วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ก.ล.ต.ล็อกคอกรรมการบริษัท จี้เปิดความเห็นรายบุคคลใช้สอบทุจริตย้อนหลัง

ก.ล.ต.เล็งให้ บจ.เปิดเผยความคิดเห็นกรรมการรายบุคคล ไว้เป็นเครื่องมือตรวจสอบย้อนหลังหากทำผิดหรือทุจริต พร้อมเตรียมจัดทำคู่มือการให้ข้อมูลของผู้บริหาร ป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์เดินหน้าออกมาตรการเตือนผู้ลงทุน ชี้เป้า บจ.สุ่มเสี่ยง ฐานะการเงินแย่ลงให้ดูเครื่องหมาย C เตือนว่าบริษัทจดทะเบียนนี้ต้องระมัดระวัง การลงทุน

นางสิริวิภา สุพรรณธเนศ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.มีแนวคิดให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) เปิดเผยข้อมูลความคิดเห็นของกรรมการบริษัทแบบรายบุคคล ในประเด็นที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญของบริษัท เช่น การเข้าซื้อกิจการ, การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ หรือในประเด็นที่ต้องให้ผู้ถือหุ้นเป็นผู้อนุมัติ เพื่อจะให้นักลงทุนมีข้อมูลความคิดเห็นที่หลากหลาย หากมีกรรมการที่ไม่เห็นด้วยหรือเห็นด้วย ซึ่งสามารถเป็นหนึ่งในเครื่องมือตรวจสอบหากมีการกระทำผิดหรือทุจริตได้ในระยะต่อไป

นอกจากนี้ ก.ล.ต.ยังมีแผนจัดทำคู่มือสำหรับผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน ในเรื่องการเปิดเผยข้อมูล หรือการให้ข่าวกับนักลงทุนเพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลภายในที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากปัจจุบันยังมีผู้บริหารและกรรมการที่ไม่เข้าใจอยู่พอสมควร ซึ่งคาดว่าจะสามารถจัดทำแล้วเสร็จ ช่วงไตรมาสแรกปี 2561

ด้านนางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดได้สรุปหลักเกณฑ์ในการใช้มาตรการขึ้นเครื่องหมายเตือนนักลงทุนเพิ่มเติมส่งให้ ก.ล.ต. เพื่อพิจารณาอนุมัติแล้ว ก่อนจะออกเป็นประกาศมาบังคับใช้ ซึ่งคาดว่าจะบังคับใช้ได้ในปีหน้า

โดยตลาดจะมีการขึ้นเครื่องหมาย C หรือ Caution เพื่อเตือนนักลงทุนให้ระมัดระวังการลงทุนในบริษัทจดทะเบียนที่มีการเปลี่ยนแปลงของฐานะการเงินแย่ลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยหลักเกณฑ์การพิจารณา เช่น บริษัทที่ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงต่ำกว่า 50%, บริษัทที่ยื่นเข้า กระบวนการฟื้นฟูกิจการ, ถูกจำกัดการทำธุรกิจ, ผู้สอบบัญชีไม่รับรองงบการเงิน หรือไม่ให้ความเห็นโดยมีเงื่อนไขว่าผู้บริหารไม่ให้ข้อมูล หรือระหว่างถูก ก.ล.ต.สั่งให้ทำ Special Audit เป็นต้น

โดยบริษัทที่ถูกขึ้นเครื่องหมายจะซื้อขายได้เฉพาะบัญชีเงินสด หรือ Cash Balance และต้องมีการชี้แจงข้อมูลให้กับผู้ถือหุ้นรับทราบ

“ปัจจุบันเวลาที่บริษัทจดทะเบียนมีฐานะการเงินที่เปลี่ยนแปลงแย่อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากการให้เปิดเผยข้อมูลแล้ว หากส่วนของทุนไม่ติดลบหุ้นของบริษัทก็จะยังคงซื้อขายตามปกติ แต่ในมาตรการนี้เราจะออกมาเตือนให้ผู้ลงทุนระมัดระวังการลงทุนเพราะหากเราปล่อยไปจนส่วนทุนติดลบ บริษัทก็จะเข้าข่ายถูกเพิกถอนและโดนห้ามการซื้อขาย จึงต้องออกมาเตือนนักลงทุนก่อนและเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริหารรีบแก้ไขปรับปรุงฐานะให้ดีขึ้น”

ขณะที่นางสิริวิภา ผู้ช่วยเลขาธิการ ก.ล.ต.ก็ได้ออกมาแนะนำผู้ลงทุนให้เลือกลงทุนกับบริษัทจดทะเบียนที่มีคุณภาพดี โดยศึกษาข้อมูลที่สำคัญจากรายงาน 56-1 และรายงานอื่นๆ ตามรอบระยะเวลา เช่น รายงานงบการเงินรายไตรมาส, งบการเงินประจำปี รายการคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการซึ่งรายงาน 56-1 จะเปิดเผยข้อมูลสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ 1.การประกอบธุรกิจ ครอบคลุมลักษณะของบริษัท หรือกลุ่มบริษัท บริษัทย่อย ที่ดำเนินงานอยู่ในปัจจุบัน

2.การจัดการและการกำกับดูแลกิจการ โครงสร้างกรรมการและผู้บริหาร, ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร, นโยบายการกำกับดูแลกิจการและความรับผิดชอบต่อสังคม 3.ส่วนวิเคราะห์และคำอธิบายฐานะการเงินของบริษัท
อย่างไรก็ดี ก่อนบริษัทจะเข้าตลาดนั้น จะมีกระบวนการกลั่นกรองในเบื้องต้นตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเมื่อเข้ามาอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว ก็ยังมีกลไกการกำกับดูแลให้บริษัทจดทะเบียนนั้นมีคุณภาพดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส มีระบบควบคุมภายใน รวมถึงมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอ.