วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"Ga-68 PSMA" เภสัชรังสี ชี้เป้ารักษา...มะเร็งต่อมลูกหมาก

มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตในลำดับต้นๆของคนทั่วโลก นั่นจึงเป็นเหตุผลให้ทางการแพทย์มีการคิดค้นนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆในการเอาชนะโรคร้ายนี้ให้ได้

แต่ในระหว่างที่การศึกษาวิจัย คิดค้น วิธีการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดยังไม่เกิดขึ้น การตรวจหามะเร็งตั้งแต่ในระยะเริ่มต้น เพื่อที่จะได้ทำการรักษาได้ตรงจุด มีประสิทธิภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ

พ.อ.นพ.สามารถ ราชดารา แพทย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์ โรงพยาบาลวัฒโนสถ โรงพยาบาลที่ให้การรักษาเฉพาะโรคมะเร็ง ในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพ บอกว่า คนไทยเรารู้จักการตรวจโรคด้วยเครื่องมือแพทย์ หลายๆชนิด หนึ่งในบรรดาการตรวจโรค เหล่านั้น คือ การตรวจด้วยเครื่องมือด้าน รังสี ซึ่งมีเครื่องมือแพทย์ในกลุ่มนี้มากมาย เช่น ซีทีสแกน (CT scan) เอ็มอาร์ไอ (MRI) อัลตราซาวนด์ (ultrasound) เช่นเดียวกับการรักษาโรคมะเร็ง ที่ปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปมาก ทั้งการฉายแสงในระบบ 3 มิติ การให้ยาเคมีบำบัดที่ให้ผลเฉพาะที่ (target therapy) ที่ช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้น

“หัวใจสำคัญของการตรวจวินิจฉัยมะเร็งคือความรวดเร็วและถูกต้อง เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบและทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากที่สุด” คุณหมอสามารถบอกและว่า เครื่องมือชนิดหนึ่งที่มีการนำเข้ามาใช้ตรวจวินิจฉัยโรคมะเร็งนานกว่า 10 ปีแล้ว แต่อาจยังไม่เป็นที่แพร่หลาย คือ เครื่องเพทซีที สแกน (PET/CT Scan) ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจโรคทางด้านรังสีวิทยา ที่นำเครื่องมือตรวจด้านรังสี 2 ชิ้น มารวมเป็นเครื่องมือชิ้นเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มีความไวสูง ทำให้แพทย์สามารถอ่านผลและพบความผิดปกติของโรคที่ไม่สามารถเห็นหรือวินิจฉัยได้จากการตรวจด้วยเครื่องมืออื่น โดยเฉพาะมะเร็งชนิดก้อน เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ มะเร็งหลังโพรงจมูก มะเร็งเต้านม ฯลฯ ที่ทำให้แพทย์สามารถกำหนดตำแหน่งของโรคได้อย่างแม่นยำ

สำหรับ มะเร็งต่อมลูกหมาก นั้น คุณหมอสามารถ ให้ข้อมูลว่าเป็นมะเร็ง ที่เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆของชาวตะวันตก และในประเทศไทยเองก็มีผู้ป่วยด้วยโรคนี้จำนวนมากเช่นกัน ซึ่งการวินิจฉัยโรคและกำหนดระยะของตัวโรคที่ถูกต้องแม่นยำจะส่งผลดีต่อการรักษาอย่างมาก

“การตรวจเฝ้าระวังและวินิจฉัยที่แม่นยำสำหรับมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นเรื่องสำคัญมาก ปัจจุบันการวินิจฉัยมะเร็งต่อม ลูกหมากจะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกายเบื้องต้น การตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาค่าบ่งชี้สภาวะความเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากและการตรวจทางด้านรังสีวิทยา เช่น อัลตราซาวนด์ หรือเอ็มอาร์ไอ และสุดท้ายการตรวจชิ้นเนื้อก็จะให้ข้อวินิจฉัยที่สมบูรณ์” แพทย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์ โรงพยาบาลวัฒโนสถ บอก

หลังจากวินิจฉัยโรคแล้ว ก่อนการรักษา คุณหมอสามารถ บอกว่า แพทย์จำเป็นต้องกำหนดระยะโรคเพื่อวางแผนการรักษาด้วยการตรวจทางด้านรังสีวิทยาที่เป็นมาตรฐานอีกครั้ง นั่นก็คือ การตรวจ CT scan หรือ MRI ของอุ้งเชิงกราน

ความผิดปกติหลักที่ต้องการทราบคือ ลักษณะขอบเขตของก้อนมะเร็ง และการกระจายตัวของมะเร็งซึ่งมักจะไปยังต่อมน้ำเหลืองอุ้งเชิงกราน ซึ่งในอดีตมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถให้การวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำได้ในผู้ป่วยบางราย บางกรณี เช่น หากจะดู การกระจายตัวของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลือง ก็มักจะดูจากขนาดของต่อมน้ำเหลืองเป็นหลัก ซึ่งก็มักจะถือว่าต่อมน้ำเหลืองที่มีขนาดใหญ่กว่า 1 ซม.นั้น มีมะเร็งอยู่ภายใน แต่ในข้อเท็จจริงพบว่า บางครั้งต่อมน้ำเหลืองที่มีขนาดเล็กกว่า 1 ซม. ก็อาจมีเซลล์มะเร็ง แทรกอยู่ได้ แต่ถูกแปลผลว่าไม่มี ทำให้การกำหนดระยะโรคผิดพลาด

ด้วยข้อจำกัดที่กล่าวข้างต้น ทางการแพทย์จึงพยายามหาวิธีการตรวจที่จะเพิ่มความแม่นยำในการ วินิจฉัยและกำหนดระยะโรค ซึ่งปัจจุบัน การทำ PET-CT scan ถือว่าเป็นวิธีที่สามารถตรวจมะเร็งชนิดก้อนได้ดีวิธีหนึ่ง โดยการทำงานเครื่องจะถ่ายภาพรังสีของสารเภสัชรังสีที่ถูกฉีดเข้าไปในร่างกาย ซึ่งปัจจุบันมีสารเภสัชรังสีตัวใหม่ที่เพิ่งจะมีการใช้ทางคลินิก ให้ความแม่นยำในการตรวจสูงมาก

คุณหมอสามารถ อธิบายว่า สารเภสัชรังสีดังกล่าว เรียกว่า Ga–68 PSMA (Prostate Specific Membrane Antigen) เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะเข้าจับกับโปรตีนอีกตัวที่อยู่ในชั้นผิวของเนื้อเยื่อของต่อมลูกหมาก

“เราพบว่าในเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งต่อมลูกหมากที่กระจายตัวไปยังอวัยวะอื่นจะมีโปรตีนชนิดนี้สูงมาก ทำให้ PSMA สามารถจับอยู่ในเซลล์มะเร็งเหล่านั้นได้ในปริมาณที่สูง ซึ่งเมื่อมีการจับกับตัวโปรตีนดังกล่าว ก็จะทำให้การถ่ายภาพรังสีในร่างกายผู้ป่วยเพื่อดูการกระจาย ของ PSMA ในเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากไม่ว่าจะกระจายไปที่ใด ในร่างกายก็ตามชัดเจนขึ้น ในกรณีของผู้ป่วยที่มีการกลับเป็นซ้ำหลังการผ่าตัด พบว่า PSMA scan สามารถตรวจพบได้ไวกว่า การตรวจทางด้านรังสีวิทยาอื่นๆ”

แพทย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์ โรงพยาบาลวัฒโนสถ บอกอีกว่า จาก คุณสมบัติที่อธิบายข้างต้น พบว่า Ga-68 PSMA สามารถพบรอยโรคได้ดีกว่าและไม่ยุ่งยาก ผู้ป่วยเพียงงดอาหาร 4-6 ชั่วโมงก่อนการสแกน เท่านั้น หลังการฉีดสารเภสัชรังสีแล้ว จะให้ผู้ป่วยรอให้สารเภสัชรังสีเข้าสู่เนื้อเยื่อของร่างกายประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนจะทำการตรวจซึ่งใช้เวลาเพียง 20 นาทีเท่านั้น ทั้งนี้ สารเภสัชรังสีนี้มีความปลอดภัยสูง ในทางการแพทย์ยังไม่เคยมีรายงานการแพ้สารเภสัชรังสีชนิดนี้ จึงถือว่า Ga-68 PSMA Scan เป็นการตรวจที่ปิดความไม่สมบูรณ์ของการตรวจที่เป็นมาตรฐานเดิมได้เป็นอย่างดี

ปัจจุบันประโยชน์ที่ได้รับการยอมรับคือใช้เพื่อการกำหนดระยะโรค และตรวจวินิจฉัยการกลับเป็นซ้ำของมะเร็งต่อมลูกหมาก.