วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กลุ่มเดอะมอลล์ปรับกลยุทธ์รับลูกค้ายุคดิจิทัล

นับถอยหลังเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ เทศกาลสำคัญที่เป็นสีสันธุรกิจค้าปลีก แต่ยุคดิจิทัลที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป ทำให้ธุรกิจต้องมีการปรับตัว ในปีนี้จึงเห็นมุมมองที่เปลี่ยนไป

เดอะมอลล์กรุ๊ป หนึ่งในผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่ ก็ได้เร่งปรับตัวรองรับลูกค้า โดยเปลี่ยนแปลงการทำกิจกรรมการตลาดศูนย์การค้าของ 3 ห้างสรรพสินค้า คือ เดอะมอลล์, ดิ เอ็มโพเรียม และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ รับลูกค้าในยุคดิจิทัล เปลี่ยนแปลงการทำมาร์เก็ตติ้งปีใหม่นี้ แบบแยกธีม แยกอารมณ์ชัดเจน แต่ยังคงความเหมือนที่ให้ความคุ้มค่ากับผู้บริโภค

นายชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะ มอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เพื่อรองรับกำลังซื้อในช่วงปลายปีนี้ นอกเหนือจากแคมเปญที่ร่วมกับมาตรการรัฐ “ช็อปช่วยชาติ” ที่ได้โหมโรงและปลุกกำลังซื้อของผู้บริโภค ผสมโรงกับการจัดแคมเปญสำหรับ 3 ห้างสรรพสินค้าตอบโจทย์การทำการตลาดในยุครีเทล 4.0 เพื่อตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนไป

ภายใต้กลยุทธ์ Customer Centric ผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง ครีเอต รายละเอียดการสื่อสารด้านอารมณ์ (Emotional) ประสบการณ์เชิงบวก (Experience) ของแคมเปญปีใหม่ให้มีความแตกต่าง ตามคาแรกเตอร์ของแต่ละห้าง ในขณะที่มีความเหมือนของฟังก์ชั่นนอล (Functional) ในการลดราคาสินค้า ควบคู่กับวิธีการนำเสนอให้เหมาะกับยุคดิจิทัลไลฟ์สไตล์

ด้วยการจัดทำภาพยนตร์สั้น 3 เรื่อง 3 ธีม 3 ห้างฯ เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ สร้างอารมณ์แห่งความสุขและการให้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยคาดว่าช่วงปีใหม่นี้จะสามารถสร้างยอดขายได้รวมกว่า 11,000 ล้านบาท และส่งผลให้ยอดขายรวมของเดอะมอลล์กรุ๊ปสิ้นปี 2560 ถึง 56,000 ล้านบาท ตามเป้าหมายที่วางไว้

“การสื่อสารประสบการณ์เชิงบวก หรืออีโมชั่นแนล เป็นแนวคิดที่ทั้ง 3 ห้างฯ เลือกใช้ผ่านภาพยนตร์สั้นสื่อ 3 อารมณ์ ผ่านช่องทางออนไลน์ในเฟซบุ๊กของทั้ง 3 ห้างฯ ซึ่งอารมณ์ของภาพยนตร์สื่อสารอารมณ์ของคำว่า Gift ตามคาแรกเตอร์ของ 3 ห้างฯ และเป็น 3 ธีม ของปีใหม่ ได้แก่ The Mall Gift is You, Emporium Relations Gift และ Paragon Gift of Bangkok โดยเฉพาะภาพยนตร์สั้นของ ดิ เอ็มโพเรียม ในปีนี้ เป็นครั้งแรกของการทำการตลาดสร้างอารมณ์ผ่านหนังสั้น ที่ถ่ายทำถึงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เน้นสื่ออารมณ์ความสัมพันธ์พิเศษของ ดิ เอ็มโพเรียม กับลูกค้า”

นอกจากนี้ยังมีการคัดเลือกของขวัญแบบ Personalize เช่นแนวคิดการนำเครื่องสำอาง มาจัดเป็นบูเก้สวยๆ, การปักชื่อเฉพาะบนแขนเสื้อเชิ้ต ชุดกีฬา หรือจะเป็นของขวัญอีก 100 ชิ้น พิเศษ จากพารากอน ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตของคนกรุง อาทิ วิถีการเฉลิมฉลอง, โชคลาภ ดวงชะตา, ความชิลล์, การละเล่น, การรับประทาน เป็นต้น

ไม่เพียงเท่านี้ มุมห่อของขวัญของทั้ง 3 ห้าง ยังเน้นตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ อาทิ เดอะมอลล์ สร้างสรรค์ “WRAPPING STUDIO” การรังสรรค์ของขวัญปีใหม่ ผ่านทางแอพพลิเคชั่น เริ่มตั้งแต่การเลือกกันกระแทกสีสันสดใสและท็อปปิ้ง ตกแต่งรูปภายในกล่อง พร้อมกระดาษห่อของขวัญลวดลายน่ารักอีกมากมาย ด้านพารากอน มีกระดาษห่อและโบให้เลือกมากมายเช่นกัน อีกทั้งมีกระดาษ 7 ลายพิเศษ ที่ออกแบบโดย แบรนด์ “DRY CLEAN ONLY” ด้วย นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าลิมิเต็ดอิดิชั่น ที่ใช้ชื่อว่า “ของขวัญจากกรุงเทพฯ” จำนวน 2,018 ชิ้น ไว้เป็นของขวัญให้ลูกค้าพารากอนที่ช็อปปิ้งครบ 8,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ยังมีความพิเศษจากแคมเปญ 2018 Brilliant Thanks มาเสริมความพิเศษของปีใหม่นี้ด้วย ตั้งแต่วันนี้-7 ม.ค.2561 ลุ้นทริปล่องเรือสำราญ Symphony of The Seas รอบปฐมฤกษ์ ซึ่งเป็นเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลก ออกเดินทางจากเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ผ่านฝรั่งเศสและอิตาลี และช็อปปิ้งครบทุก 2,000 บาท ร่วมลุ้นรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1.1 ล้านบาท

ความพิเศษของปีใหม่ที่ 3 ห้างสรรพสินค้า นำมาเสนอให้ผู้บริโภค ครบทั้งความคุ้มค่า ความพิเศษ และความประทับใจ ซึ่งสื่อสารทั้งออนไลน์ และออนกราวน์ ถือเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าในยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกัน รวมถึงตอบสนองกับวิถีชีวิตของคนไทยที่กำลังเข้าสู่ยุคดิจิทัล 4.0!!

วานิชหนุ่ม
wanich@thairath.co.th