วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปมยำลูกพ.ต.ท. สาหัส เพราะหวังดี ห้ามแก๊งโจ๋ปะทะโต๊ะข้างๆ ในร้านเหล้า

รองผบช.น.พร้อมทีมชุดสืบสวน บก.น.2 และสน.ทุ่งสองห้อง ร่วมแถลงจับกุมแก๊งโจ๋เถื่อนรุมยำลูก พ.ต.ท.ปางตาย สารภาพคิดว่าเป็นคู่อริที่มีเรื่องกับเพื่อนในร้านเหล้า ตร.สอบพยานพบข้อมูล คนเจ็บแค่หวังดีห้ามศึกระหว่างโต๊ะ พร้อมยืนยันไม่มีผู้ต้องหาเป็นญาติบิ๊กสีกากี

จากกรณีมีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกัน และมีการใช้ระเบิดขวดปาใส่รถจักรยานยนต์ จนเกิดไฟลุกไหม้รถ นายกุลธวัช วิสิทธิ์ อายุ 26 ปี บุตรชายยศ พ.ต.ท. สังกัดกองบัญชาการศึกษา ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณแยกภาสยา แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. (หลังม.ธุรกิจบัณฑิตย์) ตามที่ข่าวเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น วันที่ 23 พ.ย.60 ที่ สน.ทุ่งสองห้อง พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ รรท.ผบก.น.2 พ.ต.อ.ดร.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.อ.คณบดี เลิศอมรศักดิ์ ผกก.สส.บก.น.2 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนบก.น.2 และ สน.ทุ่งสองห้อง ร่วมกันแถลงการจับกุมตัวนายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี บ้านเลขที่ 84/11 ม.1 ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และนายบี (นามสมมติ) อายุ 19 ปี บ้านเลขที่ 99/41 ม.2 ต.บางพลัด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 2566-2567/2560 ลงวันที่ 22 พ.ย. 2560 ตามลำดับ ในข้อหา "ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น" พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ 150 สีดำ-ส้ม หมายเลขทะเบียน 6กฮ 8208 กรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ที่บ้านพักของตนเอง

พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกรุมทำร้ายร่างกาย และเกิดเพลิงลุกไหม้รถจักรยานยนต์ จนเป็นเหตุให้นายกุลธวัช วิสิทธิ์ อายุ 26 ปี บุตรชายของ พ.ต.ท.โกศล วิสิทธิ์ สว.ฝ่ายอำนวยการ กองการสอบ กองบัญชาการศึกษา ได้รับบาดเจ็บสาหัส และรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียูที่ รพ.ชลประทาน หลังจากเกิดเหตุจึงได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนออกติดตามตัวผู้ก่อเหตุทันที ซึ่งจากการสืบสวนทำให้ทราบว่าผู้ก่อเหตุมากันทั้งหมด 8 คน ใช้รถจักรยานยนต์ 4 คัน จึงได้ติดตามรถจักรยานยนต์ จนทราบว่ารถจักรยานยนต์ ที่สามารถตรวจยึดได้คือรถของนายเอ (นามสมมติ) จึงติดตามตัวไปที่โรงงานแห่งหนึ่งย่านปากเกร็ด ซึ่งเป็นที่ทำงานของนายเอทำให้ทราบว่าผู้ต้องหาทั้ง 2 คนขอลางานโดยให้เหตุผลว่าได้รับอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปที่บ้านพัก และสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว

พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวต่อว่าจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือทำร้ายร่างกายนายกุลธวัช จริง โดยวันเกิดเหตุนายเอได้รับโทรศัพท์จากนายสุขสันต์ หรือยีนส์ นกสิริ อายุ 22 ปี (ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี) ว่าถูกทำร้ายที่ร้านสามล้อ บาร์ แอนด์ เรสทัวรองท์ ซ.ชินเขต 2/26 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กทม. ตนจึงขับขี่รถจักรยานยนต์โดยมีนายบี เป็นผู้ซ้อนท้ายไปหานายสุขสันต์ที่ร้านสามล้อ จากนั้นเห็นนายกุลธวัช ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกจากร้านด้วยความรวดเร็ว จึงคิดว่าเป็นคู่อริ ตนกับพวก จึงติดตามไป กระทั่งตนได้ใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ ของนายกุลธวัช จนล้มลง ก่อนที่ทั้งหมดจะลงไปทำร้ายร่างกายนายกุลธวัช จากนั้นเห็นนายสุขสันต์ใช้ขวดแก้วเปล่าใสปาไปที่รถจักรยานยนต์ ของนายกุลธวัชก่อนจะเกิดไฟลุก จากนั้นจึงแยกย้ายกันหลบหนี

พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำพยานแวดล้อมทำให้ทราบว่า คืนเกิดเหตุผู้บาดเจ็บเป็นเพียงผู้ที่เข้าไปห้ามไม่ให้กลุ่มของนายสุขสันต์ ตีกันกับโต๊ะข้างๆ ที่ตนนั่งอยู่ ก่อนที่ผู้บาดเจ็บจะได้รับโทรศัพท์จากภรรยาว่าให้ซื้อยาเข้าไปให้ที่บ้าน และขับรถจักรยานยนต์ออกมาก่อนจะเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถสอบปากคำผู้บาดเจ็บได้เนื่องจากยังพักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

พ.ต.อ.เอกชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้ออกหมายจับนายสุขสันต์หรือยีน นกศิริ ตามหมายจับศาลอาญาเลขที่ 2568/2560 ลงวันที่ 22 พ.ย. 2560 ในข้อหา "ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น" ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาสอบสวนเพื่อติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุที่เหลือ ส่วนที่ว่า 1 ในกลุ่มผู้ต้องเป็นญาติกับนายตำรวจนั้น ขณะนี้ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง มีเพียงผู้บาดเจ็บเท่านั้นที่เป็นลูกของเจ้าหน้าที่ตำรวจ อีกทั้งในกรณีที่ว่ามีการปาระเบิดเพลิงนั้น ขณะนี้ต้องรอผลจากกองพิสูจน์หลักฐานว่าเศษแก้วที่พบที่เกิดเหตุมีคราบน้ำมันหรือไม่ หรือเพลิงเกิดจากการเสียดสีของตัวรถจักรยานยนต์กับพื้นถนนขณะล้ม ซึ่งจะต้องรอผลที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง.