วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผู้การฯ นครพนม จ่อขอหมายจับ ‘ครูจอมทรัพย์-ครูอ๋อง’ ฐานเบิกความเท็จ

ผบก.ภ.จว.นครพนม เดินหน้าแจ้งความเอาผิด "ครูจอมทรัพย์" และ "ครูอ๋อง" เพื่อนสนิท ฐานเบิกความเท็จต่อศาลแล้ว พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลออกหมายจับ ชี้เข้าฐานความผิด มีโทษเกิน 3 ปีขึ้นไปไม่ต้องออกหมายเรียก

เมื่อวันที่ 24 พ.ย.60 พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม (ผบก.ภ.จว.นครพนม) เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนดำเนินการขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จ คดีประวัติศาสตร์ ครูจอมทรัพย์ ว่า ล่าสุด ทางตำรวจได้มีการสอบสวน พยานหลักฐาน ขยายผลเชื่อมไปยังบุคคลสำคัญ จนกระทั่งมีพยานหลักฐานชัดเจน ว่า นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครู ชาว จ.สกลนคร มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นในกระบวนการรับจ้างทำผิดแทน ตั้งแต่ต้น เนื่องจากส่วนต่างคำให้การของ นายสับ วาปี อายุ 61 ปี 1 ในผู้ต้องหา ที่เป็นพยาน ออกมาสารภาพยืนยัน เชื่อมโยงถึง นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง ที่เคยนำเงินสด 1.7 แสนบาท มาให้ นายสับ วาปี เพื่อไปจ่ายเงินชดเชย ในทางแพ่ง แก่ญาติผู้ตาย ที่ศาลจังหวัดนครพนม เพื่ออ้างว่า นายสับ วาปี เป็นคนขับรถตัวจริง

ทั้งนี้ ทางตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม มอบหมายให้ พ.ต.อ.ปราโมทย์ อุทากิจ ผกก.สอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม กล่าวหา นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครู ชาว จ.สกลนคร พร้อมด้วย นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนสนิท ในข้อหา เบิกความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 180 วรรคสอง ผู้ใดนำสืบหรือแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จในการพิจารณาคดี ถ้าเป็นพยานหลักฐานในข้อสำคัญในคดีนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าความผิดดังกล่าวในวรรคแรก ได้กระทำในการพิจารณาคดีอาญาผู้กระทำต้องระวางโทษไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 14,000 บาท ซึ่งมีการแจ้งความดำเนินคดีเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่เวลา 16.30 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา ตามคดีอาญาเลขที่ 828/60

ดังนั้นในขั้นตอนอำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อเข้าฐานความผิดดังกล่าว ซึ่งมีโทษเกิน 3 ปีขึ้นไป ไม่ต้องมีการออกหมายเรียก โดยได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเสนอศาลจังหวัดนครพนม ขออนุมัติออกหมายจับตามกฎหมาย ต่อไปทั้ง 2 ราย ซึ่งถือเป็นผู้บงการสำคัญในขบวนการรับจ้างทำผิดแทน ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิดต่างๆ จะต้องรอแนวทางการสอบสวนเพิ่มเติม หลังผู้ต้องหาเข้ามอบตัว หรือมีการมอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา หากเข้าข่ายความผิดไหน ในแนวทาง 7 ข้อหา ที่ตำรวจตั้งไว้ จะได้แจ้งเพิ่มเติม และแต่ละคนฐานความผิดจะแตกต่างกันไป แต่ในขั้นตอนเบื้องต้นได้ดำเนินคดีเอาผิด ฐานเบิกความเท็จ และแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ในขั้นต้น ซึ่งต้องมีการพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย.