วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘ไพรินทร์’ คั่วศธ. ‘กอบกาญจน์’ รินน้ำตา

สนช.โหวตอุ้ม5ตุลาการ อยู่ยาวเปิดประชุมสภา

“กอบกาญจน์” ร่ำไห้กลางวงแถลงข่าว หลังมีกระแสข่าวถูกปรับพ้นเก้าอี้ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา สะอื้นบอกทำเต็มที่แล้ว โต้ยังไม่เก็บของออกจากห้องทำงาน-คืนรถประจำตำแหน่ง “บิ๊กตู่” แจงปรับใหญ่ ครม.ไม่ส่งผลกระทบโครงสร้าง คสช. “อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม” ผงาดคุมกระทรวงพลังงาน เสียบแทน “บิ๊กโย่ง” ที่ถูกโยกไปนั่ง รมว.ยุติธรรม ด้าน “ไพรินทร์ ชูโชติถาวร” มาแรงมีชื่อคั่วตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ ทีมเศรษฐกิจ “สมคิด” ยังหนึบ ไม่ถูกโละพ้นเก้าอี้ สนช.โหวตท่วมท้นผ่านร่าง พ.ร.บ.ศาลรัฐธรรมนูญ ยืดอายุ 5 ตุลาการที่พ้นวาระให้อยู่ยาวถึงวันเปิดประชุมสภานัดแรก ชาวบ้านทั่วประเทศร่วมแสนคนแห่ตอบคำถาม “บิ๊กตู่” โคราชร่วมแสดงความเห็นมากที่สุด 11,143 คน

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ระบุได้นำรายชื่อการปรับ ครม.เที่ยวล่าสุด ขึ้นทูลเกล้าฯแล้วนั้น โดยเก้าอี้รัฐมนตรีที่ถูกปรับเปลี่ยนในหลายกระทรวงเริ่มมีความชัดเจนขึ้นตามลำดับ ขณะที่นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ร้องไห้ระหว่างการแถลงข่าว เมื่อถูกซักถามถึงกระแสข่าวการถูกปรับออกจาก ครม. โดยระบุว่า ทำงานเต็มที่แล้ว

“บิ๊กตู่”วางแนวส่งเสริมการลงทุน

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ โดยมี พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด เดินทางมารอเข้าพบที่ตึกไทยคู่ฟ้า โดย พล.อ.ธารไชยยันต์ ใช้เวลาเข้าพบประมาณ 10 กว่านาที ต่อมาเวลา 09.30 น. นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ครั้งที่ 6/2560 ระหว่างเดินได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสั้นๆถึงการเดินทางเข้าพบของ ผบ.ทหารสูงสุดว่า “ท่านมาเชิญไปร่วมงานแต่งบุตรสาวของท่าน” ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวก่อนเข้าสู่วาระการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนว่า ขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันชี้แจงความคืบหน้าต่างๆด้านการส่งเสริมการลงทุนในภาพรวมว่า สามารถตอบสนองความ ต้องการของประเทศ สร้างประโยชน์ให้ประชาชนได้อย่างไร ฝากบีโอไอช่วยประสานทำความเข้าใจด้วยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการดำเนินการทุกโครงการ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและประชาชนในพื้นที่ การส่งเสริมการลงทุนต้องคำนึงถึงการใช้วัตถุดิบในประเทศพร้อมเชื่อมโยงภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะภาคการเกษตร สร้างการขับเคลื่อนในลักษณะประชารัฐ เปิดช่องทางให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมกับการพัฒนา เพื่อให้เกิดการแบ่งปันผลประโยชน์กับประชาชนทุกกลุ่ม

ปรับ ครม.ไม่กระทบโครงสร้าง คสช.

ต่อมาเวลา 11.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายหลังการประชุมถึงการปรับ ครม.จะมีการเปลี่ยนโฉมทีมเศรษฐกิจหรือไม่ว่า ไม่เปลี่ยนอะไรทั้งนั้น เมื่อถามว่า นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา มีกำหนดการแถลงข่าวต่อสื่อประจำกระทรวงวันที่ 23 พ.ย. ถือเป็นการอำลาตำแหน่งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องการทำงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเกี่ยวกับการใช้ พ.ร.บ.ท่องเที่ยว ผู้สื่อข่าวถามว่า การปรับ ครม.ครั้งนี้จะส่งผลต่อการปรับโครงสร้าง คสช.หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ไม่มี การทำงานของ คสช.เป็นคนละเรื่องกับการปรับ ครม.เมื่อถามย้ำว่า ถ้ามีปรับเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีที่เป็น คสช.นายกฯย้อนถามว่า เกี่ยวอะไรกับรองนายกฯ คสช.คือ คสช. ครม.คือ ครม. ผู้สื่อข่าวถามว่าการประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่ จ.สงขลา ครม.ยังเป็นชุดเดิมหรือไม่ นายกฯตอบว่า “ใครเขาบอกเปลี่ยนล่ะ”

“บิ๊กป้อม” งอนสื่องดให้สัมภาษณ์

ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการจัดการปัญหาแรงงานต่างด้าวและการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน (กนร.) ภายหลังการประชุม พล.อ.ประวิตรปฏิเสธให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ดักรอสัมภาษณ์จำนวนมาก โดยกล่าวเพียงสั้นๆว่า “ไม่มีอะไรแล้ว” จากนั้นเดินเลี่ยงกลุ่มสื่อมวลชนออกไปทันที โดยผู้ติดตาม พล.อ.ประวิตรได้แจ้งงดการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนตั้งแต่ก่อนการประชุม เนื่องจากมีปัญหาจากการให้สัมภาษณ์ เมื่อวันที่ 22 พ.ย.ถึงกรณีนักเรียนเตรียมทหารถูกซ่อมจนเสียชีวิต

เก้าอี้หลายกระทรวงเริ่มนิ่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับความเคลื่อนไหวการปรับ ครม.ภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. นำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว ในส่วนรายชื่อรัฐมนตรีกระทรวงที่นิ่งบ้างแล้ว อาทิ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะไปเป็น รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แทนนางอรรชกา สีบุญเรือง ที่จะหลุดจากตำแหน่ง ส่วนกระทรวงพาณิชย์ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รมช.พาณิชย์ จะเลื่อนขึ้นมาเป็น รมว.พาณิชย์ แทนนางอภิรดี ตันตราภรณ์ ที่จะหลุดจากตำแหน่งเช่นกัน ขณะที่ตำแหน่ง รมช.พาณิชย์จะโยก น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร จาก รมช.เกษตรและสหกรณ์ มานั่งเก้าอี้ รมช.พาณิชย์ เพราะก่อนเป็นรัฐมนตรี น.ส.ชุติมา เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์มาก่อน

“อารีพงศ์” คุม รมว.พลังงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กระทรวงพลังงาน นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ที่เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงหลายแห่ง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงแรงงาน และล่าสุดยังได้ลาออกจากประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จะมานั่งเก้าอี้ รมว.พลังงาน แทน พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ที่จะขยับไปเป็น รมว.ยุติธรรม แทนนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ที่จะถูกปรับออกจาก ครม. ส่วนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะมาดำรงตำแหน่ง รมว.การท่องเที่ยวฯ แทนนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร

ส่วนรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ส่วนใหญ่ไม่มีการขยับ เป็นการปรับเพียงเล็กน้อยเท่านั้น รมต. หลายคนยังคงนั่งตำแหน่งเดิมเกือบทั้งหมด อาทิ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ยังเป็นนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ เพื่อเดินหน้าต่อนโยบายสำคัญ อาทิ การจัดทำไซเบอร์ป้องกันความมั่นคงประเทศ อินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน เป็นต้น กระทรวงการคลัง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง ยังคงดำรงตำแหน่งต่อไป รวมถึงกระทรวงคมนาคม ก็ยังเป็นนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ และกระทรวงอุตสาหกรรม นายอุตตม สาวนายน

“ไพรินทร์” มาแรงคั่ว รมว.ศึกษาฯ

สำหรับกระทรวงแรงงานที่ว่างลง หลังจาก พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ลาออกจากตำแหน่ง ยังคงมีความเป็นไปได้ที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม จะถูกโยกไปนั่งเป็น รมว.แรงงาน และให้ “บิ๊กช้าง” พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งเพิ่งลาออกจากสมาชิก สนช. ไปเป็น รมช.กลาโหม ส่วนกระทรวงศึกษาธิการ ล่าสุดมีชื่อนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปศึกษา และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จะมาเป็น รมว.ศึกษาธิการ แทน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ หรืออาจมานั่งเป็น รมช.ศึกษาธิการ สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตกเป็นเป้าอันดับต้นๆที่คาดว่าจะถูกปรับเปลี่ยนออก โดยมีชื่อนายกฤษฎา บุญราช อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย มาดำรงตำแหน่งแทน โดยโยก พล.อ.ฉัตรชัยไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี

“กอบกาญจน์” ร่ำไห้ทำเต็มที่แล้ว

เมื่อเวลา 12.00 น. ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ระหว่างการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ถึงกระแสข่าวถูกปรับออกจาก ครม.ว่า ยังไม่ทราบว่าถูกปรับออกจาก รมว.การท่องเที่ยวฯหรือไม่ เดากันทั้งนั้น ตนก็จะเดาไปด้วย เห็นพูดกันมาตลอดเรื่องการปรับ ครม.ทุกครั้งว่า จะเป็นตนหรือไม่ ซึ่งการทำงานที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดมาตลอดว่า เข้ามาทำงานเพื่ออะไร ตนทำงานแบบเตรียมตัวมาโดยตลอด ต้องเตรียมพร้อม เพราะรู้ว่าเวลาผ่านไปรวดเร็ว เมื่อถามว่า ทำงานมาเต็มที่ หากถูกปรับออกจากตำแหน่งจะเสียใจหรือไม่ นางกอบกาญจน์ตอบว่า “ทำเต็มที่แล้ว” ก่อนหยุดอึ้งไปซักพัก แล้วตอบคำถามต่อทั้งน้ำตาว่า ที่ร้องไห้จริงๆแล้ว ตนเป็นคนอ่อนไหวง่าย บางคนว่าสร้างภาพ ขอบคุณที่ทำให้มีโอกาสได้มีความรู้สึกรัก ภูมิใจประเทศไทยผ่านการท่องเที่ยว เมื่อเข้ามาทำงานจึงตระหนักว่า การท่องเที่ยวทำให้คนรักชาติรักแผ่นดิน เกิดอีกกี่ชาติจะขอเกิดเป็นคนไทย ดีใจที่อย่างน้อยทำให้เด็กไทยหลายคนรักเมืองไทย รักบ้านเกิดตามนโยบายที่ให้เยาวชนกลับไปทำงานที่บ้าน กระจายรายได้ให้ท้องถิ่น

ไม่กังวลใจหากต้องพ้นเก้าอี้

นางกอบกาญจน์กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีบอกเสมอว่ามีเวลาน้อย ต้องทำงานโดยมีความพร้อมที่จะส่งต่องานอยู่ตลอดเวลา ส่วนตัวไม่กังวลใจหากต้องออกจากตำแหน่ง แต่ดีใจที่ได้ทำงานปลุกพลังให้คนรุ่นใหม่รักชาติรักบ้านเกิด และจะยังเดินหน้าทำเพื่อชาติบ้านเมืองต่อไป ยืนยันว่าไม่ได้เก็บของออกจากห้องทำงาน เพียงแต่มีของเข้ามามากขึ้น จึงถ่ายเทบางส่วนออกไปตามปกติ และไม่ได้คืนรถประจำตำแหน่งให้กระทรวงตามที่เป็นข่าว ทำแต่งานอย่างเดียว รถที่ใช้อยู่เป็นรถส่วนตัว ใช้เป็นประจำมานานแล้ว ส่วนผลงานช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่เห็นได้ชัดคือปรับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยจากการท่องเที่ยวราคาถูกมาสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ การเชื่อมโยงกิจกรรมกีฬาสู่การท่องเที่ยว เช่น การขายแพ็กเกจทัวร์ในร้านจำหน่ายอุปกรณ์กีฬาในญี่ปุ่น การส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อชุมชน และยังร่วมมือกับกลุ่มผู้ประกอบการรุ่นใหม่แต่ละจังหวัดดึงเข้ามาเป็นแนวร่วมการท่องเที่ยววิถีไทยเพื่อสร้างเจ้าบ้านที่ดี ส่วนเรื่องที่ยังไม่พอใจได้แก่ ความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว แม้จะดีขึ้น แต่อยากจะให้ไม่มีอันตรายถึงชีวิตเกิดขึ้นแม้แต่รายเดียว หรืออัตราการเสียชีวิตเป็นศูนย์ แม้ว่าจะยากมากก็ตาม

“ธนะศักดิ์” ชม “วีระศักดิ์” ทำงานดี

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.ที่มีชื่อนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อาจเข้ามาเป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา แทนนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ว่า ไม่ทราบว่านายวีระศักดิ์มาจริงหรือไม่ ทราบจากข่าวเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับนายวีระศักดิ์นั้นเคยทำงานมาด้วยกัน เป็นคนทำงานดีคนหนึ่ง แต่สื่ออย่าเพิ่งไปเขียนเลย รอให้มีการโปรดเกล้าฯลงมาก่อนดีกว่า คิดว่าทุกคนที่นายกรัฐมนตรีเลือกล้วนเป็นผู้มีความรู้ความสามารถทั้งนั้น ส่วนกรณีที่นางกอบกาญจน์แถลงข่าวเปิดใจทั้งน้ำตา หลังมีกระแสข่าวถูกปรับออกจาก ครม.นั้น ทราบว่าตลอดทั้งวันที่ 23 พ.ย. นางกอบกาญจน์ยังทำงานตามปกติ ก่อนที่จะย้อนถามผู้สื่อข่าวกลับว่า “ไม่มีใครถามผมบ้างหรือว่าจะอำลาตำแหน่งบ้างหรือเปล่า”

กระทุ้ง “บิ๊กตู่” เลิกปกป้องพวกพ้อง

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า งานเร่งด่วนของรัฐบาลหลังการปรับ ครม. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ต้องปรับวิสัยทัศน์ตัวเอง โดยเฉพาะการบริหารงานบุคคล ขณะนี้ภารกิจหลักที่ยึดอำนาจมากว่า 3 ปี ยังไม่สำเร็จ อาทิ การปราบทุจริต การปฏิรูประบบราชการ การแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตร ความเหลื่อมล้ำ มาตรฐานความยุติธรรมในสังคม การปรับ ครม.จึงเป็นความหวังสุดท้ายของรัฐบาล แต่ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้มีอำนาจสูงสุดของรัฐบาลนี้ยังไม่ปรับท่าที วิสัยทัศน์การบริหารงานแล้ว เชื่อว่าการปรับ ครม.ที่คาดหวังนี้จะเสียของ ผลความเสียหายจะซ้ำเติมประเทศ ประชาชนต้องรับกรรม นายกฯควรพึงระลึกเสมอว่าเป็นความหวังของประชาชน ดังนั้น รัฐบาลและ ครม.ไม่ใช่ที่แก้ไขปัญหาพรรคพวกเพื่อนพ้อง หรือพี่น้องตัวเองที่เกษียณจากกองทัพ อย่าปกป้องกันจนมองไม่เห็นความสำคัญของประชาชน

สนช.ถกเครียด ก.ม.ศาล รธน.

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.... ในวาระ 2 และ 3 ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยประเด็นที่สมาชิก สนช.ให้ความสนใจอภิปรายกันอย่างมากคือ มาตรา 71/1 ที่ระบุคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หากมีความจำเป็นต้องบังคับให้เป็นไปตามคำวินิจฉัย ให้ศาลมีอำนาจกำหนดคำบังคับให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลไว้ในคำวินิจฉัยนั้น โดยให้ส่งคำบังคับดังกล่าวให้สภาผู้แทนราษฎรตรวจสอบ ซึ่งสมาชิก สนช.หลายคนทักท้วงว่า การกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรมีส่วนตรวจสอบคำบังคับให้เป็นไปตามคำวินิจฉัย อาจขัดรัฐธรรมนูญได้ จนเกิดการถกเถียงไม่สามารถหาข้อยุติได้ ทำให้นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. สั่งพักการประชุม ให้ กมธ.และสมาชิก สนช.ไปตกลงกัน หลังหารือกว่า 1 ชั่วโมง นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ ประธาน กมธ. ชี้แจงว่า คำบังคับของศาลรัฐธรรมนูญที่ต้องให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบหรือไม่ กมธ.เสียงข้างมากหารือแล้ว ยอมให้ตัดเนื้อหาดังกล่าวออก โดยไม่ให้สภาผู้แทนราษฎรเข้ามาตรวจสอบข้อกำหนดและมาตรการชั่วคราวของศาลรัฐธรรมนูญ

ยืดอายุ 5 ตุลาการอยู่ถึงเปิดสภานัดแรก

จากนั้นเป็นการพิจารณาบทเฉพาะกาล มาตรา 76 ว่าด้วยวาระการดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชุดปัจจุบัน จำนวน 9 คน ที่ กมธ.เสียงส่วนใหญ่เห็นว่า ตุลาการ 4 คน ที่ยังไม่ครบวาระการดำรงตำแหน่ง สามารถอยู่ต่อในตำแหน่งจนครบวาระ โดยไม่นำคุณสมบัติของรัฐธรรมนูญปี 2560 มาบังคับใช้ ขณะที่ตุลาการอีก 5 คน ที่พ้นจากวาระการดำรงตำแหน่งไปแล้ว แต่ยังอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามคำสั่งของหัวหน้า คสช. ให้อยู่ในตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมีตุลาการชุดใหม่มาทำหน้าที่แทน แต่มีสมาชิก สนช.บางส่วนเห็นแย้ง อาทิ นายธานี อ่อนละเอียด นายสมชาย แสวงการ ที่เห็นว่า ควรให้ตุลาการ 5 คน ที่พ้นวาระดำรงตำแหน่งไปแล้ว อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรก เพื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านได้ร่วมสรรหาด้วย เพื่อความสง่างาม ในที่สุด กมธ.เสียงข้างมากยอมปรับแก้ให้ตุลาการ 5 คน สามารถอยู่ต่อไปได้จนถึงการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก หลังจากที่ประชุม สนช. อภิปรายครบทุกประเด็นแล้ว ได้ลงมติให้ความเห็นชอบ ในวาระสามด้วยคะแนน 188 ต่อ 0 งดออกเสียง 5 ส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญและ กรธ.พิจารณาต่อไป

ปชช. 1 แสนคน แห่ตอบคำถามนายกฯ

พล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงจำนวนประชาชนที่มาใช้สิทธิ์ตอบ 4+6 คำถามของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 13-22 พ.ย.2560 ว่ามีจำนวน 106,191 คน แบ่งเป็นภาคกลาง และ กทม. 25,469 คน ภาคตะวันออกเฉียง เหนือ 52,701 คน ภาคเหนือ 16,878 คน และภาคใต้ 11,143 คน สำหรับจังหวัดที่มีประชาชนสนใจมาให้ความเห็นมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ จังหวัดนครราชสีมา 18,557 คน รองลงมา กทม. 11,446 คน ขอนแก่น 9,457 คน สกลนคร 8,905 คน เพชรบูรณ์ 5,641 คน

แจงตั้ง “สมเกียรติ ”นั่งทีมขับเคลื่อนน้ำ

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวถึงการใช้คำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 52/2560 ให้นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ พ้นจากตำแหน่งอธิบดีกรมชลประทาน มาดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากร น้ำแห่งชาติว่า นายสมเกียรติมาทำหน้าที่บูรณาการว่า ในกรอบอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี จะต้องทำอะไรบ้าง ในฐานะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติเป็นส่วนราชการภายใต้การบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี การมาอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว ระดับตำแหน่ง น่าจะสูงขึ้น โดยสำนักคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กำลังพิจารณาอยู่ ไม่เช่นนั้นจะบูรณาการไม่ได้ โดยมาเป็นทีมงานการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย เพราะเรามีคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำอยู่แล้ว มาช่วยนำทรัพยากรที่อยู่แผนงานนโยบายทั้งหมดมาพิจารณา โดยอยู่ในกรอบที่ต้องนำเรื่องเสนอเข้า ครม. ไม่ใช่สั่งทำอะไรก็ได้

“ไก่อู” แก้ ก.ม.ความมั่นคงภายใน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. มีคำสั่งหัวหน้า คสช.แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรว่า การแก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ดังกล่าวเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ด้านความมั่นคงที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มีความซับซ้อนมากขึ้น ไม่ได้เกิดจากการ กระทําของบุคคลเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากภัยจากธรรมชาติที่เป็นสาธารณภัยด้วย จึงต้องสร้างความชัดเจนว่าการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร คือ การป้องกัน แก้ไข และฟื้นฟูสถานการณ์ใดที่เป็นภัยหรืออาจเป็นภัย ที่เกิดจากบุคคล กลุ่มบุคคล รวมถึงสาธารณภัยต่างๆให้กลับสู่สภาวะปกติเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย ไม่ได้ไปควบคุมให้เกิดผลกระทบแก่ประชาชน

พล.ต.พีรวัชฌ์ แสงทอง โฆษก กอ.รมน.กล่าวว่า การแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวเพื่อให้การรักษาความมั่นคงมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาได้ทันท่วงที มีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานรัฐ ตั้งแต่ระดับนโยบาย ระดับภาค ระดับจังหวัด เพื่อความมั่นคงของชาติ ความสงบเรียบร้อยในสังคม

ชาวบ้านร้องเรียนทุจริต 3 พันเรื่อง

ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า พล.ท.สิงห์ทอง หมีทอง รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะหัวหน้าคณะทำงานกลั่นกรองเรื่องร้องเรียนการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าเรื่องร้องเรียนที่ผ่านการกลั่นกรองของคณะทำงานฯ โดยตลอดระยะเวลา 4 เดือนตั้งแต่ ก.ค.-พ.ย.60 มีประชาชนร้องเรียนความเดือดร้อนลักษณะต่างๆจำนวน 3,012 เรื่อง ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นเรื่องการประพฤติมิชอบ การขอความช่วยเหลือจากปัญหาความเดือดร้อน อาทิ ปัญหาที่ดินทำกิน ข้อพิพาททางกฎหมาย การปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคในชุมชน ความล่าช้าในการได้รับสิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯได้นำข้อมูลทั้ง 3,012 เรื่อง เข้าสู่กระบวนการพิจารณากลั่นกรองเป็นวงรอบทุกสัปดาห์ ควบคู่ไปกับการส่งต่อเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเรื่องประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐโดยตรงจะถูกส่งให้ ศอตช.ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ส่วนเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนจะส่งให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบแก้ไขตามอำนาจหน้าที่

บลัฟเร่งสร้างจิตสำนึกให้นายกฯ

วันเดียวกัน นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ข่าวที่สร้างความฮาแห่งปีคือข่าวที่ ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เห็นชอบให้สิทธิมนุษยชนเป็นวาระแห่งชาติ ที่ฮามากเพราะมติ ครม. เกิดขึ้นพร้อมกับข่าวนักเรียนเตรียมทหารถูกซ่อมจนตาย แถมอวัยวะภายในถูกควักออกไปหมด รวมทั้งข่าวการอุ้มแกนนำยางภาคใต้เข้าค่ายทหารเพื่อไม่ให้มาเรียกร้องจากรัฐบาล หากจะสร้างจิตสำนึกให้รู้จักเคารพสิทธิมนุษยชนและเคารพสิทธิผู้อื่น ต้องเริ่มจากหัวหน้ารัฐบาลเป็นคนแรก คนต่อมาคือรองนายกรัฐมนตรีที่เพิ่งให้สัมภาษณ์ว่านักเรียนเตรียมทหารตาย เพราะฮีตสโตรก ทั้งที่การชันสูตรพบว่าซี่โครงหัก 4 ซี่ ส่วนการถูกซ่อมจนเกินกำลังเป็นการธำรงไว้ซึ่งวินัย ไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน หาก พล.อ.ประยุทธ์มีสำนึกต้องการเคารพสิทธิมนุษยชนจริง ต้องยกเลิกคำสั่ง คสช.ที่ขัดหลักการของ UDHR และ ICCPR เช่น เลิกการดำเนินคดีผู้เห็นต่าง เลิกเอาพลเรือนขึ้นศาลทหาร รีบจัดการเลือกตั้งคืนอำนาจให้ประชาชน เพราะสิ่งที่เป็นอยู่ขณะนี้คือ การละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น เก่งแต่กับผู้หญิงและประชาชนมือเปล่าไม่มีอาวุธ โคตรกระจอกเลย

“วัชระ” จวกรัฐไร้น้ำยาแก้ยางตกต่ำ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแก้ปัญหาราคายางพาราตกต่ำของรัฐบาล คสช. ว่า ประชาชนกำลังเดือดร้อนเพราะเมื่อเปรียบเทียบราคาช่วงเดียวกันของปีที่แล้วอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท ปีนี้เหลือ 40 บาท สะท้อนถึงความไร้ประสิทธิภาพของการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) และ รมว.เกษตรฯ ที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์เคยยื่นหนังสือถึงรัฐบาลถึง 2 ครั้ง เสนอให้รัฐบาลประกาศไม่ขายยางพาราในสต๊อกและใช้ภายในประเทศ ให้ กยท.ตั้งบริษัทขึ้นมาแก้ปัญหาตั้งราคาเก็งกำไร และประสานความร่วมมือกลุ่มประเทศผู้ผลิตยาง เพื่อกำหนดราคาร่วมกัน แต่รัฐบาลไม่เคยนำไปปฏิบัติ ทราบว่าชาวสวนยางจะจัดประชุมที่ริมถนนสาย 41 เร็วๆนี้ขอให้เคารพกฎหมาย เมื่อนายกฯจะลงพื้นที่ภาคใต้วันที่ 27-28 พ.ย.นี้ ควรเปิดโอกาสให้แกนนำชาวสวนยางเข้าพบสัก 5 นาทีเพื่อแสดงออกซึ่งความจริงใจของรัฐบาล

รอง ผบก.พา “ปู” หนีเบี้ยวมอบตัว

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หลังมีกระแสข่าว พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ อดีตรอง ผบก.น.5 ผู้ต้องหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 กรณีพา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลบหนีไม่มาฟังคำพิพากษาคดีจำนำข้าว ซึ่งมีกำหนดจะต้องเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหากับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ในเวลา 10.30 น. วันที่ 23 พ.ย.นี้ แต่ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลา พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ไม่ยอมเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามติดต่อ พ.ต.อ.ชัยฤทธิ์ แต่ไม่สามารถติดต่อได้ คาดว่าในวันที่ 24 พ.ย. พนักงานสอบสวนเตรียมจะดำเนินการออกหมายจับต่อไป

“บิ๊กตู่” ร่วมงานศพ พ่อ “บิ๊กป๊อก”

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 17.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ นางจินดา ชีวะพฤกษ์ มารดานายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ศาลาพ่วงจินดา วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน จากนั้นเวลา 18.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปที่ศาลา 5 วัดโสมนัสราชวรวิหาร ที่รัฐบาลเป็นเจ้าภาพพิธีสวดพระอภิธรรมศพ พ.อ.ประเชาวน์ เผ่าจินดา บิดาของ พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่ถึงแก่กรรมด้วยอายุ 96 ปี โดยนายกฯและ ครม.ร่วมเป็นประธาน ภายในงานมีบุคคลสำคัญร่วมงานจำนวนมากอาทิ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมว.ยุติธรรม นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการทหาร เพื่อนร่วมเตรียมทหาร รุ่น 10 นอกจากนั้น ยังมีบุคคลสำคัญในภาคธุรกิจ เช่น นายฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น