วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จุดเปลี่ยนความจน

เรื่องความร่ำรวยอีกแบบหนึ่ง ผมเจอในหนังสือเรื่องเล็กๆ ความหมายใหญ่ๆ (สุริยเทพ ไชยมงคล สำนักพิมพ์อินสไปร์) อ่านแล้วรู้จักความรวยมากขึ้น

ปี ค.ศ.1946 ก่อนถึงเทศกาลอีสเตอร์ 1 เดือน ครอบครัวแม่ม่ายลูกสาม ลูกสาวคนโตอายุ 16 คนรองชาย 14 และลูกหญิงคนเล็ก 12 ตกลงกันว่า จะช่วยกันประหยัดเงินเก็บไว้บริจาคช่วยคนยากจน

แม่เสนอแผนแรก ประหยัดค่าอาหาร ตลอดเดือน แม่ซื้อมันฝรั่ง 50 ปอนด์ มาทำมันฝรั่งทอด มันฝรั่งเผา มันฝรั่งบด แพนเค้กมันฝรั่ง เมนูที่แสนจะยั่วน้ำลายเหล่านี้ เหลือเงินแล้ว 20 ดอลลาร์

ลูกๆเสนอวิธีช่วย เปิดไฟให้น้อย ไม่ฟังวิทยุ

ลูกสาวคนโตออกไปหางานทำนอกบ้าน น้องชาย น้องสาวหางานเลี้ยงดูเด็กเล็ก

แม่ยังคิดวิธีหาเงินได้อีก ใช้เงิน 15 เซนต์ ซื้อไหมพรมมาช่วยกันถักเป็นผ้ารองที่จับกาน้ำ เอาไปขายในตลาด ไม่น่าเชื่อขายได้เงินมาอีก 20 ดอลลาร์

เดือนนั้นทั้งเดือน แม่และลูกสามคนทำงานยุ่งกันจนตัวเป็นเกลียว ทุกคนมีความสุขมาก ค่ำคืนเงียบสงัดนั่งมองดวงดาวบนท้องฟ้าจินตนาการถึงใบหน้าที่คนยากจน ที่จะได้รับเงินบริจาค

คืนก่อนเทศกาลอีสเตอร์มาถึง ทุกคนในบ้านตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ รวมเงินได้ 70 ดอลลาร์ ความตั้งใจหาเงินบริจาค ทุกคนไม่มีเงินซื้อเสื้อผ้าใหม่ แต่มันจะเป็นอะไรไปเล่า

เช้าวันอีสเตอร์ ฝนตกหนักมาก ในบ้านนี้ไม่มีร่ม ทุกคนก็ชวนกันวิ่งฝ่าฝนเกือบหนึ่งกิโลเมตรถึงโบสถ์ เสื้อผ้าเปียกปอน แต่เงิน 70 ดอลลาร์ ที่ใช้ถุงพลาสติกห่อไว้ไม่เปียกเลย...นี่นา

เด็กในโบสถ์วิพากษ์วิจารณ์ บางคนชี้เสื้อผ้าเก่าพวกเขาแล้วก็หัวเราะคิกคัก

แม่เดินรั้งท้ายต่อแถว แบ่งเงินกันใส่กล่องบริจาคลูกๆคนละ 20 ดอลลาร์ แม่ 10 ดอลลาร์ ทุกคนภาคภูมิใจ

ระหว่างทางกลับ เขาร้องเพลงกันเสียงดัง ฟ้าหลังฝนดูสดใสกว้างใหญ่ ถึงบ้านกินมันฝรั่งทอดและไข่อีสเตอร์ คุยกันเด็กยากจนที่รับเงินบริจาค คงได้กินไข่ต้มบ้าง

ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ที่แท้เป็นบาทหลวง ท่านยิ้มทักทาย ยื่นซองจดหมาย เด็กๆเข้าใจว่าเป็นจดหมายญาติ แต่แม่สีหน้าไม่สู้ดี ไม่พูดอะไร

แม่เปิดซองจดหมาย ในซองมีเงิน 87 ดอลลาร์ เงินเหล่านั้น ทำให้ทุกคนในบ้านคิดตรงกัน

ในสายตาคนอื่น ในสายตาบาทหลวง “เราเป็นคนจน”

ความสุขตลอดหนึ่งเดือนหายไป ความทุกข์ ความอับอายมาแทนที่ ลูกชายเจ็บปวดถึงขั้นคิดลาออกจากโรงเรียน ลูกทุกคนทนสายตาเพื่อนบ้านไม่ได้ ตั้งใจจะไม่ไปโบสถ์

และปัญหาที่ตามมา จะทำอย่างไรกับเงิน

วันอาทิตย์ต่อมา แม่ขอร้องให้ไปมิสซา ลูกทุกคนจำใจไป เวลาในโบสถ์ช่างเชื่องช้าทรมานใจ จนกระทั่งบาทหลวงบอกบุญ คริสต์ศาสนิกชนในทวีปแอฟริกา ขาดเงินซ่อมหลังคาโบสถ์อีกราว 100 ดอลลาร์

ครอบครัวนั้นเอาเงิน 87 ดอลลาร์ใส่กล่องบริจาค บาทหลวงนับเงินในกล่องแล้วแปลกใจ ได้เงินเกินกว่าเป้า

“ในโบสถ์เล็กๆของเรา ต้องมีคนรวยอยู่ด้วยแน่” บาทหลวงว่า

บาทหลวงเอ่ยคำ “คนรวย” แต่คงไม่รู้ว่าใคร แต่ทุกคนในบ้านหลังนั้นรู้ดีว่าหมายถึงพวกเขานั่นเอง นาทีนั้นทุกคนมั่นใจ พวกเขาไม่ใช่คนจนอีกแล้ว

หากจะวัดความรวยความจนกันด้วยความรู้สึกที่ใจ ผมไม่สงสัย ทำไมรองนายกฯสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ท่านจึงหาญกล้าประกาศว่า ปีหน้า คนจน 10 ล้านคน จะหายจน

ผมจำคำสอนพระวัดชลประทานรังสฤษดิ์ ศิษย์หลวงพ่อปัญญา ได้ฝังใจครับ ท่านว่า ความจนจะหมดไป ถ้ารู้จักคำว่าพอ.

กิเลน ประลองเชิง