วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไก่เนื้อตลาดไม่มีวันตาย

หลังวิกฤติไข้หวัดนกปี 2547 ไก่เนื้อของไทยมีมาตรการคุมเข้มเรื่องโรคเป็นอย่างดี จนได้รับการยอมรับจากตลาดโลก การบริโภคเพิ่มทั้งในประเทศและส่งออก ยิ่งมีการพัฒนาการเลี้ยงจนได้มาตรฐาน ทำให้อุตสาหกรรมไก่เนื้อเติบโตมาตลอด จนไทยติดอันดับต้นๆของโลก

ตั้งแต่ปี 2555-2559 การผลิตไก่เนื้อของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยปีละ 6.8% ปี 2559 ไทยมีปริมาณผลผลิตไก่เนื้อเพิ่มขึ้น 1.3% เมื่อเทียบจากปีก่อนหน้า โดยมีปริมาณการผลิต 1,550 ล้านตัว คิดเป็นปริมาณเนื้อไก่ 2.48 ล้านตัน

แต่ผลผลิตส่วนใหญ่กว่า 90% เป็นของผู้ประกอบการรายใหญ่ไม่กี่รายที่ดำเนินธุรกิจครบวงจร ในรูปแบบเกษตรพันธสัญญา ที่เหลือเป็นของเกษตรกรรายย่อย

ข้อดี...เกษตรกรที่เข้าร่วมส่วนใหญ่ เพราะมีรายได้ดีกว่า ได้ราคาชัดเจน ไม่มีความเสี่ยงด้านการตลาด แถมได้องค์ความรู้ทุกด้านจากบริษัทเจ้าของโครงการ แต่ต้องแลกกับความมีอิสระในการเลี้ยง และการลงทุนที่ค่อนข้างสูง

แต่การเลี้ยงในเชิงพาณิชย์เช่นนี้ เน้นไปที่ปริมาณเป็นหลัก ใช้ระยะเลี้ยงแค่เดือนเศษได้น้ำหนักตัว 1.8-2 กก. จับขาย...ด้วยได้ไก่ที่ยังไม่โตเต็มที่ เนื้อหนังเลยอ่อนนุ่ม รสชาติสู้ไก่บ้านไม่ได้ มีไขมันค่อนข้างสูง เพราะถูกเลี้ยงโดยไก่ไม่ได้ออกกำลังกายเดินไปมาเหมือนไก่บ้าน

ด้วยเหตุนี้จึงเกิดการเลี้ยงไก่พื้นบ้านทั้งแบบปล่อยอิสระธรรมชาติ และแบบกึ่งขังกึ่งปล่อย แม้จะใช้เวลานานกว่าเลี้ยงแบบระบบปิดถึงเท่าตัว แต่ได้เนื้อไก่รสชาติอร่อยกว่า เนื้อเหนียวนุ่ม มีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่า มีคอเลสเทอรอลต่ำ ผู้บริโภคชอบมากกว่า ได้ราคาดีกว่า

ในที่สุดกลายเป็นตัวเลือกของเกษตรกรรายย่อย ใช้ต้นทุนน้อย ดูแลจัดการง่าย กอปรกับไก่พื้นบ้านได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาเป็นอย่างดี ทำให้ทนต่อสภาพการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศได้ดี ทนโรค การเลี้ยงแบบนี้จึงได้รับความนิยมทั้งในรูปแบบไก่เนื้อ ไก่สวยงาม และไก่ชน สร้างเงินสะพัดไม่ต่ำกว่าปีละ 34,936 ล้านบาท

พรุ่งนี้มาตามต่อ...คิดจะเลี้ยงไก่แบบบ้านๆ สายพันธุ์ไหนถึงให้กำไรมากสุด.

สะ-เล-เต