วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คนจนหมดประเทศ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่อกรณี แผนเศรษฐกิจปี 2561 ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พาดหัวข่าวตัวโตว่า รัฐบาลประกาศปีหน้าคนจนหมดประเทศ กลายเป็นเหยื่อสังคมออนไลน์ โจมตีต่างๆนานา สาเหตุเพราะการฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับเอาไปกระเดียด ที่มาของประเด็นนี้ รองนายกฯ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไปพูดในงานสัมมนา ไทยแลนด์ 2018 จุดเปลี่ยนและความท้าทาย โดยย้ำว่า ปี 2561 รัฐบาลจะใช้โอกาสที่มีอยู่เร่งแก้ปัญหาความยากจนของประเทศ โดยตั้งเป้าหมายให้คนไทยทุกคนที่ยังมีความยากจนอยู่ จะต้องหายจนให้ได้ในปีหน้า ตอนนี้กำลังคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ รวมไปถึง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. ออกมาตรการพิเศษออกมาดูแล กระจายเม็ดเงินลงไปยังชุมชนมากขึ้นตามลำดับ

เริ่มต้นด้วยการ ปลดล็อกกฎระเบียบเพื่อดึงเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีอยู่กว่า 200,000 ล้านบาท มาใช้ในการพัฒนาชุมชนด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานเพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน ดูแลผู้พิการ และผู้สูงอายุในชุมชน

ทั้งนี้ ได้มีการหารือในเบื้องต้นกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ที่จะหาทางแก้ไขโดยด่วนไปแล้ว ตั้งเป้าหมายว่าอย่างน้อยงวดแรกๆจะเน้นการจ้างงานในชุมชนเป็นหลัก

ความหมายของ รองนายกฯสมคิด ก็คือ รัฐบาลพยายามที่จะทุ่มเทแก้ปัญหาความยากจน ปัญหาความเดือดร้อนของคนรากฐานของประเทศ โดยการทุ่มเทงบประมาณลงสู่ท้องถิ่นหรือส่วนภูมิภาคมากขึ้น พัฒนาตั้งแต่ระดับชุมชนไปจนถึงระดับหมู่บ้าน ตำบลตามลำดับ จากล่างสู่บน เพื่อกระจายความเจริญไปสู่ท้องถิ่นและแก้ปัญหาความยากจนได้ถูกจุดจริงๆ

ปรากฏว่ากระบวนการทั้งหมดถูกตัดตอนแปลงสาส์นรัฐบาลจะทำให้ปัญหาความยากจนหมดไปภายใน 1 ปี จากนั้นก็ถูกสังคมออนไลน์นำไปวิพากษ์วิจารณ์ในแง่มุมต่างๆ ทั้งบวกและลบ ส่วนใหญ่จะด้านลบมากกว่า ไม่ใช่การติเพื่อก่อ แต่เป็นการติเพื่อทำลาย มองจากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคือ การที่รัฐบาลจะปลดล็อกระเบียบท้องถิ่นเอาเงินสะสมการปกครองส่วนท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์ในการกระจายความเจริญและแก้ไขปัญหาความยากจนได้เต็มที่ อาจจะไปเหยียบตาปลาใครเข้า

อีกกรณีคือเป็น เรื่องของคะแนนเสียง เพราะถ้ารัฐบาลเดินนโยบายแก้ปัญหาความยากจนได้เห็นเป็นรูปธรรม ย่อมเป็นคะแนนนิยมของรัฐบาลโดยอัตโนมัติ ฐานเสียงของพรรคการเมืองก็พลอยกระทบกระเทือนไปด้วย จีดีพี ของประเทศโตขึ้น ก็ไม่พอใจ วิจารณ์เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่นมาโดยตลอด

สมัยที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นผู้นำประเทศ ประกาศต่อสู่้กับปัญหาความยากจน และมีวลีที่จำได้ติดปากคือ ถ้าแก้ไขปัญหาความยากจนไม่ได้ จะไปกระโดดน้ำตาย ถูกเอามารุมวิจารณ์กันสารพัด แปลเจตนาดีของ พล.อ.ชวลิตเป็นเจตนาร้ายไปฉิบ เมืองไทยใครคิดดีทำดีมักไปไม่รอด กลายเป็นเหยื่อของพวกดีแต่ปาก

มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th