วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"สเนลไวท์" ฝันกลางวันที่เป็นจริง!! เมื่อคิดใหญ่...ต้องทำใหญ่

“ผมเป็นคนช่างฝัน และต้องทำให้ฝันนั้นเป็นจริง”

ในวันที่ผมตัดสินใจตั้งบริษัทเพื่อผลิตและสร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ผมบอกกับครอบครัวและหุ้นส่วนว่า ผมจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นและจะทำบริษัทให้เติบโตขึ้นเป็น 1 ใน 3 ของบริษัทด้านความงามของเอเชียให้ได้ มันเหมือนฝันกลางวัน แต่ผมกำลังทำฝันกลางวันให้เป็นจริง!!

นั่นคือที่มาของชื่อบริษัท “ดู เดย์ ดรีม” บริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิว “สเนลไวท์” (SNAILWHITE) ภายใต้เครื่องหมายการค้านามุไลฟ์ (NAMU LIFE) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีสารตั้งต้นจากสารสกัดจากเมือกหอยทากที่สร้างความฮือฮาให้กับอุตสาหกรรม skin care ในประเทศไทย เพราะสามารถสร้างยอดขายให้เติบโตได้อย่างรวดเร็ว!!

และ “สเนลไวท์” ไม่ได้เป็นที่นิยมถูกใจเฉพาะสาวๆในประเทศไทยแต่ขจรไกลไปถึงสาวน้อยสาวใหญ่ในเอเชียโดยเฉพาะอาหมวยจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ผลิตภัณฑ์ “สเนลไวท์” ถูกยกให้เป็น 1 ใน 5 สินค้าแซบเว่อร์ ที่เว็บไซต์ท่องเที่ยวของจีนจัดให้เป็นผลิตภัณฑ์ห้ามพลาด เมื่อมาท่องเที่ยวและช็อปปิ้งในเมืองไทย!!

อะไรคือ Key ของความสำเร็จ ที่ทำให้วันนี้ “ดู เดย์ ดรีม”มียอดขายเติบโตก้าวกระโดด 1,200 ล้านในปี 59 และอีก 872 ล้านบาทในครึ่งแรกของปี 60 จากวันที่เริ่มสร้างแบรนด์ในปี 56 ที่มียอดขายเพียง 70 ล้านบาท!!

“สราวุฒิ พรพัฒนารักษ์” ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัทดูเดย์ดรีม ผู้ที่กำลังทำฝันกลางวันให้เป็นจริง เพราะอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ หุ้นของบริษัทจะเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหุ้นไทย!!

“สราวุฒิ” บอกว่า เหตุที่เขามาจับธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิว แทนที่จะช่วยธุรกิจผลิตและจำหน่ายสีรถยนต์ ของครอบครัว เพราะเล็งเห็นว่าธุรกิจนี้ยังเติบโตได้อีกมาก แต่สินค้าที่ขายในตลาดล้วนเป็นแบรนด์ต่างประเทศทั้งที่เมืองไทยมีโรงงานผลิตที่ได้มาตรฐานจำนวนมาก แต่คนไทยกลับไม่สามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองขายให้คนไทยและออกไปขายต่างประเทศได้!!

นี่คือจุดเริ่มต้น...แต่เขากลับสร้างโรงงาน โดยเริ่มรับจ้างผลิตเป็น OEM ให้รายย่อยที่ขายออนไลน์ก่อนถึง 3 ปี เพื่อเรียนรู้ผลิตภัณฑ์และประสบการณ์จากลูกค้า ก่อนที่จะตัดสินใจชวนเพื่อน 4 คนที่มีความสามารถโดดเด่น ในแต่ละด้านเข้ามาช่วยเสริมทัพในส่วนที่ตนเองไม่ถนัด

เมื่อทุกอย่างลงตัวจึงเดินหน้าสร้างแบรนด์และเปิดตัวครีมบำรุงผิวหน้า “สเนลไวท์” ออกสู่ตลาด พุ่งเป้าไปที่การขายผ่านออนไลน์ และใช้ดิจิตอล มาร์เก็ตติ้งในการโฆษณาให้เกิดการรับรู้และบอกต่อ ปรากฏว่าได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม!!

และไม่รอช้า ทีมงานของเขารีบใช้การตลาดเชิงรุกที่เฉียบแหลมทุ่มทุนจ้างพรีเซ็นเตอร์ “ตัวแม่” แถวหน้าของวงการบันเทิง ขย่มโฆษณาผ่านสื่อกระแสหลัก ทั้งทีวีและบิลบอร์ดปูพรมทั่วกรุงเทพฯ ตอกย้ำสร้างการจดจำในแบรนด์สินค้า

ทำให้ภายในปีนั้นเองจากแบรนด์ดังในโลกออนไลน์ ก็ได้ไปวางขายในร้านบูธและวัตสันก่อนกระจายเข้าห้างโมเดิร์นเทรดและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ

“กินรวบ” ขึ้นแท่นครีมบำรุงผิวหน้าที่มียอดขายสูงสุดในปีถัดมา!!

เพราะคิดใหญ่ จึงต้องทำใหญ่ และไม่เพียงแต่คุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่โดนใจผู้บริโภคเท่านั้น แต่การวางตำแหน่งสินค้า ไว้ตรงกลาง เป็น PremiumMass ที่อยู่ระหว่าง Mass Product กับ Counter Brand เปิดจุดขายว่าเป็นของดีมีคุณภาพเทียบชั้น Counter Brand แต่ราคาจับต้องได้แบบ Mass Product ก็กระแทกใจสาวๆไม่น้อย!!

“สราวุฒิ” บอกว่า แม้เราจะเป็นแบรนด์ไทย ที่กำลังออกไปโตในต่างประเทศ แต่เราต้องโตให้ได้ดีในเมืองไทยด้วย จึงยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมและสรรหาส่วนผสมที่ดีที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงออกแบบบรรจุภัณฑ์แพ็กเกจจิ้งที่สะดวกในการใช้งานและดูดี ซึ่งต้องนำเข้าจากเกาหลี

โดยได้ตั้งเป้ามาร์เก็ตแชร์ยอดขายรวมทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นที่ 1 ของประเทศให้ได้ จากปัจจุบันอยู่อันดับที่ 10 ซึ่ง 9 แบรนด์แรกนั้น ล้วนเป็นแบรนด์จากต่างประเทศทั้งสิ้น!!

ส่วนการขยายตลาดไปต่างประเทศนั้น พุ่งเป้าบุกทะลวงเมืองจีนเป็นหลัก เพราะมีมูลค่าตลาดในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวสูงถึง 1 ล้านล้านบาท ใหญ่กว่าเมืองไทยที่มีมูลค่าตลาดที่ 5 หมื่นล้านบาทถึง 20 เท่า!!

โดยปี 59 “สเนลไวท์” มียอดส่งออกไปจีน 130 ล้านบาท แต่ปี 60 เพียงแค่ครึ่งปี ยอดขายกระโดดขึ้นไปกว่า 300 ล้านบาท ยังไม่นับที่นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาหิ้วซื้อจากเมืองไทย ทั้งที่เรายังไม่ได้ไปทำตลาดในประเทศจีนเลยแม้แต่น้อย แต่ปีหน้าเราจะร่วมกับพันธมิตรที่เป็นตัวแทนจำหน่าย รุกเข้าไปทำตลาดออนไลน์ของจีน

ดังนั้น โอกาสของ “สเนลไวท์” ในตลาดจีนจึงยังไปได้อีกยาวไกล และจะเป็นกุญแจสำคัญที่นำพาบริษัทไปสู่เป้าหมาย 1 ใน 3 ของบริษัทชั้นนำด้านความงามของเอเชีย ทำฝันกลางวันของ “สราวุฒิ” ให้เป็นความจริง!!