วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กระทิงดุหุ้นร้อนแรงทั่วโลก

ตลาดหุ้นเอเชียเมื่อเช้าวันพุธ เปิดตลาดขึ้นมาก็ร้อนแรงทันที ดัชนีหุ้นฮั่งเส็ง ฮ่องกงบวกขึ้นไปกว่า 196 จุด ทะลุหลัก 30,000 จุด เป็นครั้งแรก ขณะที่ผมนั่งเขียนคอลัมน์อยู่ ดัชนีฮั่งเส็งขึ้นไปอยู่ที่30,106.48 จุด ขานรับตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ทำสถิติใหม่อย่างต่อเนื่อง ดัชนีหุ้นดาวโจนส์วันอังคารบวกขึ้นไปอีก 160.50 จุด ไปปิดที่ 23,590.83 จุด ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง

ไม่มีใครรู้ ภาวะกระทิง ใน ตลาดหุ้นโลก จะหยุดลงเมื่อไหร่ บางเกจิก็ว่ากลางปีหน้า

แต่ตราบใดที่ เงินร้อน จากการอัดฉีดของ ธนาคารกลางสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่เลิกรา ผมก็เชื่อว่าตลาดหุ้นคงจะร้อนแรงต่อไปเรื่อยๆ เพราะไม่รู้จะเอาเงินมหาศาลจำนวนนี้ไปลงทุนสร้างอะไรให้กำไรได้เร็วเท่ากับการเล่นหุ้น ราคาหุ้นวันนี้ไม่ต้องไปดูพีอีเรโชหรือกำไรกันแล้ว อย่างหุ้น อเมซอน อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ราคาล่าสุดอยู่ที่หุ้นละ 1,139.49 ดอลลาร์ คิดเป็นพีอีเท่ากับ 287.62 เท่า

จากราคาหุ้นที่ขึ้นไปอย่างร้อนแรง ทำให้มูลค่าหุ้นของ บริษัทเทนเซนต์ โฮลดิ้ง เจ้าของแอพพลิเคชั่น WeChat โซเชียลมีเดียชื่อดังของจีน พุ่งขึ้นไปอยู่อันดับ 1 ในเอเชียตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา โดยมี มาร์เก็ตแค็ป หรือ มูลค่าหุ้นในตลาดสูงถึง 520,730 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ตัวเลขวันพุธ) คูณด้วย 33 บาทต่อดอลลาร์ ก็ตกราว 17.184 ล้านล้านบาท มากกว่าจีดีพีประเทศไทยของคนไทย 70 ล้านคนทั้งประเทศ

ขี่คอหุ้นเฟซบุ๊กมาติดๆ

มาร์เก็ตแค็ปของ เฟซบุ๊ก เมื่อวันพุธอยู่ที่ 528,451 ล้านดอลลาร์ จากราคาหุ้น 181.89 ดอลลาร์ต่อหุ้น สูงกว่าเทนเซนต์เพียง 8 พันกว่าล้านดอลลาร์เท่านั้นเอง

เทนเซนต์ โฮลดิ้ง จดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นฮ่องกงเมื่อปี 2004 ด้วยราคาไอพีโอหุ้นละ 3.70 ดอลลาร์ฮ่องกง ราคาล่าสุดเมื่อวันพุธอยู่ที่ 431 ดอลลาร์ฮ่องกง ในช่วง 13 ปี ราคาหุ้นของเทนเซนต์ โฮลดิ้ง พุ่งขึ้นไปถึง 11,350% เฉพาะปี 2017 ปีนี้จนถึงปัจจุบันราคาหุ้นของเทนเซนต์ขึ้นไปถึง 126.69%

แม้มูลค่าบริษัท เทนเซนต์ โฮลดิ้ง จะใหญ่กว่า อาลีบาบา ของ แจ็ค หม่า ที่ทำให้ แจ็ค หม่า โด่งดังไปทั่วโลก อาลีบาบามีมาร์เก็ตแค็ปอยู่ที่ 488,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ น้อยกว่าเทนเซนต์ถึง 32,000 ล้านดอลลาร์ แต่ทุกวันนี้กลับไม่มีใครรู้จัก เจ้าของเทนเซนต์ โฮลดิ้ง ที่เป็นหนุ่มใหญ่วัย 46 ปี Ma Huateng หรือ หม่า ฮัวเถิง เหมือน แจ็ค หม่า โดย หม่า ฮัวเถิง เริ่มต้นชีวิตจากการเป็นโปรแกรมเมอร์ ต่อมาร่วมกับเพื่อน 3 คน ก่อตั้งบริษัท เทนเซนต์ ขึ้นมา และสร้าง โปรแกรมแชต ออกสู่ตลาดจนกลายเป็น WeChat ที่โด่งดังในโลกออนไลน์ มีผู้ใช้บริการในปัจจุบันกว่า 1,000 ล้านคน

วีแชท เป็นโปรแกรมการสื่อสารที่สร้างความสะดวกสบายให้กับไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ในแอพเดียว ไม่ว่าจะเป็น การจ่ายเงิน เรียกแท็กซี่ หาร้านอาหาร จองตั๋วหนัง วีแชทแอพเดียวทำได้หมด ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหลายร้อยล้านคนนิยมใช้วีแชทในการทำธุรกรรมต่างๆ รวมทั้งการจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการผ่าน WeChat Pay เช่นเดียวกับ Alipay ของอาลีบาบา

จะเขียนเรื่องหุ้นร้อนแรง เผลอไปเล่าเรื่อง เทนเซนต์ และเจ้าของเสียมากมาย

กลับมาที่ ตลาดหุ้นไทย กันบ้างครับ ช่วงนี้ตลาดหุ้นไทยก็มีแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่นทุกวัน แม้จะไม่ร้อนแรงเท่าหุ้นสหรัฐฯ ฮ่องกง ญี่ปุ่น แต่ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนก็ดีเกินคาด

คุณสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ เพิ่งเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนใน 9 เดือนแรกปีนี้ว่า มีกำไรเบื้องต้น 1,899,818 ล้านบาท หลังหักภาษีแล้ว มีกำไรสุทธิรวม 708,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 3.74% จากยอดขายรวม 7.977 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน

วันนี้มีคนไทยออกไปโลดแล่นในตลาดหุ้นโลกกันเยอะ เพราะรับความเสี่ยงได้

แต่ถ้ายังไม่มีความรู้ในตลาดหุ้นโลกเพียงพอ ก็อย่าเพิ่งไปโลภมาก ผมว่าเล่นหุ้นในประเทศนี่แหละ ปลอดภัยกว่าเยอะ อย่างน้อยเวลามีการประชุมผู้ถือหุ้นก็ยังได้เห็นหน้าตาเจ้าของและผู้บริหารตัวเป็นๆให้ซักถามกันได้.

“ลม เปลี่ยนทิศ”