วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สนช.มีมติ 186 เสียง รับหลักการร่าง ก.ม.วินัยการเงินการคลัง

สรส.จี้ ชะลอ ก.ม.วินัยการคลัง รมช.คลัง แจงเหตุต้องเร่งคลอดกฎหมาย สนช.หวั่น รบ.เสียงข้างมากลากประชานิยม 

เมื่อวันที่ 24 พ.ย.60 ที่รัฐสภา นายพงศ์กิตติ์ อรุณภักดีสกุล ที่ปรึกษาด้านการเมืองการปกครองและการบริหารจัดการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ปฏิบัติหน้าที่สำนักงานเลขาธิการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รับหนังสือจากสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) นำโดย นายพงศ์ฐิติ พงศ์ศิลามณี รองเลขาธิการวิชาการ ปฏิบัติหน้าที่แทนเลขาธิการสมาพันธ์ฯ ยื่นถึงประธาน สนช.ระงับยับยั้งการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การพัฒนาการกำกับดูแลและบริหารรัฐวิสาหกิจ ร่าง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ และร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ รวมทั้งร่างกฎหมายฉบับอื่นๆ เอาไว้ก่อน เพราะยังไม่ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็น การมีส่วนร่วมประชาชน ตามมาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย โดยเป็นการขัดรัฐธรรมนูญ

เมื่อเวลา 10.00 น.ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช.เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่ ครม.เสนอมา นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผลว่า รัฐธรรมนูญบัญญัติให้รัฐรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด รัฐมีเสถียรภาพ มั่นคงยั่งยืน กฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเนินการทางการคลังและงบประมาณรัฐ การกำหนดวินัยทางการคลังด้านรายได้และรายจ่ายทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ การบริหารทรัพย์สินของรัฐและเงินคงคลัง และการบริหารหนี้สาธารณะ จึงจำเป็นต้องทำร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้

ต่อมาที่ประชุมเปิดให้สมาชิกอภิปราย ส่วนใหญ่เห็นด้วยในหลักการ แต่มีบางส่วนท้วงติงในประเด็น หนี้สาธารณะ อาทิ นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ กล่าวว่า ในเรื่องของการกู้เงิน ที่ไม่ผ่านงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือการกู้นอกระบบงบประมาณ ตรงนี้เราเคยมีประสบการณ์เจ็บปวด รัฐบาลหนึ่งอ้างเรื่องนี้ ออกเป็นกฎหมายกู้เงินต่างประเทศ อ้างเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ที่สำคัญการกู้เงินลักษณะนั้นใช้กระดาษเพียง 10 แผ่น แล้วออกเป็นกฎหมาย โดยไม่ผ่านการตรวจตราของสำนักงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ก็สามารถใช้เงินได้ อยากถามว่ามีกรอบอะไรในการป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้นมาอีก เพราะรัฐธรรมนูญอย่างเดียวไม่พอ อาจต้องมีกรอบควบคุมเอาไว้ หากรัฐบาลเสียงข้างมากบริหารประเทศในอนาคต แล้วใช้พวกมากลากไป ออกกฎหมายลักษณะประชานิยม ใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีที่สูงมาก โดยไม่ผ่านการควบคุมก็จะเกิดปัญหาได้

จากนั้นที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระ 1 ด้วยคะแนน 186 งดออกเสียง 3 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการจำนวน 26 คน และกำหนดพิจารณาให้แล้วเสร็จใน 57 วัน