วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ขยายอำนาจสู่จังหวัด?

การปรับใหญ่คณะรัฐมนตรี มีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีถึง 16 ตำแหน่ง ลดจำนวนรัฐมนตรีที่มาจากทหาร และเพิ่มรัฐมนตรีที่มาจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ อาจถูกมองว่าเป็นการเพิ่มสีสัน ให้มีความเป็นรัฐบาลพลเรือนมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน หัวหน้า คสช.ก็ใช้อำนาจมาตรา 44 ขยายอำนาจฝ่ายทหารในระดับภาคและจังหวัด ผ่านกลไก กอ.รมน.

คำสั่งหัวหน้า คสช.ระบุว่าในปัจจุบัน ภัยคุกคามความมั่นคงเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว มีความซับซ้อนและทำได้หลากหลายรูปแบบ จึงต้องแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) มีอำนาจหน้าที่รับมือภัยคุกคาม รวมทั้งการบรรเทาสาธารณภัย และให้ปรับปรุงกรรมการในคณะกรรมการ กอ.รมน.ภาคบางตำแหน่ง

เช่นให้อธิบดีอัยการในพื้นที่ที่อาวุโสสูงสุด แม่ทัพน้อย ผู้บัญชาการตำรวจ ภูธรภาค และผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็นรองประธานกรรมการ (โดยมีแม่ทัพภาคเป็นประธาน) ส่วน กอ.รมน.จังหวัด มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ผอ. มีเสียงวิจารณ์ว่าเป็นการดึงผู้ว่าฯมาอยู่ในกลไกของทหาร คือ กอ.รมน. และมีสถานะเป็น “ซุปเปอร์ผู้ว่าฯ” คุม 40 หน่วยราชการ

การแย่งชิงอำนาจและการนำ ในการปกครองหรือบริหารราชการแผ่นดิน ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ระหว่างทหารและฝ่ายพลเรือน ดำเนินมาโดยตลอด ในยุคของรัฐบาลทหาร จะใช้ กอ.รมน.เป็นกลไกสำคัญในการควบคุมการบริหารในต่างจังหวัด โดยมี กอ.รมน.ภาคเป็นกลไกสำคัญ มีแม่ทัพภาคเป็น ผอ.กอ.รมน.ภาค มีอำนาจเหนือฝ่ายพลเรือน

กอ.รมน.คือกลไกอำนาจของฝ่ายทหาร ซึ่งมีกองทัพบกเป็นผู้นำ มีอำนาจและบทบาทสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์ จนถึงการดับไฟใต้ แต่รัฐบาลเลือกตั้งเช่นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อปี 2553 ได้ออกกฎหมาย ศอ.บต.ฟื้นฟูอำนาจและการนำของฝ่ายพลเรือน ในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่วันนี้กลับไปเป็นรัฐบาลทหาร

จึงมีการแก้ไขกฎหมายการรักษาความมั่นคงภายในอีกครั้ง ขยายอำนาจทหารไปถึงระดับภาคและจังหวัด มีเสียงวิจารณ์จากบางฝ่ายว่า อาจเป็นการเตรียมการรองรับการเลือกตั้งคราวหน้า มีการดึงฝ่ายอัยการเข้าสู่ กอ.รมน.ด้วย และยังขยายขอบเขตการรักษาความมั่นคง ไปถึงสาธารณภัยต่างๆ เช่น อุทกภัย วาตภัย ธรณีพิบัติ และภัยพิบัติอื่นๆ

มีคำชี้แจงจากฝ่ายรัฐบาลว่าการแก้ไขกฎหมาย กอ.รมน. ไม่ได้ประสงค์จะควบคุม หรือก่อผลกระทบต่อประชาชนแต่ต้องการให้มีบูรณาการร่วมกัน ระหว่างหน่วยงานของรัฐในทุกระดับ ในการรับมือภัยความมั่นคง และบรรเทาสาธารณภัย แต่เชื่อว่าหลังการเลือกตั้ง หากรัฐบาลที่มาจากนักการเมืองกลับมาอีก อาจจะมีการแก้ไขกฎหมายอีก เป็นเรื่องปกติของการเมือง.