วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โปรดเกล้าฯแล้ว ประยุทธ์ 5 มีหน้าใหม่ 10 คน (คลิป)

พ้นวงโคจร 9 - ศิริคุมพลังงาน ‘บิ๊กจิน’ นั่งควบรมว.ยุติธรรม บิ๊กฉัตรไปรองนายกฯจนได้

โปรดเกล้าฯ ครม. “ประยุทธ์ 5” “ธนะศักดิ์-ณรงค์-ออมสิน-อุดมเดช-กอบกาญจน์-พิชิต-อภิรดี-อรรชกา” หลุดวงโคจร ตั้ง “กอบศักดิ์-บิ๊กช้าง-กฤษฎา-วีระศักดิ์-ไพรินทร์-ลักษณ์-วิวัฒน์-ศิริ-อุดม-สมชาย” เป็น รมต.หน้าใหม่ “บิ๊กจิน” ขึ้นควบ รมว.ยุติธรรมปลอบใจ “บิ๊กฉัตร” ไปนั่งรองนายกฯ รุมสวด สนช. ต่ออายุ 5 ตุลาการศาล รธน. “นิกร” ชี้เท่ากับไม่รีเซ็ตความขัดแย้ง เพราะคนมองกรรมการเป็นคู่กรณีไปแล้ว “นิพิฏฐ์” กระทุ้งวัวสันหลังหวะถึงไม่กล้าเซ็ตซีโร่ “องอาจ” ข้องใจรับซิกผู้มีอำนาจ “สมชัย” ได้ทีแต่งกลอนจวก สนช.ไม้เลื้อย ไร้มาตรฐาน “สามารถ” สวนทางหันไปยกมือเชียร์ “ประยุทธ์” กำชับ รมต.ทุกคนร่วมสัญจรใต้ หยอดหวานพร้อมจูบปากการเมือง

จากกรณีที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ให้ต่ออายุ 5 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกไปจนกว่าจะมีสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่ ทำให้ฝ่ายต่างๆ ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่มีมาตรฐาน และเลือกปฏิบัติของ สนช.

ชทพ.ห่วง สนช.ต่ออายุศาล รธน.

เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ที่พรรคชาติไทยพัฒนา นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกรณีสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติผ่านร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ต่ออายุ 5 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า เป็นห่วงที่ สนช.ไม่รีเซ็ตศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งที่มติคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ต้องการให้รีเซ็ตคนที่มีคุณสมบัติไม่ครบ แต่มติ สนช.กลับให้ชุดเดิมอยู่ต่อไปอีกยาว ซึ่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดเดิมถูกมองว่ามีปัญหาเกี่ยวกับความขัดแย้ง แต่จะจริงหรือเท็จไม่ทราบ การรีเซ็ต เป็นเรื่องที่ดีตามที่ กรธ.เสนอ แต่เมื่อไม่รีเซ็ตจะทำให้ความรู้สึกของคนที่มีต่อศาลรัฐธรรมนูญยืดออกไปอีกหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าห่วง น่ากังวล แต่คงทำอะไรไม่ได้แล้ว เราอยู่กับความขัดแย้งมานานมาก สุ่มเสี่ยงต่อความขัดแย้งต่อไป

เท่ากับไม่รีเซ็ตความขัดแย้ง

“เราต้องการหน่วยงาน หรือสถาบันตรงกลางมาตัดสิน แต่ถ้าสถาบันตรงกลางกลายเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง แล้วเราจะไปทางไหน น่าเป็นห่วงเพราะความขัดแย้งที่ผ่านมาเปรียบเหมือนแผลเป็นที่รักษาไม่หาย ทางออกคงไม่มี เพราะถ้าดูจากมติของ สนช.ที่เสียงขาด มองไม่เห็นที่พึ่งพาได้ คงได้แต่พูดทักท้วงกันเอาไว้ เผื่อจะมีทางแก้ไขในอนาคต แต่ในระยะเวลาอันใกล้นี้คงเป็นไปไม่ได้ ทั้งที่ กรธ.ให้ความเห็นชัดเจนว่า ต้องการรีเซ็ตความขัดแย้ง ไม่ใช่รีเซ็ตคน แสดงว่าไม่รีเซ็ตความขัดแย้ง หลายเรื่องเราเป็นห่วง แต่ทำอะไรไม่ได้ การจะแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ” นายนิกรกล่าว

“นิพิฏฐ์” กระทุ้งวัวสันหลังหวะ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่ สนช.มีมติให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คน อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีการประชุมสภานัดแรกนั้น ปกติข้อเท็จจริงอย่างเดียวกัน การใช้ดุลพินิจควรเหมือนกัน ถ้าใช้ต่างกัน เขาเรียกว่า สองมาตรฐาน อย่าง กกต. และคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สนช.ไม่ได้วินิจฉัยอย่างนี้ เข้าใจว่า สนช.ไม่เซ็ตซีโร่ศาลรัฐธรรมนูญเหมือนองค์กรอิสระอื่น เพราะศาลรัฐธรรมนูญสามารถให้คุณให้โทษกับรัฐบาล รวมถึงกับ สนช. และองค์กรอื่นได้ เพราะมีอำนาจวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมาย หน่วยงานไหนที่คิดว่าตัวเองมีการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็อาจเอาใจหรือเกรงใจศาลรัฐธรรมนูญ อะไรที่กระทบก็ไม่แลก ไม่แปลกใจที่ผลออกมาอย่างนี้ เพราะคาดการณ์ได้ เมื่อถามว่าเป็นห่วงการทำงานของศาลรัฐธรรมนูญในอนาคตหรือไม่ นายนิพิฏฐ์ ตอบว่า อย่าไปห่วงเลย เพราะเรากำลังหาเหตุผลในสิ่งที่ไม่มีเหตุผล ฉะนั้นอธิบายยาก แต่คาดได้ว่าต้องเป็นอย่างนี้

แนะทำตาม รธน.สง่างามกว่า

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่มั่นใจว่าจะเป็นการส่งสัญญาณมาจากผู้มีอำนาจหรือไม่ เพราะยังไม่เห็น เหตุผลว่าจะให้ตุลาการฯทั้ง 5 คนอยู่ต่อไปเพื่ออะไร ขณะนี้ยังมองไม่เห็นว่า สนช.มีเรื่องอะไรที่ต้องพึ่งศาลรัฐธรรมนูญ การสรรหาใหม่ตามรัฐธรรมนูญน่าจะเกิดความสง่างามมากกว่า ถึงแม้องค์ประกอบของคณะกรรมการสรรหาจะไม่ครบในขณะนี้ ก็สามารถดำเนินการได้ จึงไม่มีเหตุผลใดที่เป็นข้ออ้างจะไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญ ผู้มีหน้าที่วินิจฉัยบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ควรเป็นผู้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเป็นเบื้องต้นก่อน และน่าจะเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้การทำหน้าที่ตุลาการฯมีความสง่างาม การที่ สนช.มีมติออกมาในลักษณะนี้ ทำให้เกิดความลักลั่นในองค์กรอิสระและในศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะทำให้เกิดคำถามตามมามากมาย

แต่งกลอนจวก สนช.ไม้เลื้อย

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์บทกลอนลงเฟซบุ๊กถึงกรณีดังกล่าวว่า “ไม้หลักหรือไม้เลื้อย วานเฉลยอยากเอ่ยถาม หน้าที่มีทำตาม หรือเพียงคล่องสนองใคร สองมือถือกฎหมาย มีละอายระคายไม่ ยกมือแค่ตามใจ มติมาตรฐานมี? วันหนึ่งก็โหวตบอก สูต้องออกจากเก้าอี้ กฎใหม่ให้คนดี สเปกเทพจึงสมควร สองปลาในหนึ่งน้ำ ก็ตอกย้ำคำทบทวน สรรพเหตุและผลล้วน ขยับลิ้นมาปลิ้นความ วันหนึ่งก็โหวตว่า ผู้พิพากษาน่าเกรงขาม อย่าเลยอย่าเอาความ ให้อยู่ต่อขอเห็นใจ เลิกลุ้นคุณสมบัติ มติจัดกำหนัดให้ อยู่ยาวกันเข้าไป สภาใหม่จึงสรรหา อ้างองค์ประกอบด้าน มีฝ่ายค้านคะคานมา ไม่มีไม่งามสง่า รีบสรรหาไม่สวยงาม ร้อยเหตุเฉดร้อยลิ้น ศรัทธาสิ้นสุดเหยียดหยาม นิติบัญญัติความ นิติธรรมคำเลอะเลือน มาตรฐานวานช่วยหา หรือเพียงหนาในหน้าเพื่อน เพชรแท้หรือแค่เรือน ประดับแก้วแวววับพราง”

พท.สวนทางหันไปยกมือเชียร์

ขณะที่นายสามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เหตุผลที่ สนช.ให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 5 คน อยู่ทำหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านคนใหม่ เข้ามามีส่วนกับการคัดเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น ถือเป็นเจตนาดีมีความเป็นกลาง และควรยึดวิธีนี้เป็นบรรทัดฐานในการสรรหาองค์กรอิสระ คือให้ประธานสภาฯและผู้นำฝ่ายค้านมีส่วนร่วม แต่องค์กรใดที่ไม่กำหนดไว้ก็ให้พิจารณาสรรหาไปตามปกติ

กำชับ รมต.ทุกคนร่วมสัญจรใต้

วันเดียวกันที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.อธิสิทธิ์ ไชยนุวัติ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) เดินทางประชุม ครม.สัญจร วันที่ 28 พ.ย. ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย จ.สงขลา โดยวันที่ 27 พ.ย. นายกฯจะลงพื้นที่ จ.ปัตตานี เพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน พบปะรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน กลุ่มผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ต่อนโยบายการดำเนินแผนงานโครงการรัฐบาลในรอบ 3 ปี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนในพื้นที่ และจะมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัด (ตรัง นครศรี-ธรรมราช นราธิวาส พังงา พัทลุง ระนอง สุราษฎร์ธานี) ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายกฯยังได้กำชับให้รัฐมนตรีทุกคน เดินทางเข้าร่วมประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้ด้วย

จับตานัดถ่ายภาพหมู่ทิ้งทวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุม ครม.สัญจรภาคใต้ครั้งนี้ นอกจากนายกฯกำชับให้รัฐมนตรีทุกคนเดินทางเข้าร่วมประชุมแล้ว ในเอกสารคำแนะนำส่วนของรัฐมนตรีที่ได้แจกจ่ายให้กับ ครม. และเจ้าหน้าที่ที่จะเดินทางไปร่วมประชุม ครม.สัญจร นอกเหนือจากกำหนดรายละเอียดผู้ที่จะร่วมคณะกับนายกฯ และรายละเอียดการประชุมต่างๆแล้ว ยังมีการระบุว่าในช่วงเช้าของวันที่ 28 พ.ย. ก่อนเริ่มประชุม ครม. ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีศรีวิชัย ในเวลา 07.15 น. จะมีการถ่ายภาพหมู่ร่วมกันของ ครม.ทั้งหมด ณ หาดสมิหลาก่อน ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าการประชุม ครม.สัญจรที่ผ่านมาไม่มีการกำหนดเรื่องถ่ายภาพหมู่ร่วมกันของ ครม. และยังเป็นจังหวะเดียวกับที่จะมีการปรับ ครม.

“สุวพันธุ์” กลับทำเนียบฯ นั่งที่เดิม

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้าการปรับ ครม.ว่า แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่า ได้นำบัญชีรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายไปแล้ว แต่รัฐมนตรีส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับสัญญาณใดๆจากนายกฯว่าจะถูกปรับออกหรือโยกไปอยู่ตำแหน่งใด ทั้งหมดยังคงทำหน้าที่ตามปกติ ไม่มีการยกเลิกภารกิจ ส่วนรายชื่อ ครม.ที่ค่อนข้างแน่ชัดเพิ่มเติม ล่าสุดคือนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะมาเป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แทนนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ ที่จะโยกไปเป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และอยู่ในทีมของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี โดยนายกอบศักดิ์ถือเป็นคนหนึ่งที่นายกฯเอ่ยปากชมกับคนใกล้ชิด ว่าสามารถอธิบายเรื่องเศรษฐกิจได้ดี ขณะที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม จะถูกโยกกลับคืนเก้าอี้เดิม รมต.ประจำสำนักนายกฯ โดยที่นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ จะต้องหลุดจากตำแหน่งไป

“อดุลย์” แย้มมีภารกิจที่แรงงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงแรงงาน ว่า ข้าราชการกระทรวงแรงงานยังคงจับตามองว่าใครจะมาเป็น รมว.แรงงานคนใหม่ เพราะมีชื่อหลายคนเป็นแคนดิเดต ทั้ง “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ล่าสุดโผอาจพลิกไปเป็น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยแหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.อ.อดุลย์เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 พ.ย. ขณะที่ พล.ต.อ.อดุลย์ ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน จ.บึงกาฬ และ จ.นครพนม ได้พูดคุยกับคนใกล้ชิดว่า “มีภารกิจต้องไปทำที่แรงงาน” ทำให้เจ้าหน้าที่บริหารระดับสูงของ พม.ต่างรู้สึกเสียดาย

โปรดเกล้าฯ ครม.“ประยุทธ์ 5”

ต่อมาเวลา 20.00 น. เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีและแต่งตั้งรัฐมนตรี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระบรม ราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า โดยที่นายกรัฐมนตรีได้กราบบังคมทูลว่าได้มีรัฐมนตรีลาออกบางตำแหน่ง และสมควรปรับปรุงรัฐมนตรีบางตำแหน่งเพื่อความเหมาะสม และบังเกิดประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน อาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 158 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรี จำนวน 9 คน ได้แก่ พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายพิชิต อัคราทิตย์ รมช.คมนาคม นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล มรช.ศึกษาธิการ

“กฤษฎา-วีระศักดิ์-ไพรินทร์” ร่วมวง

และแต่งตั้งรัฐมนตรีจำนวน 18 ตำแหน่ง ดังนี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ จาก รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นรองนายกฯ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ จาก รมว.ยุติธรรม เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล จากผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกฯ เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล เป็น รมช.กลาโหม นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ จาก รมว.พลังงาน เป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายกฤษฎา บุญราช เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายลักษณ์ วจนานวัช เป็น รมช.เกษตรฯ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร เป็น รมช.เกษตรฯ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร เป็น รมช.คมนาคม นายศิริ จิรกะพงษ์พันธ์ เป็น รมว.พลังงาน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ จาก รมช.พาณิชย์ เป็น รมว.พาณิชย์ น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร จาก รมช.เกษตรฯ เป็น รมช.พาณิชย์ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ ควบ รมว.ยุติธรรม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว จาก รมว.การพัฒนาสังคมฯ เป็น รมว.แรงงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ จาก รมต.ประจำสำนักนายกฯ เป็น รมว.วิทยาศาสตร์ฯ นายอุดม คชินทร เป็น รมช.ศึกษาธิการ นายสมชาย หาญหิรัญ เป็น รมช.อุตสาหกรรม ประกาศ ณ วันที่ 23 พ.ย. ผู้รับสนองพระราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ

“บิ๊กตู่” คุยฟุ้งเศรษฐกิจพุ่งกระฉูด

ต่อมาเวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจในไตรมาส 3 ขยายตัวถึงร้อยละ 4.3 นับว่าสูงสุดในรอบ 18 ไตรมาสที่ผ่านมา รวมไตรมาส 4 น่าจะเติบโตร้อยละ 3.9 จะเห็นได้ว่ารัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศมีการเติบโตขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ดี มีเสถียรภาพและความเชื่อมั่นของนักลงทุน แม้ภาพรวมของโลกจะชะลอตัวก็ตาม รัฐบาลไม่ได้ปลื้มไปกับตัวเลขเศรษฐกิจแต่เรายังต้องเร่งมาตรการช่วยเหลือพี่น้องผู้มีรายได้น้อย และช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและน้ำท่วม

หยอดหวานรอจูบปากการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ปี 2561 มีแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนการปฏิรูปประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะเป็นเข็มทิศนำทางขับเคลื่อนประเทศที่ชัดเจน ส่วนเรื่องทางการเมืองสู่การเลือกตั้งตามโรดแม็ปจะช่วยสร้างความเชื่อมั่น ทุกคนควรหารือกันว่าวันหน้าจะอยู่กันอย่างไร ไม่ว่าฝ่ายการเมือง ภาคธุรกิจ ประชาชน รัฐบาล คสช. ต้องมีหนทางร่วมมือกัน ไม่ใช่ติติงกันไปมา รัฐบาลไม่มีนโยบายไปต่อสู้ปิดกั้นกีดขวางใคร ฉะนั้น อย่ามาบิดเบือนกัน ต่อไปทุกอย่างสามารถเจรจาหาหนทางออกกันได้ภายใต้กฎหมาย ส่วนปัญหาราคายางเกษตรกรที่เดือดร้อนต้องหามาตรการว่าจะทำอย่างไร ได้สั่งการให้แก้ปัญหาไปทางคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปหารือกัน และนำข้อเสนอทั้ง 6 ข้อ ของเกษตรกรชาวสวนยางมาพิจารณาอะไรทำได้ ไม่ได้ ขอให้ฟังเหตุฟังผลกันไม่ใช่จะเอาชนะคะคานกัน ทำอะไรตามใจตัวเองมากก็มีปัญหา

คลังแจงเหตุทำ ก.ม.วินัยการคลัง

วันเดียวกันที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวชี้แจงหลักการว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติให้รัฐรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด รัฐมีเสถียรภาพ มั่นคงยั่งยืน กฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเนินการทางการคลังและงบประมาณรัฐ การกำหนดวินัยทางการคลังด้านรายได้และรายจ่าย ทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ การบริหารทรัพย์สินของรัฐและเงินคงคลัง และการบริหารหนี้สาธารณะจำเป็นต้องทำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

หวั่น รบ.โหมทำประชานิยมซ้ำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สนช.ส่วนใหญ่อภิปรายเห็นด้วยในหลักการ แต่มีบางส่วนท้วงติงประเด็นการสร้างหนี้สาธารณะ โดยเห็นว่าเรื่องการกู้เงินที่ไม่ผ่านระบบงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือการกู้นอกระบบงบประมาณ ที่มีบางรัฐบาลใช้กระดาษเพียง 10 แผ่น ออกเป็นกฎหมายโดยไม่ผ่านการตรวจตราของสำนักงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา แล้วจะมีอะไรป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก เพราะรัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่พอ หากรัฐบาลในอนาคตใช้พวกมากลากไป ออกกฎหมายลักษณะประชานิยม ใช้งบประมาณโดยไม่ผ่านการควบคุมจะเกิดปัญหาได้ในที่สุดที่ประชุมมีมติเห็นชอบในวาระแรก ด้วยคะแนน 186 งดออกเสียง 3

สรส.ยับยั้งไม่ทำประชาพิจารณ์

อีกด้าน นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) ยื่นถึงประธาน สนช. ผ่านนายพงศ์กิตติ์ อรุณภักดีสกุล ที่ปรึกษาด้านการเมือง การปกครองและการบริหารจัดการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ขอให้ระงับยับยั้งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ ร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ และร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งร่างกฎหมายฉบับอื่นเอาไว้ก่อน เพราะยังไม่ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นจากประชาชน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77

“วิชา” หนุน ขรก.ยื่นบัญชีทรัพย์สิน

อีกเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวว่า หลังจากรับฟังความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่องการป้องกันและปราบปรามทุจริตแล้ว จะจัดทำข้อสรุปส่งให้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติในช่วงปลายเดือน ธ.ค.นี้ พบว่าประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมปราบปรามการทุจริตมากขึ้น ไม่ใช่รอให้ ป.ป.ช.เข้าไปทำ โดยกำหนดให้ข้าราชการต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อหน่วยงานราชการ เพราะเมื่อมีการร้องเรียนมาสามารถเรียกข้อมูลมาตรวจสอบได้ โดยไม่ต้องรอ ป.ป.ช.เข้ามา ทั้งนี้ จะบรรจุไว้ในกฎหมาย ป.ป.ช. ที่ สนช. กำลังพิจารณาอยู่ ส่วนจะระดับไหนบ้างที่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินจะบรรจุอยู่ใน พ.ร.ฎ.อีกทีหนึ่ง และผลักดันการปราบทุจริตในภาคเอกชน อุดช่องว่างการให้สินบน

นายกฯกระชับสัมพันธ์ ปธ.เจโทร

ช่วงเช้าที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายฮิโระยูกิ อิชิเกะ ประธานและกรรมการบริหารเจโทร ประเทศญี่ปุ่น เข้าพบหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. โดยทั้งสองฝ่ายแสดงความยินดีในความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นครบรอบ 130 ปี และนายกฯได้แสดงความชื่นชมญี่ปุ่นที่มีความขยัน ซื่อสัตย์ มีวินัย และรักษาสัญญา พร้อมกับขอให้เจโทรดูแลนักลงทุนไทยในญี่ปุ่น ที่ประสบปัญหาด้านต้นทุนการผลิตสูง และขั้่นตอนการประกอบธุรกิจที่ค่อนข้างเข้มงวด ขณะที่ประธานเจโทรกล่าวเชื่อมั่นในศักยภาพของไทย และยืนยันช่วยสนับสนุนการแปรรูปยางพารา

แอมเนสตี้ฯจี้ไทยแก้อุ้มหาย

วันเดียวกัน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ไอซีเจ) ส่งข้อเสนอแนะถึงทางการไทยในการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานระหว่างประเทศมากขึ้น โดยแอมเนสตี้พบว่าร่างกฎหมายดังกล่าวของไทยยังคงมีข้อบกพร่อง เช่น นิยามของอาชญากรรม การทรมาน และการอุ้มหาย บทลงโทษต่อการปฏิบัติอันโหดร้ายทารุณหรือย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การไม่รับหลักฐานที่ได้มาจากการทรมานประกอบการพิจารณาคดีในศาล ไปจนถึงหลักประกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการทรมานและอุ้มหายในอนาคต หากร่างดังกล่าวมีเนื้อหาได้มาตรฐานสากล การทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ และการปฏิบัติอันโหดร้ายทารุณที่กระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงทหาร ตำรวจ และข้าราชการ จะถือเป็นอาชญากรรมประเภทหนึ่งที่มีบทลงโทษเฉพาะ