วันอังคารที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บทเรียนชีวิต! ฮาย อาภาพร รับใช้เงินไม่เป็น! จาก10 ล้านเหลือไม่ถึงแสน

อยู่ในวงการบันเทิงมาร่วม 30 ปี สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาว ฮาย อาภาพร นครสวรรค์ ที่มีเพลงฮิตติดหูมากมาย แต่ใครจะรู้ว่า ชีวิตที่ผ่านมา หากเธอยังคิดไม่ได้เรื่องการเก็บเงิน อาจจะทำให้ตกอับก็ได้ แต่โชคดีที่เธอยังบริหารการใช้เงินได้ทัน เพราะ ฮาย อาภาพร ยอมรับว่า เป็นคนใช้เงินไม่เป็น จนกระทั่งเงินจาก 10 ล้านในบัญชีเหลือไม่ถึงแสน โดยเธอได้มาเปิดใจในรายการ ยิ่งศักดิ์ ยิ่งแซ่บ ช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30

ร้องเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่อัลบั้มแรกมาทั้งหมดกี่ปี? “อยู่วงการนี้มาจะ 30 ปีแล้ว ตั้งแต่อายุ 18 จนยาวมา 27-28 ปี อยู่เข้ามาจนปีที่ 9 ถึงจะเริ่มประสบความสำเร็จ จนถึงอัลบั้มที่ 9 เลิกแล้วค่ะ อาจจะเป็นเพราะว่าหาความเป็นตัวเองยังไม่เจอ จนมาอายุ 27-28 จนอัลบั้มเลิกแล้วค่ะ เพิ่งจะมาเริ่มดัง ซึ่งคนอื่นเค้าอยู่แค่ 2-3 ปี ก็มีชื่อเสียง ไปตั้งวงปิดวิกเป็นของตัวเอง”

ทำไมเพลง เลิกแล้วค่ะ ถึงได้ดังขนาดนั้น? “เราไม่ได้อัดฉีดเงินนะคะ ตอนนั้นเงินหมดแล้ว เงินไม่มีเลย ซึ่งเวลาเราไปโปรโมทเพลง เราโปรโมตหลังตี 2 ตี 3 ด้วยเงิน 5,000 บาทในสมัยนั้น ซึ่งเวลานั้นแมวก็หลับแล้ว คนที่ดูตอนนั้นก็คือคาเฟ่ กำลังรุ่งเรืองอยู่ พวกตลกก็เอามาล้อกันเล่น มันเลยดังตั้งแต่นั้นมา จากนั้นออกเพลงอะไรมาก็ดังหมดเลย อะไรก็จุดติดแล้ว”

ตอนนั้นชีวิตเราเปลี่ยนแปลงยังไงบ้าง? “ช่วงนั้นวิ่งคืนละ 9 ที่ค่ะ ตื่นมาขอบตาดำเลย ซึ่งค่าตัวตอนนั้นเราให้เท่าไหร่ก็ได้”

ตอนนั้นเรามีรายได้กอบโกยไว้เยอะขนาดไหน? “มันก็มีอยู่ได้ ส่งเลี้ยงครอบครัวได้เรามีเท่าไหร่เราก็เก็บ เก็บเงินเก็บทองเป็นทุนสำหรับชีวิตเราเยอะๆ เพราะฮายเป็นคนใช้เงินไม่เป็น และคิดว่าช่วงนั้นเราเป็นคนที่เก็บเงินได้มากที่สุดแล้ว”

หลังจากนั้นเราก็ใช้จ่ายกันอย่างสนุกสนาน กินข้าวกับเพื่อนทีละเยอะๆ? “ฟุ่มเฟือยมาก เพราะเรารู้สึกว่า เงินขนาดนี้เราไม่มีวันจนหรอก ไม่มีทาง เพราะยังไงชั้นก็เป็นคนมีเงิน เป็นไปไม่ได้สำหรับชีวิตชั้น เราคิดอย่างนั้นเพราะเราไม่ได้เรียนการบริหารมา เพื่อนชวนไปไหนก็ไป เที่ยวไหนถึงกัน เพราะช่วงนั้นเรายังมีแรงมีเงินอยู่ บาร์เกย์เราก็ไปนะ เพื่อที่จะเอาโชว์เค้ามาปรับ และเงินเราก็ได้มาใช้ไป ไม่เคยเก็บเงินเลย”

สิ่งที่เราคิดว่าเราซื้อแพงที่สุด? “น่าจะเป็นเพราะว่า หนักไปทางรถ เราซื้อคันละ 4 ล้าน คันใหญ่ๆ สบายๆ แต่เราเอามาใช้งาน”

ในที่สุดงานเราก็ลดลง เงินเราก็ลดลง ลดไปเยอะมั้ย? “ไม่ลดนะ แต่เงินลด เพราะเราใช้แบบฟุ่มเฟือย อยากได้อะไรซื้อ อยากได้ที่ทางตรงไหนก็ซื้อ ซื้อหมดจนไม่มีเงินสดเลย วันนั้นงงนะ ตื่นมาเรามีเงินเหลือเท่านี้เหรอ เราไม่เคยมีเงินเหลือไม่ถึงหลักแสนเท่านี้ ซึ่งเมื่อก่อนมีเป็นสิบล้าน มีแค่ทรัพย์สิน ก็ต้องบริหารตัวเองใหม่ เรามีความรู้สึกเราพลาดไม่ได้แล้ว เราใช้ชีวิตแบบเลอะเทอะมา 10 กว่าปีแล้วนะ ไม่มีใครกล้าท้วงติง เพราะไม่มีใครรู้ว่าเรามีเงินกี่บาท เราทำงานเก็บเงินๆ พออยากทำอะไรก็ทำ คือช่วงเวลาชีวิตมันพัฒนาไปเรื่อยๆ พอถึงจุดๆ หนึ่ง เราจะขึ้นเลข 4 เราถึงรู้ว่าเราไม่มีเงินนะ”

ไม่มีที่พึ่งทางใจคอยปรึกษา ไม่มีเลยเหรอ? “ค่อนข้างไม่มี อาจจะเป็นเพราะว่าเราบริหารเอง ประสบความสำเร็จในการทำงาน เราทำคนเดียว เราเป็นคนบ้างาน บ้าพลัง พอได้สติขึ้นมา มันก็อุดรูรั่วหมดเลยนะ”

ตอนนี้เราใช้ชีวิตประหยัดมากขึ้น? “ใช่ค่ะ เพราะเราไม่มีครอบครัว ไม่มีสามีคอยเลี้ยง ไม่มีลูก เพราะฉะนั้นเราจะต้องแก่แบบมีคุรภาพ จะต้องไม่ตายโดยไม่มีโลง อยากฝากบอกคนที่ยังบริหารจัดการตัวเองไม่ได้ สิ่งนี้ถ้าเราจะอยู่แบบมีคุณภาพในสังคม ฮายว่าทุกคนรู้ อย่าไปฟุ้งเฟ้อจนเกินตัว ถามว่าเงินใช้ได้มั้ย ใช้ได้ แต่อย่าให้มันเกินลิมิต เรามีแรงเท่าไหร่เราใช้เท่านั้น ฮายแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนแรกเก็บ ส่วนที่สองดูแลที่บ้าน ส่วนที่สามแบ่งมาแต่งตัว 100 เราแบ่งได้อยู่แล้ว ทีละ 30 สบายเลย”

ตอนนี้อยู่กับแม่ แม่เป็นยังไงบ้าง? “คือที่รักแม่มากเพราะเรารู้ประวัติ แม่ไม่มีพ่อไม่มีแม่ พอคลอดแม่ปั๊บ แม่ของแม่ก็เสีย ส่วนพ่อของแม่ก็ไปมีเมียใหม่ ก็มาอยู่กับพี่ป้าน้าอาของแม่ แกก็ถูกเลี้ยงมาเป็นเด็กกำพร้า พอแกมีลูก เราเลยอยากให้ชีวิตเค้าสบายให้สุด แม่แกก็มีบุญนะ ลำบากตอนเล็ก สบายตอนแก่ เราเป็นลูกคนที่ 4 แม่มีลูก 6 คน เราเลี้ยงแม่คนเดียว คนอื่นไม่ดูแลหนูไม่ว่าเลย เพราะเค้ามีครอบครัวไง เรามีความรู้สึกว่า ถ้าแม่เป็นอะไรไป เราจะไม่เสียใจ เหมือนที่พ่อเสีย เราก็ไม่เสียใจ เพราะเราดูแลเค้าดีที่สุดแล้ว”

แม่ไม่สบาย? “ปีนี้แม่ไม่สบายมาโดยตลอด เป็นหวัดภูมิแพ้ พอมาอยู่คอนโด แกก็ไม่ได้ออกมาเดิน ไม่ได้ออกมาโดนแดด แกไม่สบาย เราก็พาไปโรงพยาบาล แกเป็นคนไม่ค่อยชอบกินข้าว แต่กินยา แล้วยามันก็ไปกัดกระเพาะ ไปตรวจเจอกระเพาะและลำไส้เป็นแผลยาว ไปเอกซเรย์จมูกก็เป็นไซนัส เป็นกรดไหลย้อน เพราะกินยาเยอะ ตอนนี้ดีขึ้นค่ะ”

แม่ขี้หลงขี้ลืม? “ช่วงที่ไม่สบายเค้าขี้หลงขี้ลืมมากเลยค่ะ จำไม่ได้แม้กระทั่งเราไปเยี่ยม พอเค้าไม่สบายเค้าก็ลืมตลอด จะกินยาก็ลืมว่ากินรึยัง เลยกินแล้วกินอีก เราก็เลยเริ่มพยายามฝึกแก ให้แกนับเลข เพราะกินยามาก เลยต้องล้างท้อง แกกินยาสามรอบ เกือบตาย หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ พอไปเช็ก แกกินยาเยอะมาก เมื่อ 2 ปีที่แล้วแกจะจัดยากินเอง หนูจะยกให้แกเป็นเภสัชเลย แกเก่งเรื่องจัดยามาก”

ตัวฮายเป็นโรคอะไรบ้าง? “ฮายเป็นไทรอยด์มา 20 ปี เป็นทั้งแบบบวม แบบแห้ง ถ้าไม่ออกกำลังกายจะตัวใหญ่กว่านี้อีก อาการที่เป็นจะเอ๋อ จะอวบอ้วน เพราะกระทบฮอร์โมน ต้องกินยาทุกวันเพื่อเพิ่มฮอร์โมน ถ้าไม่ได้กินจะเอ๋อไปเลย ออกกำลังกายแค่ไหน ก็ได้แค่นี้ ไม่ผอมไปกว่านี้แล้ว

ฮายเคยป่วยขนาดร้องเพลงร่วงกลางเวทีก็มี บางทีขึ้นบันได 3 ขั้นก็เป็นลมแล้วนะ ใจจะขาด ตอนแรกไม่รู้เป็นอะไร คิดว่ามะเร็ง ไปตรวจจนมาพบเป็นไทรอยด์ โหมออกกำลังกาย ใช้เวลามากที่สุดต่อวันในการออกกำลังกายวันละ 3 ชม. อยู่ในฟิตเนส น้ำหนักลดมากสุด 15 กก.”

คิดจะมีแฟนกับเค้ามั้ย? “มีได้ก็ดี แต่หนูไม่ได้คิดนะ แต่ถ้ามาดีๆ ก็โอเค อยากมีลูก แต่มีก็ได้ ไม่มีก็ได้ เจอแต่คนมีเจ้าของ ตอนนี้ยังโสด ยังไม่เจอผู้ชายที่ถูกใจ แถมยังเจอกรณีพิสดารถูกเกย์ตามจีบด้วย คิดว่าเราต้องเก็บเงินสักก้อน ดูแลตัวเองตอนแก่ เราคิดว่าเราอยู่รอดได้ ถ้าเวลาเหงาๆ เราก็โทรหาเพื่อนได้”.