วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

6 เดือนวัดฝีมือ ครม.ชุดใหม่

เข้า 10 ออก 9 ครม. “ประยุทธ์ 5”

เป็นอันคลอดออกมาเรียบร้อย ครม.ชุดใหม่ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ คสช. คงได้เห็นหน้าตากันไปแล้ว

เข้าใหม่จำนวน 10 คน เอาออก 9 คน และยังมีการสลับสับเปลี่ยนเก้าอี้กันมากพอสมควร แต่สุดท้ายก็ถือว่ามุ่งสู่ภารกิจเพื่ออนาคต

อนาคตที่ว่านั้น ที่สำคัญก็คืออนาคตของประเทศชาติที่จะต้องเดินหน้าไปสู่ความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงโลก

อนาคตเล็กๆก็คือลมหายใจของ คสช.นี่แหละครับ...

หากจะว่ากันไปแล้ว ครม.ชุดใหม่นี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาดน่าจะเป็น ครม.ชุดสุดท้ายก่อนที่จะก้าวไปสู่การเลือกตั้งใหญ่

เข็มมุ่งสำคัญก็คือการเร่งผลักดันระเบียงเศรษฐกิจอีอีซี ซึ่งจะเป็นจุดสำคัญในการก้าวไปสู่ประเทศพัฒนาแล้ว

ที่สำคัญคือการมุ่งสู่ 4.0

ที่ทิ้งไปไม่ได้เป็นปัญหาติดคอหอยมาตลอดก็คือเศรษฐกิจรากหญ้า ซึ่งแม้ว่าจะมีมุมมองที่ต่างกันไป แต่เสียงของคนส่วนใหญ่และเกษตรกรนั้นพูดกี่ครั้งก็ไม่ต่างกันและเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขในจุดนี้

การปรับ ครม.จึงมุ่งเน้นไปที่กระทรวงเศรษฐกิจสำคัญ ไล่ตั้งแต่พาณิชย์ เกษตรฯ อุตสาหกรรม พลังงาน ที่เปลี่ยนกันแบบยกกระบิก็คือ กระทรวงเกษตรฯ ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญที่มุ่งสู่รากหญ้าเป็นการเฉพาะ

การนำนายกฤษฎา บุญราช มาเป็นรัฐมนตรีว่าการพ่วงด้วย 4 รัฐมนตรีช่วยคือ นายลักษณ์ วจนานวัช และนายวิวัฒน์ ศัลยกำธร 2 คนหลังนั้น พื้นฐานงานที่ผ่านมานั้น เกี่ยวข้องโดยตรงอยู่แล้ว

สำหรับนายกฤษฎานั้น ยังสงสัยกันว่าเป็นไงมาไงถึงได้มาเป็นตรงนี้ได้ เพราะที่ผ่านมาผ่านตำแหน่งสุดท้ายคือปลัดกระทรวงมหาดไทยไม่ได้เกี่ยวกับการเกษตรแม้แต่น้อย

สุดท้ายก็ได้คำตอบว่า เป็นคนทำงานเก่ง มนุษยสัมพันธ์ดี ผู้ว่าฯเกือบทุกจังหวัดพอใจ แม้จะมาจากสิงห์ทอง รามคำแหงก็ตาม

ระหว่างดำรงตำแหน่งปลัดมหาดไทยนั้น สามารถทำงานให้ลุล่วงได้อย่างดี โดยเฉพาะการประสานระหว่างส่วนกลางกับภูมิภาค ขยายผลประชารัฐของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี

ไม่เคยมีเรื่องเสียหายจึงการันตีความซื่อสัตย์สุจริต เพราะทุกวันนี้มีบ้านพักเป็นห้องแถวเล็กๆ ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทยมาก่อน

ว่าไปแล้วระดับนี้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีมหาดไทยได้สบายๆ

การขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งไปสู่รากหญ้า การแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรเพิ่มราคาสินค้าเกษตรน่าจะขยับไปในทิศทางที่ดีได้

ที่ผ่านมา ปัญหาขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐบาลภายใต้การนำ ของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ นั้น ถือว่ามีปัญหามากพอสมควร

แม้จะมีแนวคิดดี แต่เมื่อลงไปสู่การปฏิบัติไม่สามารถดำเนินการ ให้บรรลุได้ เพราะการทำงานเป็นทีม ไม่เป็นไปตามแนวคิดที่วางไว้

แต่กลายเป็นเรื่องของตัวบุคคลคิดเองทำเองจนไปกันคนละทาง

เรื่องนี้นายกฯเองก็รู้ดี และสุดท้ายก็ต้องตัดสินใจขยับเพื่อนออกจากจุดนี้เพื่อให้การทำงานด้านเศรษฐกิจไปด้วยกันอย่างเป็นระบบ

เพราะมิฉะนั้น จะเป็นอุปสรรคและกลายเป็น “จุดอ่อน” ซึ่งจะส่งผลต่อรัฐบาลและ คสช. โดยตรง ทั้งก้าวเดินต่อไปและอนาคตทางการเมืองหลังการเลือกตั้งด้วย

ก็ต้องลองดูกันต่อไปครับ...อย่างน้อย 6 เดือนก็พอจะวัดกันได้.

“สายล่อฟ้า”