วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เพชรบุรีหนัก ท่วม-วงกว้าง อ่วม ‘4อำเภอ’

เพชรบุรีอ่วม น้ำท่วมขยายวงกว้าง 4 อำเภอ ระดับน้ำสูง 50 ซม. ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก ถนนเพชรเกษม การจราจรติดหนึบ รถวิ่งได้เพียง 1 เลน กรมชลฯติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม เร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลลดปริมาณแม่น้ำเพชรบุรี จ.สงขลา น้ำท่วมเริ่มคลี่คลาย ระดับน้ำลดต่อเนื่อง จ.พัทลุง ฝนตกหนัก น้ำป่าทะลักท่วม 2 ตำบล ชาวบ้านเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง อุตุฯเตือน 12 จังหวัดภาคใต้เจอฝนถล่มหนัก 25-28 พ.ย. เตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

เมืองเพชรยังวิกฤติน้ำท่วมขยายวงกว้าง เปิดเผยเมื่อวันที่ 24 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ จ.เพชรบุรี น้ำจากแม่น้ำเพชรบุรีล้นตลิ่งไหลท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนเพชร ตั้งแต่พื้นที่ อ.ท่ายาง อ.บ้านลาด อ.เมืองเพชรบุรี และ อ.บ้านแหลม ไปจนถึงปากแม่น้ำเพชรบุรี โดยเฉพาะพื้นที่เขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี มีน้ำท่วมสูงประมาณ 50 เซนติเมตร ประชาชนต่างได้รับความเดือดร้อน ขณะที่การจราจรบนถนนเพชรเกษม น้ำท่วมขังบริเวณหน้าห้างบิ๊กซีเพชรบุรี ขาเข้ากรุงเทพฯ ระดับน้ำสูง 40 ซม. รถสามารถวิ่งได้ช่องทางเดียวเท่านั้น ส่งผลให้การจราจรติดขัดเคลื่อนตัวได้ช้าเป็นระยะทางยาว 3 กม. ตำรวจแจ้งให้ประชาชนหลีกเลี่ยงไปใช้เส้นทางอื่น คาดว่าหากไม่มีฝนตกสถานการณ์จะเข้าสู่ปกติใน 2 วัน

นายทองเปลว กองจันทร์ ช่วยราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทานได้วางแผนที่ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมอีก 14 เครื่อง บริเวณที่มีน้ำท่วมขังใน จ.เพชรบุรี นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนเรือผลักดันน้ำจากกองทัพเรือ 30 ลำ ติดตั้งในแม่น้ำเพชรบุรี บริเวณ ต.บางตะบูน อ.บ้านแหลม เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแนวกระสอบทราย และใช้รถแบ็กโฮเสริมคันดินบริเวณริมตลิ่งแม่น้ำเพชรบุรี รวมทั้งเปิดทางน้ำลำน้ำย่อยต่างๆเพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น สำหรับสถานการณ์ในอ่างเก็บน้ำแม่ประจันต์ มีปริมาณน้ำเก็บกักเต็มความจุ แต่ได้ลดการระบายเหลือ 17 ลบ.ม./วินาที โดยจะใช้เขื่อนเพชรในการบริหารจัดการน้ำ หน่วงน้ำส่วนหนึ่งไว้บริเวณเหนือเขื่อน และทยอยปรับลดปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเพชรไม่ให้เกิน 100 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่ทางตอนล่าง ปัจจุบันระดับน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีในพื้นที่ อ.ท่ายาง และ อ.บ้านลาด ลดลงอย่างต่อเนื่อง จะทำให้ระดับน้ำที่ท่วมขังในเมืองเพชรบุรี ลดลงในระยะต่อไป

จ.สงขลา สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่เขตเทศบาลนครสงขลา อ.เมืองสงขลา เริ่มคลี่คลายแล้วระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง ภายหลังเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำจนเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 9 ต.เกาะยอ อ.เมืองสงขลา เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังในทะเลสาบสงขลา ประสบปัญหาปลาน็อกน้ำทำให้ปลาตายเป็นจำนวนมาก นายประจวบ นุ่นสวัสดิ์ อายุ 58 ปี เกษตรกรเลี้ยงปลาในกระชัง พื้นที่ หมู่ 9 ต.เกาะยอ เปิดเผยว่า เลี้ยงปลากะพงขาว 12 กระชัง หลังจากที่ฝนตกและมีการระบายน้ำลงทะเลสาบสงขลา ทำให้น้ำเริ่มเน่าเสียปลาขาดออกซิเจนตายในพื้นที่เป็นจำนวนมาก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ รวมถึงช่วยหาตลาด และแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียโดยด่วน

ส่วน จ.พัทลุง เกิดฝนตกหนักช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำป่าจากเทือกเขาบรรทัดไหลทะลักท่วมพื้นที่ ต.คลองเฉลิม และ ต.ชะรัด อ.กงหรา ระดับน้ำสูง 20-30 ซม. บ้านเรือนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูงเพื่อความปลอดภัยอย่างทุลักทุเล ส่วนถนนเส้นทางเข้าหมู่บ้านถูกน้ำท่วมสูง ประชาชนสัญจรด้วยความยากลำบาก เช่นเดียวกับพื้นที่ ต.นาโหนด อ.เมืองพัทลุง เป็นพื้นที่รับน้ำป่าจาก อ.กงหรา ระดับน้ำเพิ่มสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 1, 3, 4, 6, 8 ถนนหลายสายมีน้ำท่วมสูง 20 ซม. รถสัญจรด้วยความยากลำบาก คาดว่าหากฝนไม่ตกลงมาซ้ำสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆนี้

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือน “ฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 25-28 พ.ย.) ฉบับที่ 8 ว่า ช่วงวันที่ 25-28 พ.ย. มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้มีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง อ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ทั้งนี้ บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีน แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ในขณะที่ภาคเหนือตอนบนจะมีกระแสลมตะวันตกในระดับบนเข้ามาปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้