วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จากปีนังถึงเชียงคาน สรุปผลการขับทดสอบ MAZDA NEW CX-5 ทั้งดีเซลและเบนซิน

หลังจากขับทดสอบช่วงสั้นๆ ในเมืองปีนัง ตามด้วยการเปิดตัวในประเทศไทย Mazda Sales Thailand จัดฝูงรถ CX-5 รุ่นใหม่เจเนอเรชั่นที่ 2 ทั้งเบนซินและดีเซลเทอร์โบให้สื่อมวลชนลองขับทดสอบทางไกล โดยกำหนดเส้นทางให้ขับจากตัวเมืองเชียงรายผ่านน่าน เชียงคาน ไปสิ้นสุดที่อุดรธานี รวมระยะทางในการทดสอบของสื่อมวลชนกลุ่มที่ 1 ยาวถึง 895 กิโลเมตร ถือเป็นเส้นทางภูเขาที่ท้าทายความสามารถและประสิทธิภาพของรถ จากความยากของเส้นทางที่อุดมไปด้วยโค้งวกไปวนมา ผมเริ่มต้นในเช้าวันแรกด้วยรถทดสอบ Mazda CX-5 รุ่นดีเซล 2.2 ลิตร กับระยะทางในการทดสอบของเช้าวันแรกจากเชียงรายมุ่งหน้าไปจังหวัดน่านยาว 273 กิโลเมตร 

Mazda ขับสนุกทุกครั้งหลังพวงมาลัย!
ถ้าจะพูดกันถึงรถที่ขับสนุกในยุคนี้และมีราคาไม่แรงก็ต้องยกให้ Mazda ซึ่งมีให้เลือกมากมายหลายรุ่น เริ่มจาก Mazda 2 รถเล็กขับมันไม่ว่าจะเป็นรุ่นเบนซิน 1.3 ลิตร หรือ ดีเซลเทอร์โบ 1.5 ลิตร ตามด้วย Mazda 3 แฮตช์แบ็กและซีดานทรงสวยที่เข้ามาช่วยทำให้ยอดขายของ Mazda ทะยานเติบโตอย่างรวดเร็วถึง 28% ถัดมาสำหรับท่านที่ชอบรถอเนกประสงค์คันเล็กกะทัดรัดก็คงต้องมองไปที่ Mazda CX-3 ครอสโอเวอร์ตัวจ้อยที่แต่งขึ้นแม้เบาะหลังจะเล็กแต่กลับได้รับความนิยมจากความลงตัวของเรือนร่าง กระแสรถยนต์อเนกประสงค์ที่กำลังมาแรงทำให้ Mazda Sales Thailand ต้องเร่งส่ง CX-5 เจน 2 ออกมาทำตลาด ด้วยดีไซน์ภายนอกที่คล้ายกับรถรุ่นแรกแต่มีการปรับปรุงลงลึกในรายละเอียดของอุปกรณ์ภายนอกเพื่อปรับให้รถรุ่นใหม่ถูกใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น CX-5 รุ่นใหม่กลายเป็นครอสโอเวอร์ไซส์กลางที่ใช้แนวคิดเดียวกันกับรถเจนแรก ให้ความรู้สึกเบาและคล่องตัวแม้จะมีน้ำหนักมากกว่า CX-5 รุ่นแรก มันมีตัวถังที่ใหญ่ขึ้นและขับได้ดีกว่ารถรุ่นแรกนิดๆ ส่วนราคาก็ว่ากันดังต่อไปนี้

Mazda CX-5 2.0 SP รุ่นท็อปสุดของ CX-5 เครื่องเบนซิน ราคา 1,530,000 บาท

Mazda CX-5 2.2 XD รุ่นดีเซลตัวรองท็อป ขับเคลื่อนล้อหน้า FWD ราคา 1,560,000 บาท


Mazda CX-5 2.2 XDL AWD รุ่นสูงสุดของ New CX-5 ราคา 1,770,000 บาท

ท่านั่งแจ่มๆ
ตำแหน่งของเบาะคนขับมอบท่านั่งที่พอดิบพอดีสำหรับการควบคุม การจัดวางพวงมาลัย แป้นคันเร่งและแป้นเบรกถูกคิดคำนวณมาเป็นอย่างดี มาตรวัดของ CX-5 รุ่นใหม่คล้ายกับรุ่นที่ผ่านมา คอนโซลแบบใหม่ติดตั้งจอมอนิเตอร์ระบบสัมผัสที่มีขนาดความกว้างของหน้าจอใหญ่ขึ้น ปุ่มควบคุมที่ลอกเลียนแบบระบบ MMI ของ Audi ใช้งานง่าย ช่องแอร์และชุดควบคุมอุณหภูมิก็ยังคล้ายกับรถยุโรปรวมถึงโทนสีดำของภายในรุ่นดีเซล XDL ที่ให้ความรู้สึกว่ามันแตกต่างจากรถญี่ปุ่นทั่วๆ ไป กดปุ่มสตาร์ตเครื่องยนต์ เสียงเครื่องดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร ติดขึ้นมาอย่างแผ่วเบา มาตรการป้องกันเสียงแปลกปลอมจากภายนอกที่ดีขึ้นรวมถึงเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลที่ถูกปรับให้ลดความดังลงมาทำให้เมื่อจอดนิ่งๆ อยู่กับที่ก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงอะไรจากภายนอกของห้องโดยสาร เป็นอีกจุดที่น่าชื่นชมสำหรับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในรถรุ่นใหม่ที่กำลังทำตลาดๆ

เครื่องยนต์ Slyactiv -D ใน CX-5 รุ่น XDL
หุบเขาในเขตภาคเหนือของประเทศไทยเปิดเผยประสิทธิภาพของ New CX-5 ออกมาจนหมดเปลือก ช่วงล่างออกแนวนิ่มนวลแต่รับมือกับเส้นทางที่เต็มไปด้วยโค้งได้ดี พวงมาลัยเบาลงเล็กน้อย สอดรับกับแนวคิด jinba ittai นั่นก็คือคนประสานเป็นหนึ่งเดียวกับจักรกลยานยนต์ CX-5 ใหม่ ราคา 1,770,000 บาท ให้ความรู้สึกเบาลงแม้มันจะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร อัดอากาศด้วยเทอร์โบแบบ two stage turbocharger ใช้เทอร์โบสองตัวประกบติดกันเพื่ออัดอากาศเข้าท่อร่วมไอดี เครื่องดีเซลตัวเดียวกับ CX-5 รุ่นที่แล้วแต่มีการปรับจูน ECU ที่ใช้ควบคุมเพื่อทำให้มันตอบสนองได้ดีขึ้น ปริมาตรความจุ 2,191 ซีซี พอดิบพอดีกับขนาดและน้ำหนักเมื่อมองดูตัวเลขของแรงม้าและแรงบิดที่มีความสมน้ำสมเนื้อกับเรือนร่าง

กำลัง 175 แรงม้า กับแรงบิด 420 นิวตันเมตร โผล่ออกมาทันทีในรอบเครื่องยนต์แค่ 1,350-2,000 รอบต่อนาที การไต่ระดับความเร็วขึ้นภูเขาบนทางที่สูงชันไม่ถึงกับต้องดันกันจนสุดฤทธิ์ แรงบิดที่ดีทำให้การขับขึ้นทางลาดชันมีความง่ายผสมกับความสนุก เครื่องยนต์สามารถรับมือกับการเรียกแรงบิดได้เป็นอย่างดีตลอดทั้งเส้นทาง แม้จะเป็นเครื่องยนต์ตัวเดิมแต่ก็ถือว่ามีประสิทธิภาพพอตัว ไม่ได้กระชากจนหลังติดเบาะเหมือน SUV เยอรมันราคา 5 ล้านแต่ก็ไม่ได้อืด แตกต่างจากรถคู่แข่งที่ดันเอาเครื่องดีเซลตัวจิ๋วมายัดในครอสโอเวอร์ไซส์กลางทำให้อัตราเร่งหดหายไปในทันที! 

เครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv-D เป็นเครื่องยนต์จุดระเบิดด้วยการอัดอากาศที่อุณหภูมิสูง หัวฉีดจะพ่นละอองเชื้อเพลิงแรงดันสูงเข้าไปปะทะกับอากาศที่มีทั้งความดันและอุณหภูมิที่สูง เกิดการสันดาปอย่างรุนแรง อย่างไรก็ตามเครื่องยนต์ดีเซลสมัยใหม่ทั่วไปยังคงมีมลพิษบางชนิดที่ปะปนออกมาขณะที่ระบายทิ้งในท่อไอเสีย มลพิษดังกล่าวได้แก่ คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์และคราบเขม่า วิศวกรของ Mazda ได้ทำการคิดค้นกรรมวิธีในการกำจัดมลพิษ ด้วยการลดอัตราส่วนกำลังอัดลงให้มีความสมมาตร

จังหวะของการฉีดเชื้อเพลิงจากหัวฉีดในเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไปจะอยู่หลังจาก สูบเคลื่อนที่มาจากศูนย์ตายบนเล็กน้อย ความล่าช้าดังกล่าวช่วยเข้ามาลดความรุนแรงของการสันดาปเนื่องจากใช้อัตราส่วนกำลังอัดที่สูงมาก ซึ่งจะส่งผลทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขณะที่เครื่องยนต์ทำงาน ความล่าช้าของจังหวะนั้นทำให้เกิดมลพิษ แล้วต่อเนื่องไปถึงค่าการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ กลายเป็นที่มาของการใช้เชื้อเพลิงที่ไม่ค่อยมีความคุ้มค่ามากนัก

สำหรับการลดอัตราส่วนกำลังอัดของเครื่องยนต์ดีเซลใน CX-5 นวัตกรรม SkyActiv-D ขจัดปัญหาเครื่องยนต์สตาร์ตติดยากจากอากาศที่ปลายจังหวะของการอัดมีอุณหภูมิ และความดันลดลง รอบเดินเบาของเครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv-D มีความนิ่งและมั่นคงด้วยยางแท่นเครื่องที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ รวมถึงการใช้หัวเทียนแบบเซรามิกที่มีความแข็งแกร่งทนทาน หัวเทียน Ceramic Grow Plugs จะช่วยสร้างการจุดระเบิดขณะสตาร์ตเครื่องยนต์ในอุณหภูมิต่ำ รวมถึงการนำเอาระบบวาล์วแปรผันแบบต่อเนื่องเข้ามผนวกในเครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv-D กลไกของวาล์วแบบแปรผันจะทำหน้าที่ปรับระยะของการยกตัว Lift ของวาล์วไอเสีย ขั้นตอนนี้ทำให้ไอเสียสามารถไหลออกจากห้องเผาไหม้ได้มากหรือน้อย เร็วหรือช้าได้ด้วยการทำงานของระบบวาล์วแบบนี้ การกักเก็บไอเสียไว้จะช่วยทำให้เครื่องยนต์เข้าสู่อุณหภูมิของการทำงานที่มีความสมบูรณ์ได้อย่างรวดเร็ว

อัตราส่วนกำลังอัดที่ลดลงเหลือ 14.0:1 รวมถึงการปรับจังหวะของการฉีดจ่ายเชื้อเพลิงให้เร็วขึ้น ช่วยให้เกิดการเผาไหม้ที่มีความสมบูรณ์ เทคโนโลยีหัวฉีดเชื้อเพลิงสมัยใหม่ใน CX-5 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลนั้น ใช้หัวฉีดแบบ Piezo เข้ามารับหน้าที่นี้แทนหัวฉีดแบบเก่า ปลายของหัวฉีด Piezo มีรูมากถึง 10 รู วางตำแหน่งอยู่รอบๆ หัวฉีดในแบบ 360 องศา รอบทิศทาง ด้วยแรงอัดที่แปรผันไปตามจังหวะของการโหลดในระดับ 2,000 บาร์ หัวฉีดไฟฟ้าแบบยิงตรงของเครื่องยนต์ดีเซล SkyActiv-D จะเริ่มทำงานตั้งแต่ปลายจังหวะของการอัด ขณะที่ลูกสูบเลื่อนขึ้นไปสู่ศูนย์ตายบน ในวัฏจักรของการเผาไหม้ หัวฉีดของ SkyActiv-D สามารถฉีดเชื้อเพลิงดีเซลในปริมาณที่มีความแตกต่างกันตามค่าของการคำนวณมาก ถึง 9 ครั้ง โดยแบ่งออกเป็นการฉีดจ่ายเชื้อเพลิงหลักๆ ได้ 3 แบบคือ

1-Pre-injection หรือการฉีดเชื้อเพลิงแบบล่วงหน้า

2-Main-injection หรือการฉีดเชื้อเพลิงในขั้นตอนปกติ

3-Post-injection หรือการฉีดเชื้อเพลิงหลังจากจังหวะของการฉีดจ่ายแบบปกติ

เนื่องจากมีอัตราส่วนกำลังอัดที่ต่ำกว่าเครื่องยนต์ดีเซลทั่วไป ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงลดลงอีก 20% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ดีเซลของคู่แข่ง เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นล่าสุดของ Mazda เป็นแบบแถวเรียง 4 กระบอกสูบ 16 วาล์ว 4 วาล์วต่อสูบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป (DOHC) ปริมาตรความจุกระบอกสูบ 2,191 ซีซี ความกว้างกระบอกสูบ 86.0 มิลลิเมตร ช่วงชัก 94.2 มิลลิเมตร ระบบอัดอากาศของเครื่อง SkyActiv-D 2.2 ลิตร วางเทอร์โบชาร์จเจอร์ 2 วงจรหรือเทอร์โบคู่แบบ two- stage turbocharger ให้การตอบสนองที่ดีและมีประสิทธิภาพสูงขณะทำงานตั้งแต่รอบต่ำไปจนถึงรอบสูงสุด เครื่องยนต์ SkyActiv-D ผ่านข้อกำหนดมาตรฐานไอเสียในระดับ EURO-6 โดยไม่มีความจำเป็นต้องเติมสารเร่งปฏิกิริยาเพื่อลด CO2 

เทอร์โบแบบ Two-stage Turbocharger คอยเสริมสมรรถนะในด้านแรงบิด ช่วยลดการใช้เชื้อเพลิงและลดการปล่อยมลพิษ ในเครื่องดีเซล SkyActiv-D ใช้เทอร์โบชาร์จสองตัวที่มีขนาดแตกต่างกัน ตัวหนึ่งจะมีขนาดเล็กและอีกตัวจะใหญ่กว่า เทอร์โบคู่ชุดนี้ทำงานตามสภาวะของการขับขี่ เทอร์โบตัวเล็กทำหน้าที่ป้อนอากาศเข้าไปยังห้องเผาไหม้ในรอบต่ำถึงปานกลาง เพื่อป้องกันปัญหาที่มักจะเกิดขึ้นกับรถยนต์ติดเทอร์โบเมื่อออกตัวเต็มกำลังในรอบต่ำ ขนาดที่เล็กของเทอร์โบตัวแรกทำให้มันสามารถบูสอากาศปริมาณมากๆ ที่รอบต่ำได้อย่างรวดเร็ว ป้องกันอาการ Turbo Lag เนื่องจากแรงดันของก๊าซไอเสียไม่พอเพียงต่อความต้องการที่จะไปหมุนกลีบเทอร์ไบน์ในช่วงความเร็วของรอบเครื่องยนต์ต่ำ ส่วนเทอร์โบตัวที่สองที่มีขนาดโตกว่าเล็กน้อยเข้ามารับหน้าที่อัดอากาศตั้งแต่รอบปานกลางต่อเนื่องไปจนถึงรอบสูงสุด เป็นเครื่องยนต์ดีเซลที่สามารถลากรอบทะลุ 5,200 รอบได้อย่างรวดเร็ว ส่งถ่ายพลศาสตร์ของกำลังแรงม้าที่แปรเปลี่ยนมาเป็นแรงบิดและ มอบความสนุกให้กับการเร่งความเร็วอย่างฉับพลันทันที ผลที่ได้รับจากเทอร์โบคู่ต่างขนาดคือความสมบูรณ์ของจังหวะการเผาไหม้ มีอากาศเข้าท่อร่วมไอดีที่เพียงพอต่อการเผาไหม้ก๊าซพิษไนโตรเจนออกไซด์ ทำให้เขม่าลดลงมากกว่าเครื่องดีเซลแบบเก่า

เกียร์ออโต้ 6 สปีด Skyactiv transmission เป็นเกียร์อัตโนมัติแบบฟันเฟืองทอร์คคอนเวอร์เตอร์ที่ปรับอัตราทดให้ครอบคลุมการใช้งาน แถมยังช่วยลดรอบเครื่องยนต์เมื่อวิ่งที่ย่านความเร็วเดินทางทำให้เกิดความประหยัด แม้จะไม่มีสวิตช์ Sport เหมือนรุ่นเบนซินแต่เกียร์ก็ฉลาดหลักแหลมมากพอที่จะปรับความสมดุลของอัตราทดให้เข้ากับสภาพเส้นทาง ผมลองทดสอบการตอบสนองของเกียร์โดยผลักคันเกียร์มาทางขวาเพื่อเข้าสู่โหมดแมนนวลสำหรับการปรับอัตราทดด้วยตัวคนขับเอง เกียร์ทำงานได้รวดเร็วเมื่อชิฟขึ้น-ลง มันตอบสนองได้อย่างว่องไวในการเลือกอัตราทดที่มีความเหมาะสมกับเส้นทางภูเขาและให้ความรู้สึกที่ดีกว่าเกียร์ CVT เป็นชุดส่งกำลังที่น่าชื่นชมและเป็นอุปกรณ์ในระบบส่งกำลังของ Mazda ที่มีการปรับจูน ECU ใหม่ ช่วยทำให้ CX-5 ขับสนุกมากยิ่งขึ้น  

Mazda เป็นแบรนด์รถยนต์ที่เน้นหนักในประสิทธิภาพของชุดบังคับเลี้ยวและการทำงานของระบบรองรับ ช่วงล่างด้านหน้าของ CX-5 เป็นแบบแมคเฟอร์สันสตรัท สปริง โช้คอัพแก๊ส พร้อมเหล็กกันโคลงที่ออกแบบเป็นพิเศษสำหรับความเสถียรเมื่อใช้ความเร็ว ส่วนช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบอิสระมัลติลิ้งค์ โช้คอัพและกันโคลงเส้นเขื่อง ระบบรองรับของ CX-5 ผ่านการคำนวณค่าและปรับตั้งใหม่ การเลือกเส้นทางโหดๆ ของทีมพีอาร์ Mazda เป็นความพยายามที่จะเผยให้สื่อมวลชนเข้าถึงประสิทธิภาพของระบบรองรับกันอย่างจัดเต็ม บนทางภูเขาขึ้น-ลงเนินสูงชันวกไปวนมา จุดยึดและมุมต่างๆ ของช่วงล่างใน New CX-5 แม้จะถูกปรับให้นิ่มลงก็ยังคงสอดคล้องกับความเป็นไดนามิก แชสซีส์และช่วงล่าง SkyAciv Chassis มอบความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนขับและรถตามเอกลักษณ์ที่ Mazda ยึดถือ ด้วยคุณสมบัติของการออกแบบในเชิงเรขาคณิต เพื่อนำเอาส่วนที่ดีที่สุดของระบบรองรับมาปรับใช้ใน CX-5 ก่อให้เกิดการตอบสนองที่เป็นกลางของตัวรถในทุกๆ ย่านความเร็ว 

G-Vectoring Control เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยทำให้อาการโคลงตัวขณะบังคับพวงมาลัยลัดเลาะไปตามโค้งลดลง มันทำงานในย่านความเร็วต่ำและช่วยทำให้อาการวิงเวียนศีรษะมึนงงจากแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางหรือแรง G ที่เกิดขึ้นขณะขับเข้าโค้งน้อยลง ช่วยทำให้ขับหรือนั่งได้สบายเนื้อสบายตัวมากกว่าเดิม g-vectoring control จาก Mazda ปรุงแต่งให้ล้อแต่ละข้างมีความเสถียรด้วยการให้ความสำคัญกับการรับน้ำหนักในแนวดิ่งของยางแต่ละเส้น เมื่อผู้ขับเริ่มบังคับพวงมาลัยเพื่อทำการหักเลี้ยวเข้าสู่ทางโค้ง GVC หรือ G-Vectoring Control ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ใช้ควบคุมแรงบิดจะเข้ามาทำการควบคุมแรงบิดของเครื่องยนต์เพื่อลดแรง G ที่เกิดขึ้นในขณะชะลอความเร็ว ทำให้การรับน้ำหนักถูกผ่องถ่ายไปที่ล้อหน้า เป็นการเพิ่มสัมผัสของหน้ายางกับผิวถนนช่วยให้ล้อหน้ายึดเกาะกับถนนได้ดียิ่งขึ้น รถจะตอบสนองต่อการเลี้ยวได้ดีขึ้นขณะขับเข้าโค้ง 

เมื่อผู้ขับรักษาองศาของพวงมาลัยขณะอยู่ในโค้ง GVC หรือ G-Vectoring Control จะทำการคืนแรงบิดของเครื่องยนต์ทันที ทำให้เกิดการถ่ายเทน้ำหนักที่ถูกต้อง ช่วยทำให้รถมีความมั่นคงมากขึ้น ระดับของการควบคุมนั้นมีความสลับซับซ้อนอย่างมาก ระยะเวลาในการตอบสนองต่อการบังคับพวงมาลัยของผู้ขับนั้นสั้นเกินกว่าที่สายตาของมนุษย์จะสามารถสังเกตได้ ทำให้แรงจีที่เกิดขึ้นจากการชะลอความเร็วอยู่ที่ประมาณ 0.01G หรือต่ำกว่านั้น คุณลักษณะอีกอย่างหนึ่งของ G-Vectoring Control คือการเพิ่มเติมความรู้สึกที่เป็นธรรมชาติขณะขับเข้าสู่ทางโค้ง โดยระบบจะตอบสนองการควบคุมแรงบิดของล้ออย่างรวดเร็วและมีความแม่นยำมากกว่าการควบคุมโดยปราศจาก G-Vectoring Control ลดอาการโคลงตัวในโค้งได้ดีขึ้น ช่วยทำให้ผมและเพื่อนๆควบเจ้า New CX-5 โดยไม่อ้วกแตกอ้วกแตนเหมาะสมกับทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1148 ที่เต็มไปด้วยโค้งขึ้นลงเนินยาวถึง 45.6 กิโลเมตร! 

สรุปจุดเด่นจุดด้อยของ Mazda CX-5 รุ่นดีเซล 
หากคุณชอบความสวยงามและสมรรถนะ CX-5 รุ่นดีเซล XDL จัดเต็มอุปกรณ์และสภาพการขับเคลื่อนที่เหมาะสม เป็นการอัพเกรด CX-5 เจน 2 ที่คุ้มค่าแม้จะมีราคาค่าตัวแพงกว่าเดิม เครื่องยนต์มีแรงบิดดี เกียร์ดีใช้ได้และให้อารมณ์สปอร์ตแตกต่างจากเกียร์ CVT พวงมาลัยเบาลง ช่วงล่างนิ่มนวลขึ้น จูนมาสำหรับผู้หญิงที่ชอบขับรถแต่ผู้ชายก็ได้อารมณ์เดิมๆ ครบถ้วน เก็บเสียงดีมาก เงียบกริบมีแค่เสียงยาง Toyo ในล้อขอบ 19 เท่านั้น เสียงลมปะทะกับตัวถังแทบจะไม่ได้ยิน อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงบนทางท้านรกเส้นนี้ เจ้า CX-5 ดีเซลทำได้ 12.5 กิโลเมตรต่อลิตร นับว่าประหยัดใช้ได้ ส่วนจุดด้อยก็คือ ไม่มีแป้นเปลี่ยนเกียร์ Paddle Shift รวมถึงราคาค่าตัวที่ค่อนข้างรุนแรงเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน! 

New CX-5 รุ่นเบนซิน 2.0 SP
เช้าวันที่สองผมย้ายก้นจาก CX-5 รุ่นดีเซล 2.2 XDL มาขับรุ่นเบนซิน 2.0SP ราคา 1,530,000 บาท สำหรับระยะทางของการขับทดสอบในเช้าวันที่สอง วิ่งออกจากตัวจังหวัดน่านไปยังอำเภอเชียงคานในจังหวัดเลย รวมระยะทางขับทดสอบในช่วงที่สองยาวถึง 386 กิโลเมตร ช่วงขับทดสอบในวันที่สองนั้น สื่อมวลชนยังต้องผจญกับทางขึ้นลงเนินเขาที่เยอะมากกว่าวันแรก บางช่วงบางตอนมีโค้งหักศอกขึ้นลงเนินที่ชันมาก เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G ขนาด 2.0 ลิตร ไม่มีระบบอัดอากาศ แม้จะต้องลากรอบกันอย่างมโหฬารเพื่อผลัดดันเจ้า CX-5 ไปตามเส้นทางหฤโหดก็ไม่ใช่ปัญหาของรถรุ่นเบนซิน ขับออกจากตัวเมืองน่านไม่ไกลพอเจอเข้ากับทางที่เริ่มจะไม่ปกติผมกดสวิตช์ Sport ที่ข้างคันเกียร์เพื่อเปิดโอกาสให้เครื่องยนต์รตอบสนองได้ดีขึ้นเมื่อไม่ได้วิ่งบนทางราบ Mazda CX-5 รุ่นเบนซิน 2.0 SP แม้จะใช้เครื่องยนต์เดิมแต่ไม่ใช่ปัญหาในเรื่องของแรงบิด แต่คุณจะต้องกดคันเร่งกันหนักข้อมากยิ่งขึ้นเนื่องจากแรงบิดของรุ่นเบนซินเป็นรองรุ่นดีเซลอยู่พอสมควร

Skyactiv-G 2.0 ลิตร ใน CX-5 รุ่นเบนซิน มีปริมาตรความจุ 1,998 ซีซี เป็นเครื่องยนต์แถวเรียงสี่กระบอกสูบ ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮตแคมชาร์ป (DOHC) 4 วาล์วต่อสูบ=16 วาล์ว กระบอกสูบ 83.5 มิลลิเมตร ช่วงชัก 91.2 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 14.0:1 พร้อมกลไกวาล์วแปรผันต่อเนื่อง จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบไดเรคอินเจคชั่น ให้แรงบิดดีแต่ก็อย่างที่บอกว่าต้องกดคันเร่งกันลึกมากกว่ารุ่นดีเซล การกดคันเร่งเพื่อเรียกแรงบิดทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงของรุ่นเบนซินเป็นรองรุ่นดีเซลเห็นๆ ส่วนปุ่ม Sport ข้างคันเกียร์ก็ช่วยทำให้การออกตัวมีความฉับไวและมีอัตราเร่งที่ต่อเนื่องไปจนถึงรอบสูงสุด

การออกแบบขนาดความยาวของท่อร่วมไอเสียที่ให้ประสิทธิภาพดี ลดการสะสมของอุณหภูมิที่สูงขึ้นจากก๊าซไอเสียในห้องเผาไหม้ อันเป็นที่มาของการสูญเสียกำลังของเครื่องยนต์แบบปกติที่ไม่มีเทคโนโลยี SkyActiv เครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G ในCX-5 รุ่น 2.0SP ตัวนี้ มีเรี่ยวแรง 121 กิโลวัตต์ หรือ 165 แรงม้า ส่วนแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 210 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 4,000 รอบต่อนาที เพียงพอต่อการใช้งานโดยเฉพาะการนำมันมาวิ่งเต็มสปีดบนเส้นทางภูเขาแบบนี้ มันไม่ใช่รถเอสยูวีแบบฟูลไซส์แต่นั่งขับได้สบายเอามากๆ จากตำแหน่งท่านั่งที่ดี รูปลักษณ์ภายนอกสวยงาม ภายในตกแต่งในสไตล์ยุโรปไม่แตกต่างไปจากรุ่นดีเซล เส้นสายอันหล่อเหลาลงตัวของ New CX-5 ต้องยกประโยชน์ให้กับทีมออกแบบของ Mazda เบาะหลังแบบปรับระดับเอียงได้ (นิดหน่อย) ช่วยทำให้นั่งทางไกลได้ดีขึ้น ส่วนกลไกการปรับพับเบาะหลังเพิ่มพื้นที่ขนสัมภาระได้เยอะพอสมควร ยัดจักรยานเสือหมอบไซส์ 54 ได้โดยไม่ต้องถอดล้อแต่ก็ต้องเสียพื้นที่เบาะหลังทั้งหมด 

สองข้างทางมีวิวทิวทัศน์ที่งดงามแต่ผมไม่มีเวลาชื่นชมกับความงามของธรรมชาติรอบๆ ตัว มัวแต่มองทางว่ามันจะโค้งไปทางไหน ต้องใช้เบรกหรือคันเร่งอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับสปีดความเร็วที่ใช้ขับเข้าออกจากโค้งเพื่อความปลอดภัย หากเพลินหรือประมาทแค่แวบเดียวมีหวังได้ลงไปคลุกฝุ่นอยู่ก้นหุบเหว ฐานล้อ 2,700 มิลลิเมตร เหมาะสมกับทางแบบสองเลนสวนกันที่คับแคบและไม่มีไหล่ทางให้คุณใช้แก้ไขความผิดพลาดแม้แต่น้อย ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1268 ต่อเชื่อมกับ 1295 ถือเป็นเส้นทางปราบเซียนอย่างแท้จริง เจ้า CX-5 รุ่นเบนซิน 2.0SP มีประสิทธิภาพดีพอตัวแค่ต้องใช้คันเร่งกันเยอะหน่อยก็สามารถไต่ความสูงของภูเขาในแถบตะเข็บรอยต่อภาคเหนือไปอีสานได้อย่างไม่ยากเย็นนัก 

CX-5 ทั้งสองรุ่นเป็นรถครอสโอเวอร์-เอสยูวีไซล์กลางๆ ที่มีเสถียรภาพ คล่องตัวและเร็วใช้ได้ รุ่นเบนซิน 165 แรงม้ามีแรงบิดพอท้วมๆ แค่ 210 นิวตันเมตรแต่สามารถฉุดลากตัวรถหนัก 1620 กิโลกรัมให้ทะยานไปตามทางขึ้นเนินได้ดั่งใจ แค่กดให้ลึกมากกว่ารุ่นดีเซล แรงบิดจะหลั่งไหลออกมาจนรู้สึกประทับใจ การตอบสนองอย่างละเอียดของอุปกรณ์เพิ่มความเสถียรหรือ G-Vectoring Control ทำให้ผมหรือใครก็ตามที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยเกิดความมั่นใจได้มากกว่ารถครอสโอเวอร์คู่แข่ง! พวงมาลัยเบาลงเล็กน้อยคล้ายรุ่นดีเซล ช่วงล่างก็นิ่มขึ้นอีกนิดเพื่อดักทางคุณสุภาพสตรีที่ไม่ชอบความกระด้างสะเทือน แฮนด์ลิ่งของพวงมาลัยไฟฟ้านับว่าดีแม้จะให้ความรู้สึกที่เบากว่ารุ่นแรก เป็นผลมาจากการปรับจูน ECU ที่ใช้ควบคุมพวงมาลัยโดยไม่กระทบกระเทือนกับการใช้ความเร็วของพวกตีนผี! ผมและเพื่อนๆ สื่อมวลชนได้พิสูจน์ด้วยตัวเองตลอดระยะทางของการทดสอบที่ยาวเกือบๆ 1,000  กิโลเมตรโดยมีทางราบเรียบแค่นิดเดียว ขับกันเร็วจิ้ดไล่กันมาเป็นขบวนคาราวานในเส้นทางที่มีความยากลำบากแบบนี้ หากช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวไม่ดีจริงมีหวังแหกโค้งหล่นลงไปในเหวอย่างแน่นอนที่สุด

เกียร์ 6 สปีดในโหมด Sport ฉลาดหลักแหลมเอาเรื่อง คุณไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมานั่งยัดเกียร์ขึ้นๆ ลงๆ ใช้แค่สองมือประคองพวงมาลัยควบคุมให้หน้ารถอยู่กับร่องกับรอย เมื่อใช้เบรกหนักๆ ก่อนจะมุดเข้าโค้งมุมแคบบนภูเขาก่อนเข้าสู่เขตจังหวัดเลย  ECU ที่คอยควบคุมการทำงานของเกียร์ซึ่งถูกปรับเซตมาใหม่หมดจะชิฟเกียร์ลงต่ำด้วยตัวของมันเองแบบแสนรู้ ! ความฉลาดหลักแหลมของเกียร์ทำให้ผมนึกถึงเกียร์คลัตช์คู่ราคาแพงในรถสปอร์ตสัญชาติเยอรมัน แม้จะมีคลัตช์แค่ชุดเดียวแถมราคาค่าตัวของเกียร์ Mazda ก็ถูกกว่าระบบส่งกำลังในรถยุโรปเยอะมากแต่กลับทำงานได้ดีไร้ข้อติติง

เกียร์คือจุดแข็งและกลายเป็นเลือดที่เข้มข้นของรถยนต์จาก Mazda ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีความแน่วแน่และไม่ยอมใช้เกียร์ CVT เหมือนรถคู่แข่งเพื่อลดต้นทุนจนทำให้ขาดการตอบสนองที่แม่นยำของชุดส่งกำลัง รวมถึงยังบั่นทอนความสนุกสนานของการขับใช้งาน เกียร์ Skyactiv transmission ช่วยทำให้ CX-5 รุ่นเบนซินไม่เป็นรองรุ่นดีเซลมากจนเกินไป เมื่อขับไปได้ไม่นานผมเรียนรู้จังหวะของการคิกดาวน์เพื่อเร่งแซงได้อย่างรวดเร็ว เป็นรถที่มีเกียร์ เครื่องยนต์และช่วงล่างดีสุดในกลุ่มครอสโอเวอร์ไซส์กลาง โดยเฉพาะในบางจังหวะที่ผมพุ่งเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง มันไม่ได้ทำให้ผมแค่เกาะติดไปกับรถคันนำ แต่ยังให้ความสนุกสนานในจังหวะของการเบรกและเร่งความเร็วไปตลอดทางอีกด้วย สำหรับอัตราสิ้นเปลืองของรุ่นเบนซินบนทางภูเขาอยู่ที่ 9.7 กิโลเมตรต่อลิตร ดูเหมือนจะซดแต่อย่าลืมว่าเป็นการขับทดสอบบนเส้นทางที่ไม่ใช่ทางราบแบบปกติแต่อุดมไปด้วยทางขึ้นลงเนินที่ต้องกดคันเร่งเรียกแรงบิดมากกว่าการขับบนทางราบ

386 กิโลเมตรจากน่านไปยังเชียงคานบนเส้นทางหฤโหดโคตรโค้งจบลงในช่วงเย็นวันอังคาร หลังจากอาบน้ำเอาคราบฝุ่นลูกรังสีแดงออกจากร่างกายจนสะอาดดีแล้ว ผมใช้เวลาในช่วงค่ำออกมาเดินเล่นบนถนนคนเดินของเมืองอันเงียบสงบริมแม่โขงที่มีชื่อว่าเชียงคาน เมืองเชียงคานในปัจจุบันเป็นเมืองโบราณเก่าแก่ในสายตาของนักท่องเที่ยว เป็นชุมชนที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาได้ยาวนานกว่า 100 ปี ตัวเมืองออกแนวโบราณ มีบ้านไม้เก่า ร้านกาแฟ โรงแรมเล็กๆ ร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารตกแต่งด้วยไม้ทั้งหมด บรรยากาศของเมืองมีความเงียบสงบ รวมถึงอากาศในช่วงปลายฝนต้นหนาวก็ไม่ร้อนจนเกินไป ด้วยการที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัวในแบบฉบับของเชียงคาน ผู้คนที่เชียงคานมีความเป็นมิตรด้วยอัธยาศัยที่ดีของคนอีสาน สิ่งที่เชียงคานเปลี่ยนแปลงไปก็คือการเข้าสู่เมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยผู้คนในช่วงฤดูหนาว ถ้านักท่องเที่ยวทุกคนและคนในท้องถิ่นช่วยกันรักษาความเป็นเอกลักษณ์ ดำรงวิถีชีวิตในแบบของเชียงคาน ความเป็นเชียงคานที่เงียบสวบและสวยงามก็จะเป็นเช่นเดิมแบบนี้ตลอดไป

เช้าวันสุดท้ายเป็นการขับจากเชียงคานในจังหวัดเลยไปยังอุดรธานีหัวเมืองใหญ่อันดับต้นๆ ของภาคอีสาน วันสุดท้ายมีระยะทางของการขับทดสอบแค่ 238 กิโลเมตรกับรถทดสอบ Mazda CX-5 รุ่นดีเซล XD หรือรุ่นรองท็อป ราคา 1,560,000 บาท เช้าวันนี้ตั้งใจจะนั่งยาวๆจากเมืองเลยเข้าเมืองอุดรฯโดยเปิดโอกาสให้เพื่อนสื่อมวลชนที่นั่งมาด้วยกันได้ขับกันอย่างเต็มที่ เจ้า CX-5 ทั้งสองรุ่นสองเครื่องยนต์เป็นรถที่ขับได้ดีน่าประทับใจด้วยการเพิ่มอุปกรณ์ช่วยในเรื่องของความเสถียร พวงมาลัยเบาลงเล็กน้อยแต่ยังคงความแม่นยำแน่นอนในแบบฉบับของ Mazda รุ่นเบนซินมีแรงบิดน้อยกว่ารุ่นดีเซลแต่ความมันหลังพวงมาลัยนั้นพอๆ กัน ช่วงล่างเหมือนกันทุกอย่างทั้งความนิ่มนวลและการซับแรงสั่นสะเทือนจากทางที่ผุพังในบางช่วงบางตอนที่เป็นทางแบบหินลอย ทรงที่โฉบเฉี่ยวพร้อมเครื่องยนต์และเกียร์ที่มีประสิทธิภาพปรุงแต่งให้ New CX-5 ทั้งสองรุ่นขับได้ดีเอามากๆ หากไม่แน่จริง คนของ Mazda คงไม่เลือกใช้เส้นทางแบบนี้ในการทดสอบNew CX-5 เพราะทุกสิ่งทุกอย่างของรถจะถูกเปิดเผยออกมาจนหมดเปลือก

ส่วนตัวหากให้เลือกขอเล็งไปที่รุ่นเบนซิน 2.0SP ราคา 1,530,000 บาท ความคิดดังกล่าวดูจะสวนทางกับเพื่อนๆ สื่อมวลชนที่ชอบรุ่นดีเซลมากกว่า แต่จากราคาที่พอจะรับได้ของรุ่นเบนซินกับสมรรถนะของช่วงล่างและชุดบังคับเลี้ยวรวมถึงการเก็บเสียงที่ยอดเยี่ยมทำให้เหมือนกันทุกอย่าง และไม่มีความจำเป็นที่จะต้องจ่ายให้แพงกว่า เมื่อคุณเป็นคนเท้าเบาที่ชอบขับแบบไปเรื่อยๆ มากกว่าจะขับกันอย่างเร็วจี๋รุ่นเบนซินก็เพียงพอต่อการใช้งาน หลังจากการขับทดสอบ 3 วันสิ้นสุดลง ตามด้วยรอยยิ้มของสื่อมวลชนกลุ่มแรกที่รอดจากเส้นทางหฤโหดมาได้ Mazda CX-5 รุ่นใหม่ นอกจากจะทำตัวอยู่เหนือรถคู่แข่งด้วยสมรรถนะของการขับแล้ว ความสวยงามของภายนอกและภายในน่าจะดึงดูดลูกค้าใหม่ได้ดีขึ้น ถ้าเน้นประสิทธิภาพด้านอัตราเร่งและแรงบิดก็ขอให้ไปที่ดีเซล แต่ถ้าชอบขับแบบเรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่เร็วมากเอาแค่เบนซินก็พอแล้วละครับ!



MAZDA CX-5 SKYACTIV-G 2.0SP SPECIFICATIONS ราคา 1,530,000 บาท

engine type....................................................naturally aspirated petrol
Engine manufacturer......................................Mazda
Engine code....................................................SKYACTIVE-G
Cylinders Straight...........................................4
Capacity........................................................2 litre 1,998 cc (121.925 cu in)
Bore × Stroke.................................................83.5 mm × 91.2 mm 3.29 × 3.59 in
Bore/stroke ratio.............................................0.92
Valve gear......................................................DOHC 4 valves per cylinder 16 Total valves
maximum power output..............................165 bhp (121 kW) at 6,000 rpm
Specific output...............................................81.3 bhp/litre 1.33 bhp/cu in
maximum torque..........................................210 Nm (158 ft·lb) (21.0 kgm) at 4,000 rpm
Specific torque................................................105.11 Nm/litre1.27 ft·lb/cu3

Engine construction
sump................................................................wet sumped
compression ratio...........................................14.0 :1
Fuel system.....................................................direct petrol injection
bmep (brake mean effective pressure).............1,320.8 kPa (191.6 psi)
Engine coolant.................................................Water
Unitary capacity...............................................499.5 cc
Aspiration.........................................................Normal
Compressor.......................................................N/A
Intercooler.........................................................None
Catalytic converter............................................Y
Acceleration 0-100km/h...................................9.20 s
Maximum speed...............................................200 km/h (124 mph)
Power-to-weight ratio......................................114.44 bhp/ton
Engine position................................................front
Engine layout...................................................transverse
Drive wheels....................................................front wheel drive
Torque split.......................................................N/A
Steering............................................................rack & pinion EPAS
turns lock-to-lock..............................................2.7

Turning circle
Front suspension................................................Mcpherson sturt
Rear suspension.................................................Multi Link
Wheel size front.................................................19x7.0J
Wheel size rear...................................................19x7.0J
Tyres front.........................................................Toyo tire Proxes R36 225/55/R19
Tyres rear...........................................................Toyo tire Proxes R36 225/55/R19

Brakes F/R.........................................................VeDi/Di-S-ABS
Front brake diameter..........................................297 mm
Rear brake diameter...........................................303 mm
Gearbox..............................................................6 speed Auto

Wheelbase.........................................................2,700 mm
Track/tread (front)..............................................1,595 mm
Track/tread (rear)...............................................1,595 mm
Length................................................................4,550 mm
Width..................................................................1,840 mm
Height.................................................................1,680 mm
Ground clearance...............................................193 mm
length:wheelbase ratio.......................................1.68
Kerb weight........................................................1,569 kg 
Weight distribution
Fuel tank capacity................................................56 litres 12.3 UK Gal14.8 US Gal

MAZDA CX-5 SKYACTIV-D 2.2 XDL  SPECIFICATIONS ราคา 1,770,000 บาท

engine type....................................................turbocharged diesel
Engine manufacturer.....................................Mazda
Engine code..................................................SKYACTIVE-D
Cylinders Straight........................................ 4
Capacity........................................................2.2 litre 2,191 cc (133.581 cu in)
Bore × Stroke.................................................86 mm × 94.2 mm 3.39 × 3.71 in
Bore/stroke ratio.............................................0.91
Valve gear......................................................DOHC 4 valves per cylinder 16 Total valves
maximum power output...............................175 bhp (129.1 kW) at 4,500 rpm
Specific output.................................................67.6 bhp/litre 1.11 bhp/cu in
maximum torque............................................420 Nm at 1,800-2,600 rpm
Specific torque.................................................207.6 Nm/litre
sump.................................................................wet sumped
compression ratio............................................14.0 :1
Fuel system......................................................common rail direct diesel injection
bmep (brake mean effective pressure).............2181.5 kPa (316.4 psi)
Engine coolant..................................................Water
Unitary capacity...............................................547.25 cc
Aspiration.........................................................MAZDA 2 stage Turbo D
Catalytic converter............................................Y
Acceleration 0-100km/h..................................9.20 s
Maximum speed...............................................202 km/h (126 mph)
Power-to-weight ratio.......................................97.37 bhp/ton
Engine position.................................................front
Engine layout...................................................transverse
Drive wheels....................................................front / All wheel drive
Torque split.......................................................N/A
Steering............................................................rack & pinion PAS
turns lock-to-lock.............................................2.700
Turning circle
Front suspension................................................Mcpherson sturt
Rear suspension................................................Multi Link
Wheel size front................................................19x7.0J
Wheel size rear..................................................19x7.0J
Tyres front........................................................Toyo tire Proxes R36 225/55/R19
Tyres rear..........................................................Toyo tire Proxes R36 225/55/R19
Brakes F/R........................................................VeDi/Di-S-ABS
Front brake diameter.........................................297 mm
Rear brake diameter..........................................303 mm
Gearbox.............................................................6 speed Auto
Top gear ratio....................................................0.75
Final drive ratio.................................................3.12

Wheelbase........................................................2,700 mm
Track/tread (front).............................................1,595 mm
Track/tread (rear)..............................................1,595 mm
Length..............................................................4,550 mm
Width................................................................1,840 mm
Height...............................................................1,680 mm
Ground clearance..............................................193 mm
length:wheelbase ratio.......................................1.68
Kerb weight........................................................1,726 kg 
Fuel tank capacity..............................................56 litres 12.3 UK Gal 14.8 US Gal


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.thFacebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/