วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สุดสลด! สาว นศ.ปี 3 ซ้อนท้าย จยย.เพื่อน ถูกรถเมล์สาย 84 ทับดับอนาถ

สุดสลด! สาว นศ.ปี 3 มหาวิทยาลัยชื่อดัง ย่านฝั่งธนบุรี ซ้อน จยย.เพื่อนชาย ไปทำรายงานบ้านเพื่อน ขากลับถูกรถเมล์ สาย 84 ทับดับอนาถคาล้อ ร่างแหลกแหลว 


เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 26 พ.ย. พ.ต.ท.เปรม จันทโชติ สว. (สอบสวน) สน.หลักสอง รับแจ้งเหตุรถเมล์ทับผู้เสียชีวิต บริเวณจุดกลับรถด้านหน้าปากซอยเพชรเกษม 94 แขวงหลักสอง เขตบางแค กทม.จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุ อยู่บนถนนช่องทางเดินรถด้านซ้ายสุด พบรถประจำทาง ขสมก.สาย 84 สีครีม-แดง ทะเบียน 12-0758 กรุงเทพมหานคร เลขข้างรถ 6-50470 วิ่งระหว่างอ้อมใหญ่-คลองสาน จอดอยู่ โดยที่ล้อหลังรถด้านขวา ทับร่าง น.ส.จันทร์ทา มาเยอะ อายุ 21 ปี ชาว จ.เชียงราย ปัจจุบันเป็นนักศึกษาปี 3 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยสยาม สภาพศพสวมเสื้อยีนส์แขนยาว นุ่งกางเกงยีนส์ และใส่หมวกนิรภัยสีดำ มีบาดแผลถูกล้อทับที่ศีรษะและลำตัวจนร่างแหลกเหลว ห่างไปทางท้ายรถเมล์ 5 เมตร พบ รถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นนูโว สีน้ำเงิน ทะเบียน ษบบ 171 กรุงเทพมหานคร ที่ผู้ตายโดยสารมาพลิกคว่ำอยู่ จำนวน 1 คัน เจ้าหน้าที่จึงเก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนนำร่างผู้ตายมอบให้นิติเวช รพ.ศิริราช เพื่อผ่าชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง


จากการสอบสวน นายสมชาย เจริญทรง อายุ 45 ปี โชเฟอร์รถ ขสมก.ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ขับรถออกจากอู่ย่านอ้อมใหญ่ มีผู้โดยสารนั่งมาเต็มคัน ในระหว่างที่การจราจรกำลังติดขัดรถเคลื่อนตัว สลับกับหยุดนิ่งนั้น ตนรู้สึกเหมือนรถตนเองทับอะไรบางอย่าง จึงรีบหยุดรถ พอลงไปดูก็พบว่า มีร่างผู้ตายติดอยู่ที่ล้อหลังด้านขวาแล้ว จากการที่ตนสอบถามชาวบ้านที่อยู่ในละแวกดังกล่าวทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตาย นั่งซ้อน รถ จยย.ของเพื่อนผู้ชาย มาตามช่องทางเดินรถที่สอง ก่อนที่ รถ จยย.จะชนท้ายเข้ากับรถกระบะคู่กรณีอีกคัน แล้วร่างผู้ตายก็ไถลเข้ามาที่ล้อรถประจำทางที่ตนเองขับอยู่  เบื้องต้นตนจึงรีบโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

ด้าน พ.ต.ท.เปรม กล่าวว่า โชคดีที่เพื่อนชายของผู้ตายรอดชีวิตได้หวุดหวิด ทราบชื่อต่อมา คือ นายทักษพงศ์ วรพรวิพุธ อายุ 21 ปี ซึ่งเป็นนักศึกษาอยู่ห้องเรียนเดียวกัน โดยขณะนี้ นายทักษพงศ์ มีอาการบาดเจ็บที่ใบหน้า และปวดศีรษะจากการกระแทก ยังคงมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้การได้เพียงว่า ก่อนเกิดเหตุเพิ่งกลับจากไปทำรายงานกลุ่มกับเพื่อนๆ ที่ซอยเพชรเกษม 81 และกำลังพาผู้ตายซ้อนท้ายติดรถกลับบ้านพักย่านสำเหร่ เท่านั้น ซึ่งในเบื้องต้น ยังไม่แจ้งข้อหากับผู้ใดแต่ได้เชิญตัวทุกฝ่าย ทั้งโชเฟอร์รถ ขสมก. เจ้าของรถกระบะ จำนวน 2 คัน ที่จอดอยู่ใกล้เคียงกับรถ จยย.ของ นายทักษพงศ์ ขณะเกิดเหตุ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปสอบสวนที่โรงพัก จากนั้นจะแจ้งข้อหากับผู้ที่เกี่ยวข้อง ต่อไป.