วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปให้เล็ก–มียุติธรรม

ต้องถือว่าเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่ง เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจมีมติ ให้โอนถ่ายภารกิจที่มิใช่ภารกิจหลักของตำรวจ ให้หน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เช่น โอนงานจราจรให้ กทม. และเทศบาลต่างๆ โอนการกระทำผิดกฎหมายทางหลวง ภารกิจของตำรวจน้ำ การคุ้มครองผู้บริโภค การปราบปรามการละเมิดลิขสิทธิ์ และอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ

โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ด้านตำรวจ) แถลงว่า การโอนภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บางเรื่องต้องถ่ายโอนภายใน 3 ปี หรือ 5 ปี ต่อไป สตช. จะมีอำนาจหน้าที่เฉพาะการปราบปรามจับกุมคดีอาญา หากหน่วยงานที่รับโอนไปไม่ดำเนินการ จะต้องรับผิดชอบฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

เหตุผลที่จะต้องปฏิรูปอำนาจหน้าที่ตำรวจครั้งใหญ่ เนื่องจากในปัจจุบันตำรวจต้องแบกรับภารกิจล้นมือ จนขาดประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่หลัก คือ ปราบปรามอาชญากรรม และอำนวยยุติธรรม สาเหตุสำคัญตามความเห็นของ รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ แห่งมหาวิทยาลัยรังสิต เพราะองค์กรตำรวจกลายเป็น “กองทัพที่ 4” นอกจาก ทบ. ทร. และ ทอ.

เป็นผลสืบเนื่องจากหลังรัฐประหาร 2490 ทหารเข้าควบคุมองค์กรตำรวจ ภายใต้คำขวัญ “ไม่มีอะไรภายใต้ดวงอาทิตย์ ที่ตำรวจไทยทำไม่ได้” มีสายบังคับบัญชาแบบทหาร มียศ มีตำแหน่งผู้การ ผู้กอง มีนายพลเกือบ 500 คน เป็นประเทศเดียวในโลก และยังขยายอำนาจหน้าที่ออกไปมากมาย จึงต้องถ่ายโอนให้หน่วยงานที่มีหน้าที่โดยตรง

การปฏิรูปตำรวจไม่ได้มีเพียงด้านอำนาจหน้าที่ แต่ต้องรวมถึงการปฏิรูปงานสอบสวนคดีอาชญากรรม ให้เป็นอิสระจากการบงการของผู้บังคับบัญชา และมีการถ่วงดุลกับอัยการด้วย นายตำรวจบางคนเสนอว่าการปฏิรูปตำรวจที่ดีที่สุด ต้องป้องกันไม่ให้นักการเมืองแทรกแซงวงการตำรวจ เป็นข้อเสนอที่ดี แต่เป็นไปได้ยาก

หากองค์กรตำรวจยังมีสถานะเป็น “กองทัพที่ 4” นักการเมืองต้องเข้าแทรกแซงแน่นอน เพราะเป็นองค์กรที่มีอำนาจยิ่งใหญ่ ไม่ใช่แค่อำนาจจับกุมนักการเมือง แต่มีอำนาจการเมืองด้วย ชัดเจนที่สุดในยุคปัจจุบัน รัฐบาล คสช.ยกให้ผบ.ตร.มีฐานะเท่าเทียมบรรดาผู้นำเหล่าทัพ ตั้งให้เป็นหนึ่งใน คสช. ให้เป็นรัฐมนตรี และต่อไป ผบ.ตร.จะเป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง

เป้าหมายการปฏิรูปตำรวจที่สำคัญอย่างหนึ่ง ได้แก่ ทำให้เป็นองค์กรขนาดเล็กลง และกระจายอำนาจไปยังภาคหรือจังหวัด เพื่อไม่ให้ ผบ.ตร.ต้องบังคับบัญชาตำรวจกว่า 2 แสนทั่วประเทศ ให้เป็นองค์กรที่มีระบบตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ มีความยุติธรรม และปลูกฝังวัฒนธรรมให้มุ่งอำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชนโดยสะดวกรวดเร็ว ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ.