วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อ้างอยากใช้สมาร์ทโฟน! ทาสยาโทรลวง วินจยย.วางแผนชิงมอเตอร์ไซค์-มือถือ

ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ! หนุ่มใหญ่ทาสยานรก อ้างอยากอัพเกรดมาใช้สมาร์ทโฟน เลยวางแผนโทรลวง หนุ่มวินจยย.ปากซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 4 ให้ไปส่งในที่เปลี่ยว ก่อนชิงทรัพย์ได้มือถือไปสมใจอยาก พร้อมมอเตอร์ไซค์อีกคัน แต่สุดท้ายไม่รอด เจอล็อกตัวคาห้องเช่า

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 25 พ.ย.60 พ.ต.อ.คมสัน แตงจุ้ย ผกก.สน.บางกอกน้อย พร้อมด้วย พ.ต.ท.อดิเรก อติสัจจา สว.สส.สน.บางกอกน้อย และ ร.ต.ท.ทวี จัดสนาม รอง สว.สส.สน.บางกอกน้อย นำกำลังจับกุม นายวิลัย หรือวัน พันธ์ศรี อายุ 43 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร พร้อมของกลางรถ จยย.ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นคิวบิกซ์ สีเทาดำ ทะเบียน 7 กญ – 7547 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือยี่ห้อวีโว่ จำนวน 1 เครื่อง โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องเช่าหมายเลข 2 ชั้น 5 หอพักโปลิศ ซอยแพร่งสรรพศาสตร์ แขวงศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร กทม.

พ.ต.ท.อดิเรก เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงสายวันที่ 24 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้มี นายสรวิศ คำคม อายุ 20 ปี ผู้เสียหายอาชีพขับรถ จยย.รับจ้างวินปากซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 4 เข้ามาร้องทุกข์กับฝ่ายสืบสวน สน.บางกอกน้อย ว่า ถูกคนร้ายชาย อายุราว 40-45 ปี ผิวดำ รูปร่างสันทัด โบกเรียกรถจากหลังศาลเจ้าพ่อเสือ ให้มาส่งที่เปลี่ยวกลางซอยจรัญสนิทวงศ์ 28/1 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม.ก่อนที่จะชิงทรัพย์ รถ จยย.ที่เพิ่งซื้อใหม่ได้ 3 สัปดาห์ และโทรศัพท์มือถือของ นายสรวิศ ไป

จากนั้นเมื่อฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามล่าหาเบาะแส พบว่า คนร้ายรายนี้คือ นายวิลัย ที่ก่อนหน้านี้มีประวัติถูกตำรวจ สน.บางกอกน้อยจับกุมข้อหาเสพยาบ้า จึงติดตามไปรวบตัวไว้ได้พร้อมโทรศัพท์มือถือที่ห้องพักใกล้ๆ ศาลเจ้าพ่อเสือ และขยายผลไปตรวจยึด รถ จยย.ของกลางที่ นายวิลัย ชิงทรัพย์นำไปจอดทิ้งไว้กลางซอยอิสรภาพ 43 ห่างจุดก่อเหตุประมาณ 3 กิโลเมตร มาคืนผู้เสียหายก่อนจะถูกนำไปชำแหละอะไหล่ขายในตลาดมืด

จากการสอบสวน นายวิลัย ให้การยอมรับว่า อดีตเคยเป็นพนักงานขับรถส่งน้ำแข็งให้ร้านขายส่งย่านศาลเจ้าพ่อเสือ แต่ปัจจุบันตกงานและเสพติดยาบ้าอย่างหนัก ที่ผ่านมาเคยถูกตำรวจ สน.บางกอกน้อย สน.บางยี่ขัน และ สน.สำราญราษฎร์ จับกุมข้อหาเสพยา ต้องเข้าออกเรือนจำและสถานบำบัดยาเสพติดเป็นว่าเล่น

ก่อนก่อเหตุเมื่อช่วงเช้าเวลาประมาณ 07.00 น.วันที่ 24 พ.ย.ตนเดินทางไปทำธุระย่านตากสิน ขากลับจึงเรียกรถ นายสรวิศ ให้ไปส่งที่ห้องพักใกล้ศาลเจ้าพ่อเสือ โดย นายสรวิศ คิดค่าโดยสาร 70 บาท แต่ตนให้เงินไป 100 บาท บอกไม่ต้องทอน พร้อมออกอุบายขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ ก่อนนัดหมายให้ นายสรวิศ ช่วยแวะมารับตนที่ห้องพักอีกครั้งในช่วงเวลา 09.30 น.วันเดียวกัน เพื่อให้ขับขี่รถพาไปส่งในซอยจรัญสนิทวงศ์ 28/1

พอนายสรวิศ ย้อนกลับมารับตนตามนัด ตนจึงออกอุบายให้เจ้าตัวขี่รถไปจอดตรงจุดเปลี่ยวปลอดคนช่วงกลางซอยจรัญสนิทวงศ์ 28/1 แล้วแกล้งใช้นิ้วมือจ่อแผ่นหลังขู่ว่าเป็นมีดเพื่อชิงทรัพย์เอาโทรศัพท์มือถือกับ รถ จยย.ของ นายสรวิศ มาได้

แต่ระหว่างที่ตนกำลังขับขี่ รถ จยย.หลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุมานั้น เกิดสำนึกกลัวต่อบาปว่าไม่น่านำยานพาหนะของ นายสรวิศ ซึ่งต้องใช้ทำมาหากินไปด้วย เลยตัดสินใจนำรถไปจอดทิ้งไว้บริเวณกลางซอยอิสรภาพ 43 และนำเพียงโทรศัพท์มือถือติดตัวออกมาเนื่องจากอยากเปลี่ยนเครื่องโทรศัพท์ธรรมดามาใช้สมาร์ทโฟนเพียงเท่านั้น

ด้าน ร.ต.ท.ทวี กล่าวว่า ไม่ปักใจเชื่อคำให้การของ นายวิลัย เนื่องจากปัจจุบันเจ้าตัวมีประวัติเสพยาบ้าอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยจากการสอบเค้นทราบว่า มักโทรศัพท์ไปสั่งซื้อกับเอเย่นต์ผู้หญิงชื่อ น.ส.เบียร์ (ไม่ทราบชื่อนามสกุล) อายุราว 30 ปี มีจุดนัดหมายซื้อขายกันย่านคลองหลอด คราวละ 1-2 เม็ด

ส่วนคำให้การที่ นายวิลัย อ้างว่าเกิดสำนึกละอายต่อบาปขึ้นมากะทันหัน จึงนำรถไปจอดคืนผู้เสียหายห่างจุดก่อเหตุเกือบ 3 กิโลเมตรนั้นก็ฟังไม่ขึ้น ข้อเท็จจริงคือน่าจะกลัวกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ในช่วงเวลากลางวัน และหวังจะย้อนไปเอารถตอนกลางคืนเพื่อนำไปขายให้พรรคพวกราคาถูกๆ หรือชำแหละอะไหล่ไปปล่อยตามตลาดมืดมากกว่า เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหาชิงทรัพย์ นำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางกอกน้อย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.