วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มิตรภาพยั่งยืนยาวนาน (1)

ฯพณฯ นางโดนิกา พอตตี เอกอัครราชทูตแคนาดาประจำไทย และ ฯพณฯ นายอันดรี เบชตา เอกอัครราชทูตอูเครนประจำไทย เชิญ ผู้เขียนเปิดฟ้าส่องโลกร่วมงานครบรอบ 85 ปีของความอดอยากอย่างรุนแรง ระหว่าง ค.ศ.2475-2476 ของอูเครน จันทร์วันนี้ 14.20-17.30 น. ที่อาคารคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก หรือ UNESCAP ผู้เขียนฯตอบรับไปร่วมงานครับ

พ.ศ.2560 เป็นปีครบรอบ 120 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-รัสเซีย ซึ่งเริ่มจากความตกลงของพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 กับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 เรื่องตั้งสถานทูตใน พ.ศ.2440 ทว่า ความสัมพันธ์แบบเพื่อนมิตรเริ่มมาก่อนหน้านั้นหลายปี

พ.ศ.2406 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 มีเรือรบรัสเซียชื่อไกดามัคและนอวิค มาจอดที่กรุงเทพฯ หลังจากการสำรวจที่จะสร้างเมืองทางตะวันออกไกลของรัสเซีย (วลา-ดิวอสต็อก)

รัชกาลที่ 4 ทรงต้อนรับผู้การเรือทั้ง 2 ลำในพระบรมมหาราชวัง และมอบพระนามบัตรเพื่อถวายแด่พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 2 นับแต่นั้นเป็นต้นมา ก็มีการแลกเปลี่ยนพระราชหัตถเลขาระหว่างราชวงศ์จักรีและราชวงศ์โรมานอฟ

พ.ศ.2425 พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 ส่งกองเรือรบ นำโดย พลเรือโทอาสลันเบกอฟ ไปปฏิบัติภารกิจทางการทูตใน 2 ประเทศริมมหาสมุทรแปซิฟิกคือ สยามและสหรัฐอเมริกา ระหว่างที่เยือนสยาม ทหารเรือรัสเซียเข้าร่วมงาน 100 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ (มีทหารรัสเซีย บางคนได้เขียนบันทึกไว้ว่าได้ร่วมสวนสนามในครั้งนั้นด้วย) พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระราชดำรัสกับพลเรือโทอาสลันเบกอฟว่า ทรงโปรดที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัสเซีย ฝ่ายรัสเซียเองก็สนใจเป็นอย่างมาก

8 ปีหลังจากนั้น พระเจ้าซาร์อเล็กซานเดอร์ที่ 3 ทรงส่งโทรเลข ถึงพระพุทธเจ้าหลวงว่า ทเซอซาเรวิช นิโคไล อเล็กซานโดรวิช (Tsesarevich Nikolay Alexandrovich ซึ่งต่อมาคือ พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2) มกุฎราชกุมารแห่งรัสเซียจะเสด็จเยือนเอเชีย และขอพระองค์ทรงต้อนรับด้วยความอบอุ่น พระพุทธเจ้าหลวงทรงตอบรับ พอถึงเดือนมีนาคม พ.ศ.2434 ซาเรวิชก็เสด็จมาถึงสยามโดยเรือรบปาเมท อโซวา

เกือบทุกประเทศที่ซาเรวิชเสด็จเยือนก่อนหน้านี้ต่างเป็นอาณานิคมของอังกฤษและฝรั่งเศส ยกเว้นสยามกับญี่ปุ่น การเยือนสยามจึง สำคัญมากกว่าการเยือนอียิปต์ อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฯลฯ เพราะ ประเทศเหล่านั้นไม่มีเอกราช ฝ่ายต้อนรับก็เป็นฝ่ายปกครองของอังกฤษ

ซาเรวิชนิโคลัสเยือนสยาม 5 วัน แต่ความสัมพันธ์ระหว่างรัชกาลที่ 5 และพระองค์แน่นแฟ้นตลอดพระชนม์ชีพ ทั้งสองพระองค์พบกันเพียง 2 ครั้งในชีวิต แต่มีการแลกเปลี่ยนพระราชหัตถเลขาถึงกันโดยตลอด

ครั้งที่ 2 ที่ทั้งสองพระองค์ทรงพบกันก็คือ พ.ศ.2440 พระพุทธ-เจ้าหลวงเสด็จประพาสยุโรป พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงส่งรถไฟพระที่นั่งไปรับพระพุทธเจ้าหลวงถึงกรุงวอร์ซอ (สมัยนั้นเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิรัสเซีย) มาที่กรุงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก และทรงต้อนรับอย่างสมพระเกียรติ อย่างพระประมุขจากประเทศเอกราชที่มีสถานะเท่ากัน

จากการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ของรัสเซีย ทำให้หลังจากเสด็จเยือนรัสเซียแล้ว เมื่อพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จเยือนฝรั่งเศส ทางการฝรั่งเศสได้ถวายการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่แบบเดียวกับที่รัสเซียทำ

เมื่อคราวพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เสด็จขึ้นครองราชสมบัติสืบพระราชสันตติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์ ฝ่ายรัสเซียส่งแกรนด์ ดยุค บอริส โรมานอฟ พระปิตุลาของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 เสด็จโดยเรือออโรร่า มาร่วมพระราชพิธี ณ สยาม (ภายหลัง มีการยิงกระสุนเปล่าจากเรือออโรร่าลำนี้เพื่อเป็นสัญญาณให้พวกคอมมิวนิสต์บุกเข้าไปในพระราชวังฤดูหนาว ซึ่งตอนนั้นเป็นทำเนียบรัฐบาล เพื่อเปลี่ยนจักรวรรดิรัสเซียเป็นคอมมิวนิสต์)

ในขณะเดียวกันก็มีชาวรัสเซีย ผู้ช่างทองอันดับ 1 ของรัสเซียและยุโรป ที่ชื่อ คาร์ล กุสตาโววิช ฟาแบร์เช มาเปิดห้องสูท 2 ห้องใน โรงแรมโอเรียนเต็ลที่กรุงเทพฯ ห้องหนึ่งใช้เป็นที่พัก อีกห้องหนึ่งใช้ เป็นที่ปฏิบัติงาน ผลิตอัญมณีตามคำสั่งของสมาชิกแห่งราชวงศ์จักรี และราชวงศ์ต่างๆที่มาร่วมงานพระราชพิธีราชาภิเษกของรัชกาลที่ 6

เรื่องนี้น่าสนใจครับ พรุ่งนี้ขอมารับใช้กันต่อครับ.


นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com