ่วมหนักฝนถล่มอย่างต่อเนื่องเกิดนํ้าท่วมหลายพื้นที่โดย เฉพาะพัทลุง ระดับน้ำขยายวงกว้างท่วมทุกอำเภอ ส่วนเมืองคอนถนนเกือบทุกสายกลายเป็นคลอง เช่นเดียวกับยะลา ถูกน้ำป่าถล่มหลายพื้นที่ ส่วนปัตตานีหวิดเกิดโศกนาฏกรรมน้ำจากอ่างบนเทือกเขาสันกาลาคีรีถล่มลงมาชั้นน้ำตกโชคดีไม่มีคนเล่นน้ำ ส่วนพื้นที่ใกล้เคียงหนีทันปลอดภัย สำหรับเมืองเพชร กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

จากฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวันเพราะอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนล่าง ส่งผลให้พื้นที่ภาคใต้ถูกน้ำท่วมหลายจังหวัดโดยผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวันที่ 26 พ.ย.ว่า พื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ฝนตกต่อเนื่องตลอดทำให้เกิดน้ำไหลหลาก ท่วมขังและน้ำล้นตลิ่งหลายพื้นที่ อาทิ อ.ชะอวด หมู่ 1, 2, 3, 4, 8 ต.วังอ่าง หมู่ 1, 3, 7 ต.ควนหนองหงส์ หมู่ 2, 3, 7 ต.เกาะขันธ์ และหมู่ 1, 2, 3, 4, 5 ต.เขาพระทอง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 160 ครัวเรือน นอกจากนี้ โรงเรียนบ้านกาโห่ใต้กับโรงเรียนบ้านทุ่งโป๊ะ ต.ควนหนองหงส์ ถูกน้ำท่วมหนักเช่นกัน ส่วนอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำใสได้พร่องน้ำเหลือประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ จากความจุ 80 ล้าน ลบ.ม. ยังรองรับน้ำได้อีกประมาณ 55 ล้าน ลบ.ม.

ส่วน อ.บางขัน น้ำท่วมขังหมู่ 2, 10, 16 ต.บ้านลำนาว หมู่ 11 ต.บ้านนิคมและถนนสายควนหัวไทร-บ้านไสถั่ว ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนถนนพังเสียหายไม่สามารถสัญจรได้ ขณะ อ.ทุ่งสง น้ำท่วมขัง หมู่ 1-11 ต.กะปาง หมู่ 4, 5, 6, 9 ต.เขาโร ตามด้วย อ.ร่อนพิบูลย์ น้ำท่วมขังที่หมู่ 5, 7 ต.เสาธง กับหมู่ 2, 5, 6 ต.ควนชุม ซึ่งหน่วยงานต่างๆทั้งอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพร้อมแจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับของพื้นที่อื่นๆในทุกอำเภอฝนยังตกอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำในลำคลองสายต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นตลอด

ที่ จ.พัทลุง เมื่อคืนที่ผ่านมา ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ เช่น อ.ควนขนุน อ.เขาชัยสน อ.ปากพะยูน อ.ศรีบรรพต อ.กงหรา และ อ.เมืองพัทลุง ล่าสุดน้ำป่าจากพื้นที่ อ.กงหรา ไหลทะลักเข้าท่วมในพื้นที่ อ.เมืองพัทลุง และทำให้คันคลองนาท่อม หมู่ 8 ต.โคกชะงาย อ.เมืองพัทลุง ถูกซัดขาดยาวประมาณ 15 เมตร ส่งผลให้น้ำทะลักเข้าท่วมในพื้นที่เขตเมืองพัทลุง ใน ต.โคกชะงาย ต.นาโหนด ต.ปรางหมู่และพื้นที่ริมทะเลสาบสงขลาในพื้นที่ ต.ลำปํา ต.ชัยบุรี ต.พญาขัน โดยเฉพาะถนนในหมู่ 10 ต.ชัยบุรี ระดับน้ำท่วมสูงถึง 1.50 เมตร

ส่วน ต.คลองเฉลิม ต.ชะรัด อ.กงหรา ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ และ ต.ตะแพน ต.เขาย่า อ.ศรีบรรพต ถูกน้ำท่วมหนักเช่นกัน โดยเฉพาะถนนสายโพธิ์ทอง-เขาปู่ อ.ศรีบรรพต ระดับน้ำสูงถึง 1.20 เมตร ระยะทางประมาณ 1 กม. สำหรับ อ.ควนขนุน น้ำป่าไหลทะลักจากเทือกเขาบรรทัดพื้นที่ อ.ศรีบรรพต เข้าท่วมในหลายพื้นที่ ประกอบด้วย ต.ชะมวง ต.ควนขนุน ต.นาขยาด และ ต.พนางตุง โดยเฉพาะวัดล้อ หมู่ 9 ต.ชะมวง ระดับน้ำในวัดสูงถึง 1.50 เมตร ทำให้พระในวัดไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้ ส่วนในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง น้ำได้ท่วมขังในหมู่บ้านตำนานนิเวศน์ ชุมชนบ้านนางลาดและโรงเรียนวัดนางลาด ล่าสุดระดับน้ำเพิ่มขยายวงท่วมทุกอำเภอแล้ว

ขณะเดียวกัน ที่ศาลากลางจังหวัดพัทลุง นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผวจ.พัทลุง เป็นประธานประชุมหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมพร้อมมอบหมายให้ชลประทานจังหวัดพัทลุงติดตั้งเครื่องสูบน้ำในเขตเทศบาลเมืองพัทลุงเพิ่มอีกหลายจุด รวมทั้งการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำบริเวณสะพานปากประ พื้นที่รอยต่อระหว่าง อ.เมืองพัทลุงกับ อ.ควนขนุน เพื่อเร่งผลักดันน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว

ที่ จ.ยะลา ฝนยังตกอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมหลายพื้นที่ บางแห่งรถเล็กไม่สามารถแล่นผ่านได้ และที่หมู่ 6 บ้านกาสังใน ต.ตาเนาะปูเต๊ะ อ.บันนังสตา ดินภูเขาสไลด์ถล่มลงมาทับเส้นทางเข้าหมู่บ้าน ทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนต้องเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น นอกจากนี้ พื้นที่บ้านเงาะกาโป หมู่ 3 ต.บันนังสตา น้ำป่าจากภูเขาหลากเข้าท่วมบ้านเรือนหลายหลัง ต่อมานายธราวุธ ช่วยเกิด นอภ.บันนังสตา พ.ต.อ.มุสตอพา มะนิ ผกก.สภ.บันนังสตาระดมกำลังเข้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ส่วน อ.รามัน น้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขากาลอ ต.กาลอ และเขตติดต่อ อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมทางหลวงสายยะลา-โกตาบารู หมู่ 1 ต. โกตาบารู ระดับน้ำสูงร่วม 50 ซม. และ อ.เมืองยะลา น้ำป่าทะลักท่วมหมู่ 5 ต.พร่อน และถนนสายยะลา-ลำใหม่ เป็นช่วงๆ นายมะรอบี ดือเระ นายก อบต.พร่อน สั่งเจ้าหน้าที่ร่วมกับหน่วยกู้ภัยพร่อนคอยอำนวยความสะดวกการจราจร

ด้าน จ.นราธิวาส แม้ว่าฝนตกหนักติดต่อกันแต่ยังไม่ทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสายหลัก 3 สายเพิ่มมากขึ้นปริมาณน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งโดยเฉลี่ย 2 เมตร แต่ที่บ้านตันหยง หมู่ 10 ต.สากอ อ.สุไหงปาดี น้ำเริ่มเข้าท่วมพื้นที่ ซึ่งนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นอภ. สุไหงปาดี สั่งการให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความ ปลอดภัยหมู่บ้าน รวมทั้งอาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอสุไหงปาดี เฝ้าระวังและคอยสังเกตการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง หากพบว่าอยู่ในสภาวะขั้นวิกฤติ ให้รีบแจ้งทางอำเภอให้รับทราบทันทีเพื่อที่จะได้เร่งทำการช่วยเหลืออพยพชาวบ้านต่อไป

ขณะที่ จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว ต.ทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า อ่างเก็บน้ำบนเทือกเขาสันกลาคีรี ไม่สามารถกักเก็บน้ำที่มีจำนวนมากไว้ได้ทำให้น้ำไหลทะลักบริเวณแหล่งท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาวอย่างรุนแรง เจ้าหน้าที่อุทยานฯรีบแจ้งให้ประชาชนที่อยู่โดยรอบหรือบริเวณใกล้ทางน้ำตกให้รีบอยู่ในที่ปลอดภัย รวมทั้งประชาสัมพันธ์ประชาชนมาท่องเที่ยวในช่วงนี้ให้อยู่แต่ในจุดที่ปลอดภัยเช่นกัน โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตราย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เหตุน้ำป่าถล่มลักษณะนี้ ยังไม่เคยเกิดในพื้นที่แห่งนี้ และครั้งนี้ถือว่าโชคดีที่ไม่มีประชาชนลงเล่นน้ำ อีกทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานฯทุกคนระดมออกประกาศให้ประชาชนรีบหนีพ้นทางน้ำพร้อมกระจายกำลังไปตามจุดต่างๆ เพื่อระวังป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น กระทั่งน้ำป่าได้ลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติและทางอุทยานฯได้ติดประกาศให้ประชาชนระมัดระวังและห้ามเข้าไปยังจุดอันตรายที่ประกาศเตือนไว้

ขณะที่สภาพอากาศในพื้นที่ จ.ปัตตานี ฝนยังคงตกหนักทุกพื้นที่ใน 12 อำเภอ ซึ่งตลอด 3 วันหลายพื้นที่มีน้ำท่วมขัง ทั้งพื้นที่ลุ่มและบนถนน เนื่องจากน้ำระบายไม่ทัน เช่น ถนนในเขตเมืองปัตตานี หลายสายมีน้ำท่วมขังและสูง ถนนในเขตเทศบาลนาประดู่ อ.โคกโพธิ์ ทั้งสอง 2 เลนถูกน้ำท่วมสูงเป็นระยะทางกว่า 5 กม. รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่หมู่ 3 บ้านบาโงยือริง อ.สายบุรี ต้นไม้ใหญ่ล้มทับบ้านเรือนเสียหาย 1 หลังแต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ส่วนนายวีรนันทน์ เพ็งจันทร์ ผวจ.ปัตตานี ได้สั่งการให้นายอำเภอทั้ง 12 อำเภอออกสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมครั้งนี้และให้เตรียมกำลังความพร้อมเพื่อเข้าช่วยเหลือโดยเร็วพร้อมกับแจ้งให้ประชาชนเฝ้าระวังโดยเฉพาะบ้านเรือนที่มีสภาพเก่าเกรงจะได้รับอันตรายเนื่องจากช่วงนี้มีพายุลมแรงเกรงบ้านจะพังลงมาและประชาชนที่อาศัยอยู่แนวชายฝั่งให้ระวังคลื่นลมแรงด้วย และให้ชาวประมงงดออกหาปลาในช่วงนี้เพื่อความปลอดภัย

ที่ จ.สงขลา น้ำยังท่วมหลายพื้นที่และถนนเชื่อมระหว่างอำเภอบางสายถูกน้ำท่วมสูงรถเล็กไม่สามารถผ่านได้โดยเฉพาะบ้านคลองยาเหนือ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา น้ำป่าได้ไหลเข้าท่วมถนนสายคลองยาเหนือซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่าง ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ กับ ต.นาม่วง อ.นาหม่อม ระดับน้ำสูง 50 ซม.และไหลเชี่ยวรถเล็กไม่สามารถผ่านได้ และบ้านเรือนหลายหลังรวมทั้งร้านค้าถูกน้ำท่วมฉับพลัน นอกจากนี้ เส้นทางถนนกาญจนวนิชบริเวณสี่แยกคลองหวะ ระหว่าง อ.หาดใหญ่-อ.สะเดา ถูกน้ำท่วมสูง ส่วนเส้นทางรถไฟระหว่างสถานีรถไฟหาดใหญ่-คลองแงะ ระดับน้ำลดลงสู่ภาวะปกติ รถไฟสามารถวิ่งได้ตามปกติ

จ.ตรัง น้ำท่วมขยายวงกว้างในหลายอำเภอรวมทั้งถนนสายตรัง-พัทลุง บริเวณ ต.ละมอ อ.นาโยง ระดับน้ำสูงประมาณ 30-50 ซม. ท่วมถนนทั้งสองฝั่งยาวประมาณ 1.5 กม. ส่งให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาว ขณะเดียวกันประชาชนได้เตรียมรับมือโดยขนของขึ้นไปไว้ที่สูงและมีการซื้อข้าวสาร อาหารแห้ง กักตุนไว้แล้วบางส่วน เพราะปีนี้เจออุทกภัยน้ำท่วมหนักมาถึง 3 รอบแล้ว สร้างความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ชาวบ้านบางรายถอดใจยอมขึ้นป้ายประกาศขายบ้านในราคาถูกกันแล้ว ในขณะที่ชาวบ้านบางส่วนพลิกวิกฤติเป็นโอกาสหารายได้จากการ “ยกยอ” หาปลาช่วงน้ำท่วมด้วย

สำหรับ จ.เพชรบุรี สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ ถนนเพชรเกษม ทั้งขึ้นและล่องน้ำแห้งแล้ว รถวิ่งสัญจรได้เป็นปกติ ส่วนภายในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี ถนนสายหลักทุกสายภายในเขตเทศบาล เมืองเพชรบุรี น้ำลดจนแห้งหมดทุกสาย ประชาชนเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือนและเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองเพชรบุรี เร่งนำสิ่งกีดขวางและขนเศษขยะหลังน้ำลดออกจากเส้นทาง

ส่วนพื้นที่ อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี หลังการ ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำของกรมชลประทานและเรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือปรากฏว่าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทำให้การระบายน้ำใน อ.บ้านแหลมลงสู่ทะเลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้แทบไม่มีผลกระทบจากปริมาณน้ำ 350 ลบ.ม./วินาทีที่ผ่าน นอกจากนี้ชาวบ้านต่างชื่นชมการทำงานของทั้งสองหน่วยงานและอำเภอบ้านแหลมที่ทำการขุดลอกคูคลองและสิ่งกีดขวางทางน้ำไว้ล่วงหน้า จนทำให้การผลักดันน้ำที่ปากทะเลเป็นไปอย่างเห็นผลได้ชัดเจน และรวดเร็ว

นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่า กรณีน้ำท่วมเส้นทางเดินรถระหว่างสถานีหาดใหญ่-คลองแงะ ล่าสุดระดับน้ำได้ลดลงแล้วทำให้ รฟท.สามารถเปิดการเดินรถได้ตามปกติแล้ว ทั้งนี้ รฟท.ได้สั่งการ ให้ ฝ่ายการช่างโยธาจัดเจ้าหน้าที่บำรุงทางทุกแขวงทุกตอน เฝ้าระวังและตรวจสอบระดับน้ำและความมั่นคงของสภาพทางอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเตรียมพร้อมด้านเครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุทาง หินโรยทาง หน่วยเครื่องกลบำรุงทางหนักให้สามารถเข้าดำเนินการแก้ไขได้ทันทีเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่าประเทศ ไทยตอนบนมีอากาศเย็นถึงหนาว ส่วนในภาคเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นไว้ด้วย นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศ “ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ว่า มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย พื้นที่ที่คาดว่าได้รับผลกระทบมีดังนี้ ในช่วงวันที่ 26-28 พ.ย. บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

เย็นวันเดียวกัน หน่วยกู้ภัยแกลง ประจำจุดแหลมแม่พิมพ์ ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง รับแจ้งมีเรือนักท่องเที่ยวล่มอยู่กลางทะเล มีเด็กหลายคนลอยคออยู่ในน้ำระหว่างเกาะกุฏีกับหน้าวังแก้ว ห่างฝั่งประมาณ 3 กม. รีบประสานเรือยางตรวจชายฝั่งของเทศบาลตำบลสุนทรภู่และเรือตรวจการณ์ กรมทรัพยากรและชายฝั่งตะวันออกไปที่เกิดเหตุ พบกลุ่มนักท่องเที่ยวลอยคอกลางทะเล 9 คนและทุกคนสวมเสื้อชูชีพเกาะกลุ่มกันอยู่ ในจำนวนนี้มีเด็กเล็กอายุ 3 ขวบ 1 คน เด็กชาย 4 คน เด็กหญิง 2 คน นายชวลิต บ่าวาฬ คนขับเรือและภรรยา จึงช่วยขึ้นเรือปลอดภัยหมดทุกคน สอบถามนายชวลิตกล่าวว่า เป็นเจ้าของและคนขับเรือ วันหยุดได้พาภรรยาพร้อมลูกหลานรวม 9 คน นั่งเรือออกไปเที่ยวเกาะทะลุ ขากลับมีคลื่นลมแรงโถมใส่เรือจนเรือแตกน้ำเข้าเต็มเรือและจมในที่สุด โชคดีทุกคนสวมเสื้อชูชีพไม่จมน้ำและได้รับการช่วยเหลือจนปลอดภัย