วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ญาติทยอยรับศพเหยื่อรถตู้ชนไฟคลอก 14 ศพ นิติเวชพร้อมพิสูจน์อัตลักษณ์

ญาติผู้เสียชีวิต 14 ศพจากอุบัติเหตุรถตู้ชนรถบรรทุกที่จังหวัดสิงห์บุรี ทยอยเข้ารับศพแล้ว ขณะที่นิติเวช รพ.ตำรวจทำการชันสูตรครบทุกศพ พร้อมให้การช่วยเหลือเรื่องการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล...

เมื่อช่วงสายวันนี้ 25 พ.ย.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ญาติผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถตู้ชนรถสิบล้อและถูกไฟคลอกเสียชีวิต 14 ศพ เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวานนี้ (24 พ.ย.) บนถนนสายเอเชีย อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี ทยอยเข้าติดต่อขอรับศพผู้เสียชีวิตที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ เพื่อนำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา

นายโย่ริน ชาวเมียนมา ญาติผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเป็นญาติของนายอูไน หนึ่งในผู้เสียชีวิต ทราบข่าวนี้จากสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีอุบัติเหตุ ซึ่งหลังทราบข่าวได้พยายามติดต่อ แต่ไม่สามารถติดต่อใดๆ ได้ ตั้งแต่ช่วงประมาณ 1 นาฬิกา โดยนายอูไน เพิ่งเดินทางกลับไปร่วมพิธีศพของบิดา เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนวันที่เกิดเหตุทราบว่าได้ขึ้นรถจากที่อำเภอแม่สอดจังหวัดตาก จ่ายค่าโดยสาร 650 บาท ซึ่งเป็นรถที่รับส่งแรงงานข้ามชาติถูกกฎหมาย เพื่อกลับไปทำงานกรีดยาง ที่ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

สำหรับการอำนวยความสะดวกให้การช่วยเหลือญาติผู้เสียชีวิตทั้ง 14 คน สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ มีการตั้งจุดบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับญาติผู้เสียชีวิตที่จะเข้ามาติดต่อรับศพ ที่บริเวณชั้น 1 ของสถาบันนิติเวชฯ รวมทั้งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเอกลักษณ์ โดยขณะนี้แพทย์ได้พิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล และหาสาเหตุการเสียชีวิตได้เสร็จสิ้นแล้ว

โดย พ.ต.อ.สุพิไชย ลิ่มศิวะวงค์ นายแพทย์ สัญญาบัตร 5 หัวหน้ากลุ่มงานนิติพยาธิ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยว่า จากการชันสูตรพลิกศพทั้งหมด พบเป็นชาย 7 คน หญิง 7 คน โดย 11 ศพ เสียชีวิตจากการสำลักควันและขาดอากาศหายใจ ขณะที่ 3 ศพที่เหลือ พบมีอาการบาดเจ็บจากแรงกระแทกอย่างรุนแรง และทราบชื่อจากพนักงานสอบสวนเพียงคนเดียว คือ นายปฐมพันธ์ พันธ์ผล ซึ่งเป็นคนขับรถตู้โดยสาร อย่างไรก็ตามทั้งหมดต้องมีการตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล ด้วยเก็บดีเอ็นเอ จากญาติที่มีสายเลือดใกล้ชิด เช่น บิดา มารดา บุตร พี่น้อง นำไปตรวจเปรียบเทียบยืนยันซึ่งจะใช้เวลา 2 วัน ก่อนอนุญาตให้รับศพกลับไปได้

ขณะที่ พ.ต.อ.วาที อัศวุตมางกูร นักวิทยาศาสตร์ สัญญาบัตร 5 หัวหน้ากลุ่มงานตรวจเลือดชีวเคมี เปิดเผยว่า หากญาติของผู้เสียชีวิตอยู่ที่ต่างประเทศและไม่สะดวกเดินทางมาตรวจพิสูจน์ ก็สามารถประสานงานผ่านสถานทูต ให้เก็บดีเอ็นเอส่งมาให้สถาบันฯ เปรียบเทียบ และหากทราบผลก็จะแจ้งให้กลับไปให้มาดำเนินการรับศพต่อไปได้ ซึ่งคาดว่าการติดต่อรับศพทั้ง 14 ราย จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนจึงจะเสร็จสิ้น.