วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดมุมสายกิน บุรินทร์ ดิสโก้ตัวพ่อ ลุยธุรกิจใหม่ ทำทุกสิ่งใช้ใจได้สุขกลับมา

เพราะชีวิตมีหมวกหลายใบ หลายหน้าที่ หนุ่มดิสโก้ตัวพ่อ นักร้องนำวงกรู๊ฟไรเดอร์ “บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์” เลือกจัดสรรแต่ละพาร์ตของชีวิตให้ดีที่สุด ทั้งมุมนักร้อง และนักธุรกิจผู้บริหาร “เมโทร ออโต้เฮ้าส์” ดีลเลอร์รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์

ล่าสุดยังเปิดมุมด้านใหม่ที่หลายคนอาจไม่ค่อยรู้ว่า “บุรินทร์” ชื่นชอบการกินเป็นชีวิตจิตใจถึงกับเปิดร้านอาหารของตัวเองบนพื้นที่คอมมูนิตี้มอลล์ “เดอะ โกรฟ” สายไหม-หทัยราษฎร์ ของเจ้าตัวที่เป็นงานท้าทายใหม่ แถมนอกเวลางานยังต้องทำหน้าที่สามีของ “แหม่ม-สิชล” และคุณพ่อของลูกชายทั้งสอง “น้องบูรพา” และ “น้องบฤณ” หลายบทบาทขนาดนี้เคยมีวันสับสนบ้างมั้ย และเปิดที่มาของมุมสายกิน บุรินทร์ เล่าว่า

“จริงๆครอบครัวเราเป็นสายชิมอาหาร ตอนเด็กๆพ่อแม่ผมจะพาขับรถไปไกลๆไปทานร้านอาหารที่ว่าเด็ดและมันเป็นฝันที่อยากมีร้านอาหารนานแล้วประจวบเหมาะกับว่าเรามาทำคอมมูนิตี้มอลล์ตรงนี้พอดี ชื่อ เดอะโกรฟ คอนเซ็ปต์ตามชื่อคือป่าเล็กๆดึงความเป็นสวนเข้ามาคล้ายสวนหลังบ้านของคนในย่านสายไหม-ทหัยราษฎร์ มีร้านของผม 2 ร้าน ธีมของร้านเริ่มจากชาบู “Shab Shab Shabu” เรามองว่าอะไรที่มานั่งต้มกันทั้งแฟมิลี่มันทั้งสนุกและอร่อย มาร้านที่สองร้าน “Lambic” อยากทำให้คล้ายโรงนาของฝรั่ง คล้ายฟาร์มแกะ มีห้องเรือนกระจกที่มีกลิ่นลาเวนเดอร์ อาหารก็เป็นนานาชาติ ทั้งฝรั่ง ไทย ญี่ปุ่น มีพิซซ่า สเต๊ก ซูชิ ให้คนกลับมากินบ่อยๆได้ทั้งครอบครัว เราใส่ใจในทุกรายละเอียด อาหารต้องอร่อยบรรยากาศดี เพลงเพราะ บริการดี”

หันมาทำธุรกิจอาหารมีอุปสรรคอะไรบ้าง?

“สำคัญที่สุดคือคุณภาพ การบริการ ผมว่าในธุรกิจอื่นมันไม่ละเอียดอ่อนเท่านี้ ถ้าคนไม่ถูกใจเค้าก็จะไม่กลับมาอีก”

ขายรถกับขายอาหารอะไรยากกว่า?

“มันคนละมุมมอง แต่หลักการบริหารคล้ายกันคือเป็นอาชีพบริการ เราเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ หรืออาหารก็คืองานบริการ ต้องใส่ใจลูกค้า ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ถ้าลิงก์กับเรื่องเพลงก็คืองานศิลปะ การไปทัวร์คอนเสิร์ตคือการแสดงศิลปะ เราก็บริการสร้างความสุขให้คนดู เค้าประทับใจอยากมาดูอีก ชวนเพื่อนๆมา ก็เหมือนรถยนต์ซื้อไปแล้วได้รับบริการดีก็แนะนำญาติพี่น้องมา เราต้องรักอาชีพของเราและตรงไปตรงมา”

มีช่วงที่ชีวิตต้องเลือกสักทางระหว่างพาร์ตนักร้องและนักธุรกิจมั้ย?

“ผมจะทำเป็นฤดูกาลเลย ที่ผ่านมาพาร์ตร้องเพลงคนเห็นหน้าผมน้อยลงเพราะผมไม่มีเวลามาเล่นดนตรี เพราะตอนนี้มีลูกคนใหม่หลายคน(ยิ้ม) 3ปีที่ผ่านมาผมโฟกัสเรื่องรถยนต์ทำให้อัลบั้มออกช้า แต่ก็ภูมิใจสุดๆเพราะเราได้รางวัลความพึงพอใจสูงสุดของประเทศ ยอมรับว่าเมื่อก่อนในช่วงแรก มีงงเหมือนกัน ช่วงที่คิดว่าเราจะยืนขาไหนดี ตอนนั้นทำรถยนต์ที่บ้าน อยู่บริษัทต้องวางตัวอย่างนึง เป็นนักดนตรีต้องวางตัวอีกอย่างนึง มันก็มีปีนึงที่คิดได้ตอนทำอัลบั้มเดอะลิฟท์ ของกรู๊ฟไรเดอร์ คิดว่าไม่เอาแล้วขอเก็บหมวกผู้บริหารไว้ ทำอย่างนั้น 2 ปีเต็มๆ ตอนนั้นแฮปปี้มาก อัลบั้มนั้นได้รางวัลเยอะมาก ได้โชว์ในเวทีใหญ่มาก ผมว่ามันอยู่ที่วาระว่าหน้าที่การงานช่วง ไหนคืออะไร ต้องแบ่งให้ถูก สลับหมวกไปเรื่อยๆ คนเราถ้ามีหมวกหลายใบ เราก็ต้องโฟกัส ด้านใดด้านนึงเพื่อทำให้ดีที่สุด ชัด ที่สุด”

แล้วแบ่งเวลาให้ครอบครัวยังไง?

“พาร์ตครอบครัว ลูกชายคนโต 10 ขวบ คนเล็กกำลังจะ 8 ขวบ สองคน 2 ขั้ว คนละแบบ คนโตเป็นเด็กเรียน ชอบเรียน อ่านหนังสือ ไม่รู้ไปเอาด้านนี้มาจากไหน ต้องขอบคุณสรวงสวรรค์ (ยิ้ม) และก็ชอบเล่นกีฬามาก คนเล็กคนละขั้ว คนเล็กคล้ายผม ใจร้อน เรียนดีกลางๆแต่ชอบศิลปะมาก ผมไม่ได้ให้เค้าออกสื่อมาก จะสอนให้เค้ามีความรับผิดชอบ จิตใจเข้มแข็ง ถ้าอยากเล่นดนตรีเพื่อความสุขเล่นได้ จะทำเป็นอาชีพก็อีกเรื่อง อยากให้เรียนจบ ผมมองว่าลูกเราก็เหมือนคนทั่วไป ต้องทำทุกอย่างเอง เก่งเองให้ได้เอง ไม่ได้บังคับแต่แนะนำทางเดินเค้า ลูกชายรู้ว่าผมทำงานเพลงเหนื่อย พอส่งเค้าเข้านอนผมก็ออกไปทำงาน เค้าก็ถามว่าเมื่อไหร่พ่อจะเลิก เค้าอยากให้อยู่ด้วยกันเยอะๆ ผมก็บอกว่าพ่อชอบ ทุกวันนี้ยังนอนเรียงกันพ่อแม่ลูก 4 คน”

การเติมหวานกับภรรยาล่ะ?

“ไม่รู้หวานรึเปล่า แต่ผมไม่เคยเปลี่ยน ไม่โรแมนติกยังไงก็เป็นอย่างนั้น (ยิ้ม) ไม่ชอบเซอร์ไพรส์ แฟนผมก็ไม่ชอบอะไรโรแมนติก เค้าบอกว่าเลี่ยน เราเป็นเหมือนเพื่อนกัน รู้จักกันปีนี้ก็ 25 ปีแล้ว มันไม่ใช่แฟนแล้วมันเป็นคนในครอบครัวโตมาด้วยกัน คิดเหมือนกันรู้ใจกันหมด ถึงไม่โรแมนติกแต่เราก็มีแฟมิลี่ทริปของเราทุกปี”

ความสุขทุกวันนี้ของบุรินทร์คืออะไร?

“ได้ทำสิ่งที่ตัวเองรัก อยู่กับคนรัก สร้างความสุขให้คนอื่นและเห็นเค้ามีความสุข อย่างการร้องเพลงเราเห็นคนฟังมีความสุขก็โคตรมีความสุข ทำร้านอาหารเห็นคนมานั่งกินร้านเราบอกว่าชอบมาก ยิ้มถ่ายรูป เราก็แฮปปี้ ความสุขคือทำให้คนมีความสุขแล้วมันจะเด้งกลับมาหาเราในทุกๆอย่าง”

คิดว่าเพราะอะไรเพลงของบุรินทร์ออกมาเมื่อไหร่ก็ยังฮิตข้ามรุ่น?

“อย่างนึงคือ เราไม่ทำอะไรตามเทรนด์ เราทำเพลงโซลที่ไม่ใช่กระแสหลักของดนตรี เป็นดนตรีเฉพาะกลุ่มที่สามารถขยายในวงกว้างได้ เราเลยมีคู่แข่งน้อย และคุณภาพในการทำเพลง เราไม่เคยอ่อนข้อให้มัน ไม่เคยตั้งงบไว้ตายตัว เพลงมันจึงสามารถอยู่ได้นานกว่าอะไรที่ฉาบฉวยแฟชั่น”

ถามถึงเพลงใหม่ที่จะปล่อย?

“เรายังยึดหลักดนตรีโซลที่เราชอบ ชุดนี้จะเปลี่ยนวิธีการทำงานใหม่ที่เคยทำมา 17 ปี จะกลับมาตามอายุเราที่โตขึ้นว่า Less is More น้อยแต่มาก กลมกล่อมและฟังได้เยอะที่สุด เร็วๆนี้คงได้ฟัง”

แฟนคลับเหนียวแน่นได้บอกมั้ยว่ารักในตัวบุรินทร์ เพราะอะไร?

“เค้าบอกว่าผมเหมือนเดิม อยู่บนเวทีล่างเวทีก็ยังเหมือนเดิม บอกว่าการแสดงบนเวทีของผมไม่ใช่การแสดง มันเป็นธรรมชาติ ผมรู้สึกว่ามันไม่มีอะไรมีความสุขไปมากกว่าการได้ทำสิ่งที่รักและมีกลุ่มคนที่ชอบผลงานที่เราทำ แล้วเราจะไม่รักเค้าได้ยังไง”.