วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปลูกองุ่นไร้เมล็ด หนีวิถีไร่ข้าวโพดผูกปีขาดทุนยิ่งเป็นหนี้

การช่วยเหลือตัวเองและกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้งนำมาสู่ความสำเร็จในอาชีพและวิถีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังเช่นอีกหนึ่งเกษตรกรตัวอย่างรายนี้ "วีระชัย ศักพุ่ม" เกษตรกรวัย 58 ปี ซึ่งเป็นทั้ง เจ้าของสวนองุ่น และเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนต้นแบบภูเพียงฟ้า เลขที่ 186 หมู่ที่ 10 บ้านเทิดชาติ ต.บ่อภาค อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก

อะไรที่เรียกว่าความสำเร็จ และกว่าจะมาถึงวันนี้ ต้องผ่านอะไรมาบ้าง กว่าจะมีองุ่นตัดขายในเชิงธุรกิจขึ้นชื่อ และมีผู้แวะมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสายเชิญติดตามได้

วีระชัย : ทุกวันนี้ ทำสวนองุ่นสร้างรายได้โดยยึดแนวศาสตร์พระราชา เลิกทำไร่ข้าวโพดมาปลูกองุ่นพันธุ์บิวตี้ซีดเลสตามรอยศาสตร์พระราชาขายให้กับนักท่องเที่ยวปีละ 2 ครั้ง สร้างรายได้ดีโดยเฉพาะในช่วงหนาวนี้

ที่สวนยังเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนต้นแบบภูเพียงฟ้า และเป็นสวนองุ่นตามรอยศาสตร์ของพระราชา ซึ่งปรับพื้นที่เดิมให้มีคุณภาพ เริ่มแรกปลูกข้าวโพด เพื่อยังชีพหาเลี้ยงครอบครัว แต่ว่าขายไม่ได้ราคาแทบทุกปี บางปีขาดทุนย่อยยับเป็นหนี้เป็นสินไม่รู้จบ

จากนั้น จึงปรึกษากับครอบครัวก่อนเปลี่ยนมาปลูกองุ่นพันธุ์บิวตี้ซีดเลส โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายส่วน ทำให้มีรายได้ดีขึ้น โดยองุ่นปีนี้ ให้ผลผลิตจำนวนมาก คาดว่าจะขายให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวในช่วงหน้าหนาวอย่างแน่นอน

ปลูกองุ่นพันธุ์บิวตี้ซีดเลสบนพื้นที่ 2 งาน วิธีการปลูกนั้น ไม่ยากทำค้างเป็นโดมมีหลังคา เพื่อจะคอยดูแลเรื่องการควบคุมน้ำ องุ่นพันธุ์นี้ เป็นพืชที่เจริญเติบโตและมีการแตกกิ่งก้านสาขาได้เร็ว จึงจำเป็นต้องมีการตัดแต่งกิ่ง เพื่อให้ต้นองุ่นเจริญเติบโตไปในทิศทางที่ถูกต้อง

อีกขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เมื่อองุ่นติดผล องุ่นบ้านเรามักจะติดผลแน่นมาก ถ้าไม่ตัดแต่งนำออกบ้างผลในช่อจะแน่นเกินไป ทำให้ผลที่ได้ขนาดเล็ก คุณภาพไม่ดี หรือ เบียดกันจนผลบิดเบี้ยวทำให้ดูไม่สวยงามและเน่าเสียได้ จึงจำเป็นต้องตัดผลออกบ้างให้เหลือพอดี ไม่แน่นเกินเกินไป หรือโปร่งเกินไป

การตัดแต่งผลออกจากช่อมักทำ 1-2 ครั้ง เมื่อผลเติบโตขึ้นพอสมควร ปัจจุบันองุ่นพันธุ์นี้ เป็นที่ต้องการของตลาดมาก เพราะเป็นองุ่นไร้เมล็ด แม้จะมีผลขนาดเล็ก แต่ว่ารสชาติหวาน กรอบ อร่อย ราคาจำหน่ายหน้าสวนกิโลกรัมละ 200 บาท

ปีนี้ องุ่นของตนน่าจะได้ผลผลิตขายได้ไม่ต่ำกว่า 400-500 กิโลกรัม ซึ่งแต่ละปีจะมีลูกค้าแวะมาซื้อกันจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังได้ขยายพื้นที่ปลูกฟักทองญี่ปุ่นกำลังเป็นความต้องการของตลาด โดยคาดว่าจะมีผลผลิตไม่ต่ำกว่า 100 กิโลกรัมอีกด้วย

จากปลูกข้าวโพดราคาตกต่ำมาตลอด พอดีกับมีหน่วยงานพัฒนาพื้นที่สูงมาแนะนำ และเข้ามาทำกับชุมชนต้นแบบในการปลูกองุ่น มีเกษตรกรทำมาก่อน 2 ราย ก็ไปเรียนรู้ มีอาจารย์มาให้คำแนะนำก็เลยเข้าร่วมโครงการ ขณะที่ปัจจุบันพื้นที่ใกล้เคียงในตำบลเดียวกันมีทั้งหมด 8 สวนแล้ว

การทำสวนองุ่นนี้ 1 ปี จะให้ผลผลิตขายได้ 2 รอบ โดยสวนของตนนี้ ปีนี้ ทำมาเป็นปีที่ 2 เข้าปีที่ 3 ที่ผ่านมามีรายได้หลักแสนบาทต่อปี สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ดีกว่าปลูกข้าวโพด ต่อจากนี้ กำลังจะขยายพื้นที่ปลูดองุ่นเพิ่ม ควบคู่ไปกับปลูกฟักทองญี่ปุ่น ข้าวโพดหวานและข้าวโพดข้าวเหนียว

สำหรับอะไรทำให้ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงนั้น หลังจากไปเรียนรู้ และเร่ิมเปลี่ยนแปลง จากปลูกข้าวโพด ขณะที่ต่อจากนี้ มีแผนด้านการท่องเที่ยว ช่วงนี้ มีนักท่องเที่ยวมาจำนวนมาก วันละ 100-200 คน ก็จับหาทางทำตรงนี้ จะขยายพื้นที่ปลูกเพิ่ม ปลูกพืชพันธุ์ใหม่ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมให้ถ่ายรูป ส่วนถ้ามีโอกาสจะทำโฮมสเตย์รองรับ     

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่สนใจต้องการซื้อองุ่นพันธุ์บิวตี้ซีดเลส หรือ เข้าเยี่ยมชมสวนองุ่นและเป็นศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนต้นแบบภูเพียงฟ้าสามารถสอบถามที่โทรศัพท์หมายเลข 09 8297 4908.

เรื่องเล่าความสำเร็จ