วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ต้นหอม เผย สตช. ยังไม่ระบุชายปริศนาเรียกค้นยาเสพติดเป็นตำรวจหรือโจร

มาร่วมงาน "Eighteen 18 Again Party" ที่ ZEN Event Gallery ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้เจอดีเจ-พิธีกรสาวแซ่บ ต้นหอม ศกุนตลา เทียนไพโรจน์ เลยได้โอกาสถามถึงเรื่องที่เจ้าตัวโพสต์เฟซบุ๊กว่าเคยถูกชายปริศนา 2-3 คนอ้างว่าเป็นตำรวจขอตรวจค้นยาเสพติดระหว่างจอดรถส่งเลขาส่วนตัวตรงทางมอเตอร์เวย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ตนเองคาใจอย่างมากว่าเป็นตำรวจหรือโจรกันแน่ และล่าสุดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ติดต่อมาแล้วหลังจากเจ้าตัวโพสต์เรื่องดังกล่าวไป งานนี้ ต้นหอม เลยเล่าให้ฟังอย่างละเอียดว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเธอบ้าง

ถามถึงเรื่องที่เราโพสต์เฟซบุ๊กเรื่องเจอคนอ้างเป็นตำรวจตรวจค้นยาเสพติด?
“คือจริงๆ เรื่องนี้เกิดประมาณช่วงต้นเดือน ต.ค. ตั้งใจจะโพสตืเพื่อถามว่าจะทำยังไงดี แต่ว่าติดช่วงเดือน ต.ค. เลยคิดว่ายังไม่สมควรที่จะโพสต์ พอมาครั้งนี้ก็รู้สึกว่าถามดีกว่า มันคาใจ เพราะว่าทางตรงนั้นมันเป็นทางไปบ้านมะตูม วันนึงหอมก็ต้องผ่านทางนั้นอีก

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือตอนที่จอดรถส่งเลขาฯ ลง แล้วมีผู้ชาย 3 คนเข้ามา สิ่งที่หอมโพสต์ หอมต้องการอยากรู้ว่าหอมจะรู้ได้ไงว่าเป็นโจรหรือเป็นตำรวจ และถ้าเป็นตำรวจเนี่ย เราควรต้องทำตัวยังไงในการให้ความร่วมมือค่ะ แล้วหอมก็รู้สึกว่าวันนี้เป็นเราที่เจอ แต่ถ้าวันนึงเป็นคนอื่นที่เจอที่ไม่ใช่เราที่คนไม่รู้จัก เขาจะแก้ปัญหายังไง หรือว่าเขาจะเป็นอันตรายไหม หอมว่าตรงนี้มันเป็นประโยชน์กับหลายๆ คนค่ะ”

วันนั้นเหตุการณ์เป็นยังไงเล่าให้ฟังหน่อย?
“หอมกำลังจะขับรถกลับบ้าน และจะปล่อยเลขาฯ ลงตรงเส้นมอเตอร์เวย์มุ่งหน้าพระราม 9 แล้วตรงข้างๆ มันเป็นโลคัลโร้ด ก็กะว่าจะปล่อยลงก่อนแล้วจะเลี้ยวขวาขึ้นพระราม 9 จริงๆ ทางไม่ได้เปลี่ยวนะคะ แต่ทางมืดเพราะว่ามัน 5 ทุ่มแล้ว คิดว่าลงตรงนี้แหละเพราะมันยังมีไฟอยู่บ้าง

เราก็ส่งเขาลงยังไม่ทันปิดประตูเลยค่ะ มันก็จะมีมอเตอร์ไซค์ 2 คันเข้ามา คันนึงประกบด้านหลังท้ายรถ ซึ่งอันนี้เลขาฯ บอกว่าเขาสวมหมวกไอ้โม่ง อีกคันนึงซ้อนมาประกบด้านข้างที่หอมขับ ตอนนั้นก็ตกใจแล้วเพราะว่ามันเร็วมาก เราก็ได้ยินเสียงเขาคุยกับเลขาฯ เพราะว่าประตูยังไม่ได้ปิด เขาบอกว่ามาส่งยารึเปล่า

สำหรับเรามันน่ากลัวมาก เราก็ตกใจว่าจะทำยังไงดี คิดไม่ออกด้วยว่าจะเป็นตำรวจหรืออะไร แล้วเขาก็จะขอดูกระเป๋าเลขาฯ ก่อน ส่วนข้างรถหอมเนี่ย เขาก็ชี้บอกว่าให้เปิดประตู หอมก็เปิดไฟแล้วบอกว่าฉันเป็นต้นหอม เขาก็บอกว่าไม่รู้จัก เปิดประตู เราก็เฮ้ย ทำยังไงดี ก็เลยเปิดลงนิดนึงแล้วถามว่าพี่เป็นใครอะ เขาบอกว่าผมเป็นตำรวจ เราก็ถามว่าพี่เป็นตำรวจจริงรึเปล่า

คนขับก็เลยบอกคนช้างหลังว่าเอาบัตรให้น้องเขาดูสิ เขาก็ยื่นมา เอาจริงๆ ตอนนั้นสติมันเตลิดน่ะ รู้แต่ว่าเป็นบัตรสีเหลือง เป็นบัตรแข็งเคลือบพลาสติก เป็นบัตรกระดาษ ส่วนชื่อน่ะไม่ได้จำอะไรทั้งนั้น ในหัวก็คิดว่าเราต้องลงรถไหม ถ้าเขาเป็นตำรวจจะหาว่าเรามียาเสพติดรึเปล่า ก็เลยเปิดประตู

แล้วเขาก็ถามหอมว่าทำอาชีพอะไร ก็เลยบอกว่าหนูเป็นดาราค่ะ เขาสตันท์แล้วถามว่าดาราชื่ออะไร หนูก็เลยบอกชื่อต้นหอมค่ะ ตำรวจก็เลยอ๋อ รู้จัก ต้นหอมที่มี 2 คนใช่ปะกับดีเจต้นหอมน่ะ (ทำหน้ามองบน) ตอนนี้โกรธมาก (หัวเราะ) ก็บอกเขาว่าพี่ นั่นแหละหนูคนเดียว เราก็หัวเราะกลบเกลื่อนไป บรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนเป็นการพูดเล่น แล้วบังเอิญว่ามีแท็กซี่เปิดป้ายว่างมาพอดีก็เลยโบก เขาก็ช่วยโบกแล้วบอกว่าคราวหลังอย่ามาตรงนี้นะ มันมืด แถวนี้ส่งยาบ่อย

เพียงแต่พอเราขับแยกออกมาก็ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เราเจอเขาเป็นตำรวจจริงไหม เพราะว่าการแต่งกายของเขาใส่เสื้อยืดและเขียนว่าตำรวจด้านหน้าและใส่เสื้อกั๊กสีดำเหมือนของตำรวจนะคะ ใส่หมวก มอเตอร์ไซค์เขาก็มีโล่ห์ข้างหน้า คือลักษณะคล้ายตำรวจน่ะค่ะ ก็เลยไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ใช่”

หลังจากวันนั้นเราไม่ได้ถามทาง สน. เหรอ?
“ไม่ค่ะ คือตอนแรกกะว่าจะโพสต์แล้วถามความคิดเห็นคนอื่น แต่ว่าเราก็ถามคนอื่นนะ เขาก็บอกว่าไม่น่าเรียกมั้ง แต่ช่วงนั้นติดเดือน ต.ค. หอมเลยยังไม่โพสต์ ครั้งนี้หอมก็เลยคิดว่าสามารถโพสต์ได้แล้วก็เลยโพสต์ถามคนอื่นว่าถ้าอย่างนี้ใช่ไหม”

ตอนนั้นเขามีท่าทีไงบ้าง?
“ตอนแรกที่ตรวจค้นคือค่อนข้างเข้ม แต่พอรู้ว่าเป็นต้นหอม ถ้าเป็นตำรวจจริงเขาก็คงแบบอ๋อ เป็นที่รู้จัก ก็ไม่น่าทำความผิด”

ได้ไปแจ้งความไหม?
“ไม่ค่ะ เพราะเราเองยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ณ ตอนนั้น”

เราติดใจว่าอาจจะเป็นตำรวจปลอม?
“ใช่ คืออยากรู้ว่าเป็นตำรวจจริงหรือตำรวจปลอม แล้วถ้าเกิดกรณีแบบนี้อีก ถ้าเป็นผู้หญิงที่ขับรถมาเราต้องทำไง แต่ส่วนใหญ่ก็แนะนำว่าอย่าลงรถและขับไปที่ สน. แต่การเจรจากับเขา ถ้าเขาเป็นตำรวจจริง เราจะพูดกับเขายังไงค่ะ ส่วนที่มีคนสวมหมวกไอ้โม่ง เลขาบอกว่าคนท้ายใส่หมวกไอ้โม่ง แต่คนที่ขนาบข้างไม่ได้สวมหมวกไอ้โม่ง”

หลังจากที่โพสต์มีหน่วยงานราชการติดต่อมาไหม?
“มีสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ติดต่อมาทางผู้จัดการ เราก็เลยโทรกลับไป เขาก็ถามว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นยังไง ตอนนี้รู้แล้วว่า สน.ที่รับผิดชอบเป็น สน.หัวหมาก เขาก็คงจะประสานไปที่ สน.หัวหมาก ว่าในช่วงวันนี้เวลานี้ เรามีตำรวจนอกเครื่องแบบรึเปล่า เขาก็จะประสานงานกับผู้บังคับบัญชาว่าจะต้องทำยังไง มีอะไรอัพเดตกับเรา

แล้วเอาจริงๆ หอมไม่กล้าแจ้งความเพราะไม่รู้จะแจ้งคดีอะไรยังไง เราก็แค่ได้บทเรียนว่าอย่าไปส่งในที่เปลี่ยว แต่จริงๆ มันก็ไม่เปลี่ยวเลย แต่อาจจะต้องระวังมากขึ้น แต่ถ้าเราได้รู้ว่าถ้าเราเจอแบบนี้อีก มันอาจจะกลับมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกก็ได้ แล้วถ้าคนอื่นเจออะต้องทำยังไงแค่นั้นเอง แค่อยากรู้ว่าทำยังไง”

ทำให้เราผวาไหมเวลาขับรถกลางคืน?
“ผวาเลย ยิ่งเป็นเส้นนั้นจะรู้สึก เพราะเรายังไม่ได้คำตอบไง แต่ถ้าเกิดว่าเป็นตำรวจเราจะสบายใจถูกไหม แต่ถ้าเขาไปเช็กแล้วไม่มีตำรวจนอกเครื่องแบบวันนั้น อันนี้ก็ผวาไปอีก แต่คงไม่แจ้งความหรอกค่ะ แค่วันนี้สื่อให้ความสนใจ หอมว่าเจ้าหน้าที่จะมีคำตอบให้เราแล้ว อันนีก็ขอบคุณสื่อที่ช่วยกันค่ะ”

สำนักงานตำรวจแห่งชาติบอกเราไหมว่าจะแจ้งความคืบหน้าให้เราทราบตอนไหน?
“เขาไม่ได้บอกค่ะ แต่เขาพูดว่าเดี๋ยวเขาจะไปเช็กกับทาง สน.หัวหมาก อีกทีนึง แต่หอมเชื่อว่าพอมันเป็นข่าว เขาจะหาคำตอบให้กับเรา”

ถ้าปรากฏว่าวันนั้นไม่มีคำรวจนอกเครื่องแบบ เราจะไปแจ้งความไว้ไหม?
“ไม่เอา หอมกลัว (แต่บางคนก็มองว่าน่าจะแจ้งไว้?) อันนี้ยังไม่ได้คิดเลยอะ แต่อาจจะปรึกษาคนอื่นว่ายังไง ถ้าอยากให้แจ้งก็แจ้งได้ จะได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนก็ได้ค่ะ ถ้าเกิดไม่ใช่ตำรวจจริงๆ นะ เพราะว่าตรงนั้นน่าจะอันตราย”

ที่เราโพสต์เพื่อเป็นอุทธาหรณ์ให้คนอื่น?
“ใช่ค่ะ เพราะหอมเชื่อว่าไม่แน่ถ้าหอมเจอได้ คนอื่นก็อาจจะเจอเหตุการณ์เดียวกับหอม คือการที่เราจอดส่งเพื่อนมันเป็นเรื่องปกติมาก ฉะนั้นก็คือวันนี้ถ้าเกิดเรารู้แล้วว่ามันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ผู้หญิงที่มาคนเดียวหรือมากับเพื่อนผู้หญิงด้วยกันจะระวังมากขึ้น หรือถ้าเป็นตำรวจจริงๆ เราจะได้รู้แล้วว่าเราควรจะพูดต่อรองกับเขายังไงหรือปฏิบัติตัวยังไงกับเขาค่ะ”

ซัน ประชากร หวานใจเราว่าไงบ้าง?
“คือตั้งแต่วันนั้นเขาก็บอกว่าต่อไปนี้อย่าจอดลงที่แบบนี้อีก ให้เลขาฯ มาลงที่คอนโดเรา แล้วให้นั่งรถจากคอนโดเราต่อไปอีกทีนึงค่ะ”

สรุปแล้ววันนั้นเขาค้นรถเราด้วยไหม?
“วันนั้นเขาก็มาค้นกระเป๋าเลขาฯ แต่ไม่ได้เข้ามายุ่งกับรถหอม เพราะหอมลงไปแต่ตัว คือด้วยความโง่เราก็คิดว่าฉันลงไปแต่ตัว เธอจะเอากระเป๋าฉันไปไม่ได้ แต่โง่มากเพราะสตาร์ทรถอยู่ ถ้าเขาเอารถไปเลยก็ได้ไง สติเสียมากจริงๆ ค่ะ”.