วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

วิจัยหวั่นหลอด LED กระทบชีวิต-กลางคืนสว่างขึ้น

เมื่อวันที่ 23 พ.ย. วารสารวิทยาศาสตร์ก้าวหน้าของสหรัฐฯ เผยแพร่ผลวิจัยของศูนย์วิจัยเพื่อธรณีศาสตร์ ประเทศเยอรมนี ที่แสดงความกังวลว่า สุขภาพของมนุษย์ไปจนถึงระบบสิ่งแวดล้อม กำลังได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี สืบเนื่องจากการเพิ่มปริมาณการติดตั้งหลอดประหยัดไฟชนิดแอลอีดีในพื้นที่สาธารณะ จนทำให้เวลาในช่วงยามค่ำคืนขาดความมืดมิดอย่างที่ควรจะเป็น

นายคริส ไคบา หัวหน้าทีมวิจัยเยอรมนี ระบุว่า จากข้อมูลของดาวเทียมอินฟราเรดสำหรับตรวจจับแสงในยามค่ำคืน หรือวีไอไออาร์ ทำให้ทีมวิจัยพบว่า นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา โลกในช่วงเวลากลางคืนมีความสว่างไสวเพิ่มขึ้นปีละ 2.2 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในภูมิภาคอเมริกาใต้ แอฟริกา และเอเชีย

อย่างไรก็ตาม กรณีนี้มิได้หมายถึงว่าหลอดไฟแอลอีดีไม่ดี แต่เป็นผลพวงจากการที่หลอดกินไฟต่ำ ประหยัดพลังงาน จึงทำให้นานาประเทศหันมาติดตั้งกันเพิ่มขึ้น ในจุดที่แต่ก่อนไม่เคยติดไฟอย่างเลนจักรยาน สวนสาธารณะ หรือทางด่วนชานเมือง ด้วยความสว่างที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นการก่อให้เกิดมลภาวะทางแสง และในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อนาฬิการ่างกายของคนเรา นอนได้น้อยลง ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน เช่นเดียวกับผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ทำให้สัตว์ต่างๆสับสนเรื่องเวลา กระทบต่อการย้ายถิ่นฐาน หรือการผสมพันธุ์ของนก ปลา แมลง ขณะที่พืชพันธุ์อาจมีอัตราการเติบโตยาวนานผิดปกติ ยังไม่รวมถึงงานอดิเรกอย่างการดูดาว มองท้องฟ้ากลางคืนยากขึ้น

นายคริสยังยกตัวอย่างว่า เหตุนี้เหมือนกับการซื้อรถยนต์ประหยัดน้ำมัน เพื่อหวังลดค่าใช้จ่าย แต่ผู้ใช้ตัดสินใจจะขับไปไกลๆ หรือเปลี่ยนเส้นทางที่กินน้ำมันกว่าเดิม กลายเป็นว่าหักลบส่วนต่างแล้วก็ไม่ได้ช่วยลดรายจ่ายเลย ซึ่งเมื่อปี 2553 เคยมีงานวิจัยเผยแพร่ในวารสารเศรษฐศาสตร์นิเวศของเนเธอร์แลนด์ว่า การใช้ไฟยามย่ำคืนที่เกินพอดี จะส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมเป็นมูลค่า 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อปี นอกจากนี้ ทีมวิจัยมหาวิทยาลัยเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ ยังระบุว่ายังไม่พบผลการศึกษาที่ชัดเจนว่า การที่ตอนกลางคืนสว่างขึ้นจะทำให้การก่ออาชญากรรมลดลง

ทั้งนี้ งานวิจัยดังกล่าวยังพบว่า พื้นที่ที่มีความสว่างในตอนกลางคืนน้อยลง มีเฉพาะซีเรียและเยเมน ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสงครามกลางเมือง.