วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จี้ “พินิจศักดิ์” ตรวจทำประกันเงินกู้ ช.พ.ค.

ห่วง ธ.ออมสิน ผูกขาดทำครูเสียประโยชน์ หนุนพักชำระหนี้ปลอดดอกเบี้ย

จากกรณี ดร.ชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ระบุว่าครูที่เป็นหนี้ในโครงการสวัสดิการเงินกู้ฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ซึ่งปัจจุบันมีรวมกว่า 475,000 บัญชี เป็นวงเงินกว่า 400,000 ล้านบาท ถ้าเดิมเลือกใช้การประกันชีวิตและยังจ่ายเงินกู้ไม่หมด เมื่อครบสัญญาประกันชีวิต 9 ปี ก็ต้องทำสัญญาต่ออีก 9 ปี ซึ่งเป็นสัญญาเดี่ยวตลอดสัญญาการกู้ โดยเบี้ยประกันจะคิดตามวงเงินกู้ที่เหลือนั้น

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. นายสานิตย์ พลศรี นายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ถ้าทางธนาคารออมสินพูดในลักษณะนี้ ก็อาจมองได้ว่าอาจจะมีการให้ บมจ.ทิพยประกันภัย เข้ามารับทำประกันต่อ ซึ่งแต่เดิมครูที่กู้ 3 ล้านบาท ต้องเสียเบี้ยประกันราว 180,000 บาท ดังนั้น ตนอยากเรียกร้องให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ในฐานะทำโครงการนี้ร่วมกับธนาคารออมสิน ได้รีบไปเจรจาแก้ปัญหาเรื่องการทำประกันชีวิตให้ครูได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะปีหน้าจะครบอายุสัญญาประกัน 9 ปีแรกแล้ว โดยให้เปิดทางบริษัทประกันต่างๆได้เข้ามาประมูลยื่นเงื่อนไขที่ดีที่สุดให้กับครู

“ซึ่งนายพินิจศักดิ์ สุวรรณรังค์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการ สกสค. ก็เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ต้องมาดูว่าการทำประกันชีวิตเดิมถูกต้องหรือไม่ ดังนั้น ถ้านายพินิจศักดิ์สงสัย ก็มีอำนาจสั่งฝ่ายกฎหมายใน สกสค.ตรวจสอบการทำประกันชีวิตที่ผ่านมานั้นถูกต้องหรือไม่ ทำไมบริษัทประกันภัยมารับทำประกันชีวิตในโครงการเงินกู้ ช.พ.ค.ได้ ซึ่งที่ผ่านมาสังคมก็วิพากษ์วิจารณ์และมีข้อสงสัยเรื่องนี้มานานแล้วเหมือนกัน จึงควรสั่งการให้ตรวจสอบข้อสงสัยเหล่านี้ให้กระจ่าง” นายกสมาคมครูชนบทจังหวัดชัยภูมิกล่าว

นายสานิตย์กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่นายพินิจศักดิ์เสนอให้ธนาคารออมสินมีมาตรการปรับโครงสร้างหนี้ให้กับครูชัดเจนมากขึ้น เช่น ขยายอายุสัญญาผ่อนชำระหนี้ ไม่คิดดอกเบี้ยในช่วงให้ครูหยุดพักชำระหนี้นั้น เป็นข้อเสนอที่ดี และควรรีบไปเจรจา ไม่ควรปล่อยให้ทางธนาคารคิดคนเดียว เพราะอาจไม่รู้ปัญหาครูทั้งหมด ซึ่งธนาคารออมสินเองก็ไม่ต้องการฟ้องล้มละลายครูอยู่แล้ว เพราะจะส่งผลกระทบไปถึงการจัดการเรียนการสอนนักเรียนทั่วประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าจะกลายเป็นประเด็นปัญหาทางสังคมเกิดขึ้น และสร้างความเสื่อมเสียแก่คนในวงการศึกษาไทย.