วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อน้องเมยพ้อ โต้ป้อม ไม่เห็นคุณค่าลูก

แม่ร่ำไห้ใจสลายรับอวัยวะภายใน นิติวิทยาศาสตร์คาดผลพิสูจน์7วัน บิ๊กตู่ป้องประวิตร-จ่อเอาผิดรุ่นพี่

พ่อแม่และพี่สาว “น้องเมย” นักเรียนเตรียมทหาร รับอวัยวะภายในรวมทั้งสมองจาก รพ.พระมงกุฎเกล้าส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ชันสูตรหาสาเหตุการตาย คาดทราบผลภายใน 7 วัน ส่วนแม่ถึงกับร่ำไห้กอดกล่องโฟมใส่อวัยวะลูกอย่างน่าเวทนา ขณะที่ ผอ.พยาธิวิทยา รพ.พระมงกุฎฯ เผยการเก็บชิ้นส่วนศพไว้พิสูจน์ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากญาติผู้เสียชีวิต เนื่องจากเป็นการตายผิดธรรมชาติ พ่อโอดผู้ใหญ่ไม่เห็นคุณค่าของลูกชาย ด้านนายกฯออกโรงป้อง “บิ๊กป้อม” เรื่องสัมภาษณ์ถ้าไม่อยากเจอหนักไม่ต้องมาเรียนเตรียมทหาร อ้างไม่ได้ตั้งใจตอบแบบนั้น โยนสื่อชอบถามให้อารมณ์เสีย

ความคืบหน้าการเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำของ นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 หลังแพทย์ รพ.พระมงกุฎเกล้าตัดชิ้นส่วนศพทั้งอวัยวะภายในและสมองไปตรวจสอบหาสาเหตุการตาย ต่อมาเวลา 11.00 น. วันที่ 23 พ.ย. ที่ห้องชันสูตรและเก็บศพ รพ.พระมงกุฎเกล้า นายพิเชษฐ นางสุกัลยา และ น.ส.สุพิชชา ตัญกาญจน์ พ่อแม่และพี่สาวของ นตท.ภคพงศ์ หรือน้องเมย พร้อม พล.ต.ต.นิพนธ์ พานิชเจริญ รอง ผบช.ภ.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.องครักษ์ จ.นครนายก เดินทางมารับชิ้นส่วนที่ห้องรับศพของโรงพยาบาล โดยมี พล.ต.นพ.ธารา พูนประชา ผอ.พยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้าและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้เตรียมกล่องโฟม 2 กล่อง กล่องแรกใส่อวัยวะภายใน และกล่องที่ 2 ใส่สมองของ นตท.ภคพงศ์ส่งมอบให้

พล.ต.นพ.ธารากล่าวว่า การเก็บชิ้นส่วนอวัยวะ ในทางกฎหมายอนุญาตให้เก็บอยู่แล้วโดยไม่ต้องขอความยินยอม เนื่องจากเป็นวัตถุพยาน ส่วนสาเหตุการตายอย่างเฉียบพลันของคนส่วนใหญ่เกิดจากหัวใจ สมอง หรือปอด ต้องขออธิบายว่า เพราะเหตุใดถึงไม่ขออนุญาต เนื่องจากถ้าเป็นศพที่ป่วยตายในโรง-พยาบาลต้องขออนุญาตจากญาติผู้เสียชีวิต แต่กรณีดังกล่าวเป็นการตายผิดธรรมชาติมีทั้งหมด 5 ประเภท คือ 1.ฆาตกรรม 2.ถูกทำให้ตาย 3.ฆ่าตัวเองตาย 4.กินยาพิษ และ 5.ตายโดยไม่รู้สาเหตุ เป็นกฎหมายที่ให้นิติเวชเก็บอวัยวะไว้ได้

“กรณีนี้ถือเป็นบทเรียนของเจ้าหน้าที่ว่าการดูแลศพต้องดูแลจิตใจญาติผู้เสียชีวิตด้วย ประโยคที่แพทย์เคยให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้คือ หัวใจล้มเหลว อย่างเฉียบพลัน ศัพท์ทางการแพทย์คือไฮเปอร์โทรฟี่ เป็นการเรียงของเส้นกล้ามเนื้อหัวใจผิดระเบียบ พอเรียงผิดระเบียบจะทำให้เกิดแผลเป็นและแผลไปกดไฟฟ้าของหัวใจ ปกติหัวใจจะทำงานในระบบไฟฟ้า แต่ทั้งนี้ผมไม่ทราบประวัติของคนไข้รายนี้ เพราะยังไม่ได้รับแฟ้มผู้ป่วยหรือโอพีดี จาก รพ.นายร้อย-พระจุลจอมเกล้าและโรงเรียนเตรียมทหาร จึงไม่ทราบ ถึงรายละเอียด” พล.ต.นพ.ธารากล่าว

ผอ.พยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า กล่าวอีกว่า สำหรับพยาธิแพทย์จะพูดอะไรหรือให้คำตอบอะไรนั้นต้อง 100 เปอร์เซ็นต์ อย่างข่าวที่ออกไปคือ คนไข้หัวใจหยุดเต้นโดยเฉียบพลัน แต่การหยุดเต้นโดยเฉียบพลันตรงนี้เกิดจากอะไร แพทย์ รพ.นายร้อยพระจุลจอมเกล้าจะต้องแจ้งตนถึงจะทราบสาเหตุได้ หากถามว่ามีการซ้อมหรือไม่ จากการตรวจสอบชันสูตรชิ้นส่วนอวัยวะยังไม่พบมีเพียงการเต้นผิดปกติของหัวใจ สำหรับภาวะปอดคั่งเลือดเกิดจากการที่หัวใจหยุดเต้นเป็นเรื่องปกติเพราะเลือดที่เคยไปเลี้ยงหัวใจมันไม่มีจึงกลับย้อนสู่ปอด หมายถึงเลือดไม่หมุนเวียนนั่นเอง ศพส่วนใหญ่ที่มีเลือดคั่งปอดจะพบได้ในคนไข้ที่ช็อกหรือหัวใจหยุดเต้นได้เสมอ พล.ต.นพ.ธารากล่าว

พล.ต.นพ.ธารากล่าวต่อว่า เราจะรู้ได้อย่างไรว่าอวัยวะชิ้นส่วนเหล่านี้เป็นของคนไข้หรือไม่ ต้องตรวจสอบยีนซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ขอบอกก่อนว่าตนไม่มีส่วนได้ส่วนเสียในกรณีนี้และไม่จำเป็นต้องไปปกป้องโรงเรียนเตรียมทหาร ตนเหมือนเสาหลักเป็นศาลตัดสิน ไม่มีการเอนเอียง ไม่มีใครมาบังคับได้ หากโดนบังคับตนจะลาออกทันทีเพราะเราต้องเคารพศพและญาติของผู้เสียชีวิต ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนของหน่วยงานที่ดูแลศพและลืมนึกถึงจิตใจญาติ ทั้งนี้ จะกลับไปพัฒนาปรับปรุงให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตและขอชี้แจงว่ากรณีที่เก็บชิ้นส่วนอวัยวะไว้สถาบันจะไม่ทิ้ง จะนำไปทำบุญกุศลสวดอภิธรรมปีละ 1-2 ครั้งแล้วแต่จำนวนอวัยวะ

ขณะที่ น.ส.สุพิชชา พี่สาวของ นตท.ภคพงศ์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวแปลว่ากฎหมายไม่ได้มีบรรทัดฐาน อะไรที่บอกว่าต้องขออนุญาตญาติก่อนแบบนั้นหรือ จากที่ฟัง พล.ต.นพ.ธาราพูดเหมือนคุณหมอยังทำไม่เสร็จ ถ้าให้คุณหมอทำต่อ อาจจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้วทำไมถึงมีผลรายงานออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว กรณีที่ยังไม่สามารถสรุปผลได้ สามารถใช้หลายคำ ที่หลีกเลี่ยง อาทิ ผลยังไม่แน่ชัด ยังไม่สามารถให้คำตอบได้ ควรใช้คำแบบนี้มากกว่าที่จะสรุปผลว่า คนไข้เป็นโรคอะไร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ครอบครัวต้องการเพียงแค่ผลรายงานชิ้นส่วนอวัยวะว่ามีอะไรบ้างและทำอะไรไปแล้วบ้าง ทั้งนี้ต้องชี้แจงว่า ตนและทางครอบครัวไม่ได้มาเร่งเพราะเข้าใจว่าเสร็จแล้ว เนื่องจากผลชันสูตรออกมาเป็นรายงานแล้วจึงมาขอรับอวัยวะคืน

ส่วนนายพิเชษฐ พ่อของ นตท.ภคพงศ์ เผยว่า ตนและครอบครัวขอขอบคุณ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ที่บอกว่าให้เอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พูดว่าเป็นโรคฮีทสโตรกมั่ง เป็นทหารต้องอดทนมั่ง พูดได้อย่างไร ไม่เห็นคุณค่าของลูกตน แค่ลำพังลูกเสียชีวิต ครอบครัวเสียใจพอแล้ว ต้องให้แม่มายืนร้องไห้ทุกวันๆต่อหน้านักข่าว ส่วนที่ ผอ.รพ.นายร้อย-พระจอมเกล้าฯ ที่ออกมาพูดว่าสื่อสารผิดพลาดและพูดว่า “ผมไม่รู้ว่าคุณจะไปผ่ารอบสอง” ลักษณะการพูดแบบนี้มันคืออะไร แค่มาเรียนเป็นนักเรียนเตรียม ทหาร มากินมานอนถึงขนาดจะต้องเสียชีวิตเลยหรือ

“อยากฝากถึงผู้ใหญ่ในประเทศที่บอกว่าลูกผมไม่อยากเรียน มีโรคประจำตัว หรือเหตุผลต่างๆนานา ยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าเกิดจากอะไร ได้ยินแต่คำตอบแบบเดิมๆ และสิ่งที่ไม่พอใจคือการเก็บอวัยวะลูกของผมโดยที่ไม่บอกผม ถ้าผมเผาไปแล้ว คุณจะให้ผมรู้สึกอย่างไร เผาลูกไปทั้งที่อวัยวะไม่ครบ” นายพิเชษฐกล่าว

ส่วนนางสุกัลยา แม่ของ นตท.ภคพงศ์เดินไปเปิดกล่องอวัยวะที่มีหัวใจและกอดกล่องพร้อมพูดว่า “เมยแม่จะบอกทุกครั้งว่าใจแม่คือใจลูกมีอะไรบอกแม่ บอกแม่นะ” พร้อมร้องไห้และทุบกล่องเบาๆ เพื่อให้ลูกได้รู้ บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า จากนั้นนายพิเชษฐ นางสุกัลยาได้ถือกล่องโฟม 2 กล่อง กล่องแรกใส่อวัยวะภายใน และกล่องที่ 2 ใส่สมองของ นตท.ภคพงศ์ ขึ้นรถเดินทางไปที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

ต่อมาเวลา 12.45 น. วันเดียวกัน คณะของนายพิเชษฐเดินทางมาถึงสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยนำอวัยวะทั้งสองกล่องส่งมอบ ให้นายสมณ์ พรหมรส ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจดีเอ็นเอของ นตท. ภคพงศ์ว่าตรงกับอวัยวะที่นำมาส่งหรือไม่ ก่อนนำไปตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง

นายสมณ์เปิดเผยว่า ขั้นตอนแรกได้ตรวจแล้วว่าอวัยวะที่ส่งมามีอะไรบ้าง พบว่ามีหัวใจ สมอง ตับ ม้าม กระเพาะ ปอด และอีกหลายอย่างจะส่งให้แพทย์ตรวจสภาพอวัยวะว่าสมบูรณ์ครบถ้วนหรือไม่ และจะเพิ่มทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกมาช่วยจาก 3 สถาบัน ได้แก่ รพ.รามาธิบดี รพ.ศิริราช และ รพ.จุฬาลงกรณ์ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญของสถาบันฯอีก 3 ท่าน รวม 6 ท่าน ร่วมกันตรวจชันสูตรเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต คาดว่าใช้เวลา 7 วันจะทราบผล

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ให้สัมภาษณ์กรณี พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุดเข้าพบที่ทำเนียบรัฐบาล ว่า ได้สอบถามความคืบหน้า เรื่องการเสียชีวิตของน้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่ง พล.อ.ธารไชยยันต์บอกว่า วันที่ 23 พ.ย. จะเชิญครอบครัวมาพูดคุยหาทางออก ทำความเข้าใจกัน เมื่อถามว่า ขณะนี้สังคมสับสนเรื่องการฝึกนักเรียนเตรียมทหารและการฝึกทหารจะชี้แจงเพื่อให้สบายใจหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ขอให้ สบายใจ ไม่มีใครอยากให้มีใครบาดเจ็บสูญเสีย เรื่องการฝึกทหาร ฝึกจู่โจม โดดร่ม ดำน้ำ เห็นไปถ่ายทำกันอยู่ เขาฝึกของเขา ขึ้นอยู่กับว่าไปทำอย่างอื่นนอกจากนั้นหรือไม่ เมื่อถามว่ารู้สึกอย่างไรกับประโยคที่ว่า ถ้าไม่อยากเจอหนักแบบนี้ไม่ต้องมาเรียนเตรียมทหาร พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า จะว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ใช่ไหม พล.อ.ประวิตร บอกแล้วว่า ไม่ได้ตั้งใจตอบแบบนั้น บางทีสื่อถาม ให้อารมณ์เสียเมื่อถามถึงการปรับระเบียบเรื่องซ่อมธำรงวินัย พล.อ.ประยุทธ์ได้เดินเข้ามาตรงผู้สื่อข่าวคนที่ถาม พร้อมกับย้อนถามผู้สื่อข่าวว่า “ว่าไง มันเป็นอย่างไรเหรอ” เมื่อถามว่า บางทีรุ่นพี่ซ่อมหนักไป อยู่นอกสายตาผู้ใหญ่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มีบรรทัดฐานอยู่ บางคนผ่านมาแล้ว รู้ว่าอะไรเป็นอะไร ไปแก้ปัญหาผิดวิธีไม่ได้ เสียหายกันหมด วันนี้ต้องมองจะทำอย่างไรกับเรื่องเหล่านี้ คนรุ่นใหม่ควรเป็นอย่างไร ลองไปดูต่างประเทศว่า มีหลักสูตรแบบนี้ มีธำรงวินัยแบบนี้ไหม เมื่อถามว่า ในฐานะที่เคยเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง มองว่าควรจะมีธำรงวินัยแบบใดที่ไม่ทำให้เสียความรู้สึกทั้งสองฝ่าย พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า แบบที่ไม่ทำให้ เสียหาย ถ้าฝึกแบบธรรมดาจะได้คนธรรมดาออกมา ไม่มีความอดทน แต่ต้องไม่ทำให้เกิดความสูญเสีย เมื่อถามว่า จะมีการฝึกแบบนี้ต่อไป พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า มีหรือไม่มีต่อไปเป็นเรื่องของกองทัพ

ขณะที่ พล.ท.ณตฐพล บุญงาม โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด สั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการเสียชีวิตของ นตท.ภคพงศ์ ที่มีข้อความว่อนทางสื่อโซเชียลระบุโดนรุ่นพี่ซ่อมจนเสียชีวิตว่า เบื้องต้น พล.ต.กนกพงษ์ จันทร์นวล ผบ.โรงเรียนเตรียมทหารตั้งคณะกรรมการสอบสวนสาเหตุการเสียชีวิตไปแล้วซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วทั้งการตรวจสอบข้อมูลการซ่อมของรุ่นพี่ ข้อมูลการตรวจทางการแพทย์เพื่อรายงานผู้บังคับบัญชาต่อไป และ พล.อ.ธารไชยยันต์ มีคำสั่งแต่งตั้ง พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหารเป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการเสียชีวิต นตท. ภคพงศ์แล้ว นอกจากนี้จะตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์ที่วิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมถึงการซ่อมของรุ่นพี่ว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ใครทำผิดต้องรับโทษตามระเบียบ โรงเรียนเตรียมทหารมีระเบียบเคร่งครัดถึงการซ่อมรุ่นน้องของรุ่นพี่

ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งการให้ พล.อ.ธารไชยยันต์ ศรีสุวรรณ ผบ.ทหารสูงสุด ให้ข้อมูลกับผู้ปกครอง นตท.ภคพงศ์อย่างครบถ้วน พยายามทำความจริงให้ปรากฏ โดยเฉพาะข้อมูลทางการแพทย์ คาดว่าเร็วๆนี้ผลทางแพทย์จะมีความชัดเจน เมื่อรวมกับผลการสอบของกองบัญชาการกองทัพไทย โรงเรียนเตรียมทหารจะได้ข้อเท็จจริงรอบด้าน ขอให้ทุกฝ่ายรอผลการตรวจสอบทั้งหมด

นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ในวันที่ 24 พ.ย. จะไปยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ให้ตรวจสอบกรณีการเสียชีวิตของ นตท.ภคพงศ์ ที่เป็นที่ครหาของสังคมอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญว่าด้วยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และอาจขัดต่อปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกอยู่เพราะรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 247 ระบุชัดเจนว่าให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนทุกกรณีโดยไม่ล่าช้า และเสนอแนะมาตรการ แนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันหรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือแนวทางการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา ครม. เพื่อทำความจริงให้ปรากฏและชี้แจงต่อสาธารณะโดยเร็ว