วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.ตั้ง 2 ข้อหา 'สับ วาปี'กับเมีย คดีครูจอมทรัพย์ ญาติรอด

ครอบครัว "สับ วาปี" เครียด แห่มอบตัว เมียเจอข้อหาให้การเท็จ ญาติรอด เตรียมส่งฟ้อง สับ พร้อมเมีย พรุ่งนี้  ตั้ง 2 ข้อหา ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ และ ให้การเท็จเจ้าพนักงาน

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้ มี นายเลิศ วาปี อายุ 66 ปี ชาว จ.มุกดาหาร พร้อมด้วย นางจัน วาปี อายุ 59 ปี และ นายบุญเทิง วาปี อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นพี่ชาย รวมถึงญาติ และภรรยาของ นายสับ วาปี อายุ 61 ปี ผู้ต้องหาในขบวนการรับจ้างทำผิดคดีครูจอมทรัพย์ ได้เดินทางมา พบ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พร้อมคณะทำงาน ดำเนินคดีขบวนการรับจ้างทำผิดแทนครูจอมทรัพย์ หลังทางตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดี ออกหมายเรียก นายสับ วาปี อายุ 61 ปี พร้อมภรรยา และญาติ ตามรายชื่อดังกล่าว รวม 4 คน เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่า มีความผิดพัวพันกับขบวนการรับจ้างทำผิด ร่วมกับ นายสุริยา นวลเจริญ อายุ 55 ปี หรือครูอ๋อง เพื่อนสนิทครูจอมทรัพย์ ฐานความผิด ในข้อหา ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ

โดยทางตำรวจได้มีการแจ้งความดำเนินคดี และออกหมายเรียก ตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 ที่ผ่านมา โดยมีผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหมด 7 ราย คือ ครอบครัวญาติ นายสับ วาปี อายุ 61 ปี ที่เคยออกมารับผิดแทนครูจอมทรัพย์ ว่า ขับรถชนคนตาย รวมถึง นายสุริยา นวลเจริญ อายุ 55 ปี หรือครูอ๋อง เพื่อนสนิทครูจอมทรัพย์ที่มีหลักฐานเป็นผู้จัดตั้งขบวนการรับจ้างทำผิด รวมถึง นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี พยานที่ยืนยันว่า เห็นเหตุการณ์ มีคนขับรถชนเป็นชาย และ นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี ซึ่งเป็นสามีของครูจอมทรัพย์ เนื่องจากมีหลักฐานว่า ร่วมกันสร้างเรื่อง ช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ ให้พ้นผิด

จนกระทั่ง นายสับ วาปี อายุ 61 ปี ได้เข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน รับทราบข้อกล่าวหา พร้อมได้ออกมายืนยัน ว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายสุริยา นวลเจริญ อายุ 55 ปี หรือครูอ๋อง เพื่อนสนิทครูจอมทรัพย์เป็นเงิน 4 แสนบาท เพื่อออกมารับผิดแทน โดยได้เป็นพยานในการพิจารณาไต่สวนรื้อคดี ของครูจอมทรัพย์ แต่เกิดปัญหาหลังจากศาลฎีกาพิพากษาตัดสิน ยกคำร้องครูจอมทรัพย์ ยืนตามศาลชั้นต้น และศาลฎีกาเดิม หมายถึงครูจอมทรัพย์ ไม่ได้เป็นแพะตามคำร้องทุกข์ ตำรวจจึงได้มีการรวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล ขบวนการรับจ้างทำผิดแทน

ส่วนในการดำเนินคดี กับ นายสับ วาปี อายุ 61 ปี ทางตำรวจจะนำตัวส่งอัยการ ฟ้องศาลจังหวัดนครพนม ตามขั้นตอนของกฎหมาย พร้อมกับ นางจัน วาปี อายุ 59 ปี ในเวลา 09.00 น. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 ในฐานความผิด ในข้อหา ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ และให้การเท็จต่อเจ้าพนักงาน รวม 2 ข้อหา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งต้องรอว่า ศาลจะมีการพิจารณาตัดสิน ออกมาอย่างไร สำหรับ นายเลิศ วาปี อายุ 66 ปี พี่ชาย นายสับ วาปี และ นายบุญเทิง วาปี อายุ 63 ปี ทางตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหา โดยได้สอบสวนเป็นพยานในคดี เนื่องจากยังไม่เข้าข่ายความผิด เพราะมีหลักฐานแค่เดินทางไปกับ นายสับ วาปี แต่ไม่ได้มีการให้การ และลงบันทึกกับทางตำรวจแต่อย่างใด

ด้าน นายเลิศ วาปี อายุ 66 ปี พี่ชายนายสับ วาปี เปิดเผยว่า วันนี้หลังทราบข่าว ว่าตำรวจดำเนินคดี ตนจึงไม่สบายใจ เกิดความกังวล เพราะไม่รู้ว่าจะมีความผิด จึงต้องการมาให้การตามความเป็นจริงกับตำรวจ ซึ่งก่อนนี้ยอมรับไม่รู้ว่า น้องชาย คือ นายสับ วาปี มีปัญหาอะไร รับทราบเพียงว่า มาบอกว่าขับรถชนคนตาย จะนำเงินไปชดเชยเยียวยา และไปให้ปากคำตำรวจ จึงไปด้วยเท่านั้น โดยไม่ทราบรายละเอียด ซึ่งมาพบตำรวจในวันนี้ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ และยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับจ้างทำผิดแต่อย่างใด