วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมายจับ ครูจอมทรัพย์ ‘อ๋อง’หัวโจกก็โดนด้วย

หวังเงินก้อนโต10ล้าน

ออกหมายจับแล้ว “ครูจอมทรัพย์” และ “ครูอ๋อง” ผู้จัดตั้ง ขบวนการปั้นพยานเท็จรับผิดแทนในคดีขับ ในข้อหาเบิก ความเท็จ ผบก.ภ.จ.นครพนม สั่งชุดสืบสวนเร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี ส่วน “สับ วาปี” กับภรรยา ถูกแจ้งข้อหาเพิ่มฐานเบิกความเท็จ กรณีไปให้การในชั้นไต่สวนรื้อฟื้นคดี ขณะที่ รรท.รอง ผบ.ตร. แฉสาเหตุที่มีการตั้งขบวนการรับผิดแทน เพราะหวังเงินเยียวยา และการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย เป็นเงินก้อนโตกว่า 10 ล้านบาท

ตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดขบวนการ ปั้นพยานหลักฐานเท็จเพื่อรับผิดแทนนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครู ในคดี ขับรถชนคนตายเมื่อปี 2548 มีการแจ้งความดำเนินคดีผู้ร่วมขบวนการในข้อหาแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จแล้ว 7 คน ประกอบด้วย 1.นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนครูจอมทรัพย์ 2.นายสับ วาปี อายุ 61 ปี อ้างเป็นคนขับรถตัวจริง 3.นางจัน วาปี ภรรยานายสับ วาปี 4.นายบุญเทิง วาปี 5.นายเลิศ วาปี 6.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี และ 7.นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี สามีครูจอมทรัพย์ ซึ่งนายสับได้เข้ามอบตัว พร้อมให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างให้ออกมารับผิดแทนครูจอมทรัพย์

ความคืบหน้าการสอบสวนเอาผิดขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จ เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 24 พ.ย. ที่ บก.ภ.จ.นครพนม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รรท.รอง ผบ.ตร. กล่าวถึงการวางแนวทางดำเนินคดีขบวนการรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ว่า ได้มีคำสั่งระดมพนักงานสอบสวนจาก จ.สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร ตั้งคณะทำงาน 7 ชุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง หลังพบว่า นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เป็นผู้จัดตั้งขบวนการว่าจ้างนายสับ วาปี รับผิดแทนครูจอมทรัพย์ แจ้งความดำเนินคดีไปแล้วรวม 8 คน ล่าสุดคือนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร โดยมีการกระทำเข้าข่ายเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จ เบิกความเท็จ ร่วมกันเป็นอั้งยี่ซ่องโจร และข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่วนสาเหตุที่มีการจัดตั้งขบวนการรับผิดแทน น่าจะมาจากหวังผลประโยชน์เกี่ยวกับเงินเยียวยา และการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย คาดว่าตัวเลขสูงกว่า 10 ล้านบาท หากสามารถพิสูจน์ได้ว่าครูจอมทรัพย์ “เป็นแพะ”

ต่อมาเวลา 09.00 น. ที่ห้องประชุม บก.ภ.จ.นครพนม พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จ.นครพนม พร้อมด้วยคณะทำงานดำเนินคดีขบวนการรับจ้างกระทำความผิดในคดีครูจอมทรัพย์ทั้ง 7 ชุดร่วมประชุมเพื่อตรวจสอบพยานหลักฐานในคดีรวมทั้งสอบปากคำเพิ่มเติมนายสับ วาปี และนางจัน วาปี ภรรยา ผู้ต้องหาที่เข้ามอบตัวก่อนหน้านี้ จากนั้น พล.ต.ต.สุวิชาญเปิดเผยว่า ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมนายสับและภรรยา ฐานเบิกความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง มีโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากกระทำในการพิจารณาคดีอาญา ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีและปรับไม่เกิน 14,000 บาท กรณีเข้าให้การในชั้นไต่สวนเพื่อให้รื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ รวมนายสับ และภรรยาถูกดำเนินคดี 3 ข้อหา ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำ

ผบก.ภ.จ.นครพนมกล่าวต่อว่า ในส่วนของครูจอมทรัพย์และนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง ตำรวจได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อให้ดำเนินคดีในข้อหาเบิกความเท็จ เนื่องจากมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องให้นายสับ วาปี และภรรยาไปเบิกความต่อศาลในชั้นไต่สวนเพื่อให้รื้อฟื้นคดีครูจอมทรัพย์ ตามคำให้การของนายสับ วาปี ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ไปยื่นขออนุมัติศาลจังหวัดนครพนม เพื่อออกหมายจับทั้งสองคนแล้ว แต่ยังไม่ทราบผล

ด้านนายสับ วาปี ผู้ต้องหาคนสำคัญ กล่าวว่า ตนยอมรับสภาพทุกอย่างไม่ว่าศาลจะตัดสินออกมารูปแบบไหน ที่ผ่านมาได้รับการว่าจ้างจากครูอ๋อง ให้ไปรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ เป็นเงิน 4 แสนบาท แต่สุดท้ายไม่ได้เงินตามตกลง ก่อนนี้เคยสารภาพกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เพราะเข้าเครื่องจับเท็จแล้วไม่ผ่านจนถูกครูจอมทรัพย์ต่อว่า กระทั่งวันเบิกความต่อศาล ตนตั้งใจจะกลับคำให้การ แต่ถูกกันไม่ให้ขึ้นเบิกความเสียก่อน

บ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวไปที่บ้านของนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เลขที่ 140 หมู่ 1 ต.คำชะอี อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร พบว่าบ้านปิดเงียบ มีแต่รถยนต์ของนายสุริยาจอดอยู่ 3 คัน ตะโกนเรียกคนในบ้านแต่ไม่มีใครขานรับ โดยนายบุญทวี สุวรรณไตรย์ กำนันตำบลคำชะอี เปิดเผยว่า วันนี้ไม่พบตัวครูอ๋องและภรรยา เจอแต่หลานชายอยู่ในบ้าน แต่ปิดปากเงียบไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆ

ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จ.นครพนม เปิดเผยว่า ศาลจังหวัดนครพนมได้ออกหมายจับครูจอมทรัพย์ และนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง แล้วตามที่พนักงานสอบสวนยื่นขออนุมัติ ตนได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ภ.จ.นครพนม เร่งติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีต่อไป