วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ครอบครัวน้องเมย แถลงยังข้องใจตับ-ม้ามคั่งเลือด วอนคนไม่หวังดีหยุดใส่ร้าย (คลิป)

ครอบครัวตัญกาญจน์ แถลงข่าว ขอบคุณนายกฯ และทุกฝ่ายรับปากให้ความเป็นธรรม รอความกระจ่างสิ้นใจเพราะอะไรแน่ หากผลสรุปว่า “น้องเมย” ถูกทำร้าย ขอให้นำตัวคนผิดมาลงโทษ เผย ยังติดใจทำไมตับ-ม้ามคั่งเลือด ทั้งที่ห่างจากจุด CPR

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 พ.ย. 60 นายพิเชษฐ พร้อมด้วย นางสุกัลยา และ น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พ่อแม่ และพี่สาวของ “น้องเมย” หรือ นายภคพงษ์ ตัญกาญจน์ นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ที่เสียชีวิต เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนที่ จ.ชลบุรี อีกครั้ง เพื่อกล่าวขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รวมทั้ง พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ให้โอกาสกับทางครอบครัวและรับปากว่าจะให้ความเป็นธรรม โดยสิ่งที่ครอบครัวอยากฝากไปยังผู้ใหญ่ทั้ง 3 ท่านคือ การสร้างความกระจ่างเรื่องสาเหตุการเสียชีวิต รวมทั้งหากเกิดจากการถูกกระทำให้เสียชีวิต ขอให้นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ พร้อมขอร้องให้ผู้ไม่หวังดีหยุดการให้ร้ายผู้ตายว่าฆ่าตัวตายเอง หรือแม้แต่เกิดจากโรคประจำตัว 

นายพิเชษฐ กล่าวยืนยันว่า การออกมาให้ข่าวต่างๆ ไม่มีจุดประสงค์ที่จะโจมตีกองทัพ หรือโรงเรียนเตรียมทหาร ให้ได้รับความเสียหาย เพียงแต่ต้องการเรียกร้องให้บุคลากรในโรงเรียนไม่ปล่อยปละละเลยผู้อยู่ในการดูแลจนเกิดเรื่องน่าเศร้า และหลังจากนี้ ครอบครัวก็จะยังคงเดินหน้าหาความจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต เพื่อให้ได้ความกระจ่างต่อไป

“ขณะนี้ครอบครัวได้รับความเห็นใจ เมตตาจากทั้งผู้ใหญ่ และผู้คนทั่วไปที่ได้ติดตามข่าวสารที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งในจุดนี้เราขอขอบคุณจากหัวใจ หลายคนที่ไม่เคยรู้จักกับเรามาก่อน เมื่อเจอเราทั้งที่โรงพยาบาล หรือแม้แต่ในตลาด ก็พากันเข้ามาให้กำลังใจ และบอกให้สู้เพื่อหาความจริงให้ได้เพราะทุกคนก็รอฟังข่าวอยู่ เช่นเดียวกับทีม Motor Sport ที่เกิดจากการการรวมตัวของกลุ่มนักแข่งรถ ก็แจ้งมาว่าพร้อมจะระดมทุนช่วยเราในเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับใช้ในทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อพิสูจน์หาความจริงว่า น้องเมย เสียชีวิตด้วยเหตุใด”

ด้าน น.ส.สุพิชา เผยว่า ขณะนี้ครอบครัวได้รับเอกสารผลการชันสูตรร่างกาย น้องเมย จากสถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า ซึ่งเป็นสถาบันแรกที่ทำการผ่าพิสูจน์แล้ว 2 แผ่น เบื้องต้น พบว่ากระดูกซี่โครงซี่ที่ 4 ด้านขวาหัก ตรงกันกับข้อมูลเดิม แต่สิ่งที่ครอบครัวสงสัยเพิ่มเติมคือ ผลการชันสูตรในครั้งแรกเรื่องการตรวจสอบชิ้นเนื้อทางกล้องจุลทรรศน์บริเวณตับ พบมีการคั่งเลือดเล็กน้อย เช่นเดียวกับม้าม ซึ่งจุดนี้ค่อนข้างอยู่ห่างจากจุดที่ทำ CPR

“เราต้องชมทีมแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ ก่อนว่าการทำ CPR 4 ชั่วโมงที่ทุกคนบอกว่ามันเป็นการทำงานที่หนักและมาราธอน เพราะทางครอบครัวได้ร้องขอให้แพทย์ช่วยปั๊มหัวใจจนกว่าจะเดินทางจาก จ.ชลบุรี ไปถึง จ.นครนายก ซึ่งเราต้องขอขอบคุณเป็นอย่างสูง แต่เมื่อเราได้เล่าข้อเท็จจริงนี้กับแพทย์ศัลยกรรมอุบัติเหตุที่ให้ความกรุณากับครอบครัว ท่านยืนยันว่า แม้การทำ CPR จะยาวนานถึง 4 ชั่วโมง ก็ไม่น่าจะกระทบถึงม้ามและตับ ก็เป็นเรื่องที่ต้องหาคำตอบต่อไป เช่นเดียวกับกรณีที่แพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎฯ บอกว่าเซลล์หัวใจของน้องโตกว่าเด็กปกติ ซึ่งหากน้องเสียชีวิตโดยภาวะหัวใจโต เรายอมรับได้ว่าเกิดจากตัวโรค ส่วนการมีรอยช้ำประกอบกับอาการหัวใจโต ต้องสืบหาว่าเกิดจากการถูกทำร้าย หรือสาเหตุใด เพราะวันที่ 13 ต.ค. ก่อนเสียชีวิต ทางครอบครัวพาน้องไปตรวจร่างกายที่ รพ.สมิติเวช ศรีราชา จากอุบัติเหตุตกบันได ก็ได้เข้าเอกซเรย์ช่วงปอดพบว่าในจุดที่เป็นรอยโล่ง ไม่มีสิ่งใดผิดปกติ ขณะที่ขนาดของหัวใจถูกระบุว่าเท่าปกติเช่นคนทั่วไป และไม่มีจุดใดบ่งชี้ว่าผนังหัวใจโตหรือผิดปกติ ซึ่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ยังคงให้ความเป็นธรรมเช่นเดิม และที่ว่าเมื่อจะเริ่มผ่าชิ้นส่วนน้อง จะอนุญาตให้เมี่ยง และน้าสาวซึ่งเป็นพยาบาลเข้าดูได้ ก็คงจะได้มีโอกาสถามว่าอาการหัวใจโตเกิดจากอะไร”

นอกจากนี้ น.ส.สุพิชา ยังเผยถึงกรณีที่กลุ่ม Motor Sport พร้อมระดมทุนช่วยในเรื่องค่าใช้จ่ายด้านการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ในรอบที่ 2 ที่อาจมีค่าใช้จ่ายสูง ว่า ทางครอบครัวซาบซึ้งและขอขอบคุณ แต่เนื่องจากขณะนี้การตรวจพิสูจน์ทั้งดีเอ็นเอ และรายละเอียดต่างๆ ที่ค่อนข้างยาก สามารถทำได้ในประเทศไทย จึงเชื่อว่าค่าใช้จ่ายไม่น่าจะสูงจนเกินไป และที่สำคัญ ขั้นตอนต่างๆ ได้รับการอนุเคราะห์จากทางกระทรวงยุติธรรม ที่จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดแล้ว สอดคล้องกับการเปิดเผยของ นางสุกัลยา ที่ว่าได้รับการยืนยันจากแพทย์ศัลยกรรมอุบัติเหตุ ที่หวังดีโทรศัพท์มาอธิบายรายละเอียดว่า จากประสบการณ์การเป็นแพทย์ศัลยกรรมประจำห้องฉุกเฉิน ไม่ว่าจะเป็นรถชน หรือกรณีอื่นๆ ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการผิดปกติเรื่องซี่โครงหัก น่าจะเกิดจากการอัดกระแทกอย่างแรง เพราะการ CPR ไม่สามารถทำให้กระดูกซี่โครงหักได้ เช่นเดียวกับไม่น่าจะทำให้ม้ามเกิดการคั่งเลือด แต่สิ่งที่จะทำให้เกิดได้คือการถูกหัวเข่ากดขณะทำ CPR เท่านั้น 

ส่วนกรณีที่มีการโจมตีเรื่องจดหมายที่ น้องเมย เขียนถึงเพื่อนที่กำลังจะลาออกจากโรงเรียน ได้ขอให้กลุ่มผู้ปกครองนักเรียนอย่าโจมตีครอบครัวของอดีตนักเรียนเตรียมทหารดังกล่าว เพราะจดหมายที่ได้รับเป็นเพียงการให้กำลังใจซึ่งกันและกันเท่านั้น ส่วนที่เป็นข่าวอีกครั้ง ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจทำให้โรงเรียนเสียหายแต่อย่างใด.