วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ชี้หลักฐานชัด ครูจอมทรัพย์ รู้เห็นปั้นพยานเท็จ อาจผิดหลอกลวงปชช.ด้วย

รองผบ.ตร.มาเอง คุมตัวสับ วาปี ทำแผนรับเงินครูอ๋อง จ่ายให้ครอบครัวคนตายจากรถชน ยืนยันวันนั้นเจอครูจอมทรัพย์ รวมทั้งหลังจากได้อภัยโทษก็เจอ ชี้มีการบริจาคเงินช่วย เข้าข่ายหลอกลวงปชช. เพราะรู้แต่แรกตัวเองไม่ใช่แพะ...

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 23 พ.ย.  พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รองผบช.ภ. 4 พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.นครพนม พร้อมคณะทำงาน ขบวนการรับจ้างทำผิดแทนกรณีครูจอมทรัพย์ ออกมาร้องต่อกระทรวงยุติธรรม ว่าตกเป็นแพะในคดีขับรถชนคนตาย ได้นำตัวนายสับ วาปี อายุ 61 ปี ที่สมอ้างเป็นคนขับรถไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณศาลจังหวัดนครพนม

นายสับ วาปี ได้ยืนยันกับตำรวจ พร้อมนำพาไปชี้จุดเกิดเหตุ ระบุว่า เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2557 ได้เดินทางมาที่ศาลจังหวัดนครพนม เพื่อนำเงินมาจ่ายชดเชยค่าเสียหายให้กับญาตินายเหลือ พ่อบำรุง อายุ 75 ปีที่ถูกรถชนตาย หลังศาลจังหวัดนครพนม มีคำพิพากษาให้จ่ายเงินชดเชยจำนวน 1.7 แสนบาท โดยนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เพื่อนครูจอมทรัพย์ เป็นคนไปรับมาที่ศาลจังหวัดนครพนม จากนั้นได้ขับรถไปจอดที่ลานจอดรถของศาล ก่อนที่นายสุริยา หรือครูอ๋อง ที่นั่งอยู่เบาะด้านหลังจะยื่นเงินให้ตน จำนวน 1.7 แสนบาท โดยมีนางจัน วาปี ภรรยา และนายเลิศ วาปี พี่ชายนั่งมาในรถด้วย ส่วนคนขับรถตนไม่ทราบชื่อ เพราะมากับ นายสุริยา หรือครูอ๋อง ก่อนที่จะนำขึ้นไปจ่ายกันที่ศาล เพื่อเป็นการยืนยันว่า เงินค่าชดเชยผู้เสียหาย เป็นเงินของตนที่อ้างว่าเป็นคนขับรถ

นายสับ กล่าวด้วยว่า การไปจ่ายเงินดังกล่าว เป็นไปตามข้อตกลงว่าจ้างในการช่วย ครูจอมทรัพย์ ให้พ้นผิด และในครั้งนั้นตนได้มีโอกาสพบกับครูจอมทรัพย์ ซึ่งยังอยู่ระหว่างถูกคุมขังในเรือนจำ แต่ทางศาลได้เบิกตัวมารับทราบกระบวนการเยียวยาจ่ายเงินแก่ผู้เสียหาย แต่ไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกัน ซึ่งจากคำให้การของ นายสับ วาปี ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่จะเชื่อมโยงเอาผิดกับขบวนการทั้งหมดที่มีการรับจ้างเพื่อรับผิดแทนครูจอมทรัพย์ และมีนายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เป็นคนวางแผนทั้งหมด

ด้าน พล.ต.อ.ดร.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร.เปิดเผยว่า ในการมอบตัวให้การ ของนายสับ วาปี พยานปากสำคัญของครูจอมทรัพย์ ที่เคยออกมายืนยันว่า เป็นคนขับรถตัวจริง ทางตำรวจได้แจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานเป็นที่เรียบร้อย และเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ 1 ใน 7 คน ที่ถูกดำเนินคดีในเบื้องต้น ส่วนการสอบสวนข้อเท็จจริง ได้ข้อมูลหลักฐานสำคัญหลายอย่างที่เชื่อมโยงไปยัง นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง และครูจอมทรัพย์ ที่จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพราะมีหลักฐานชัดเจน ว่ามีส่วนรู้เห็นกับขบวนการอย่างแน่นอน โดยเฉพาะตามคำรับสารภาพของนายสับวา ปี ที่ยืนยันว่า ในการจ่ายเงินชดเชยผู้เสียหายที่ศาล เป็นเงินที่ นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง เป็นคนจัดหามาให้ เพื่อให้ นายสับ วาปี นำไปจ่ายให้ผู้เสียหายที่ศาล จ.นครพนม จำนวน 1.7 แสนบาท ถือเป็นการวางแผนทำเป็นขบวนการ

"นอกจากนี้ยังได้ข้อมูลสำคัญ จากนายสับ วาปี ว่า ในช่วงระหว่างการพิจารณาไต่สวน รื้อฟื้นคดีของศาล ระหว่าง 8 – 10 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา นายสับ วาปี ได้ถูกกระทรวงยุติธรรม รวมถึง ดีเอสไอ นำไปสอบสวน และเข้าเครื่องจับเท็จ จนรู้ก่อนว่า นายสับ วาปี เป็นขบวนการรับจ้างทำผิดแทนครูจอมทรัพย์ ซึ่งทาง นายสับ วาปี เกิดสำนึกผิด และยืนยันว่า จะกลับคำให้การต่อศาล ว่าถูกว่าจ้าง ทำให้กระทรวงยุติธรรม ไม่นำ นายสับ วาปี ขึ้นมาเบิกความต่อศาล อีกทั้งนายสับ วาปี ยังยืนยันว่า ในช่วงนั้นได้พบกับครูจอมทรัพย์ ซึ่งได้รับการอภัยโทษ ออกมาจากเรือนจำแล้ว ก่อนมาร้องทุกข์ว่าตกเป็นแพะ ทำให้ครูจอมทรัพย์ได้ต่อว่า นายสับ วาปี เพราะไม่พอใจหลังทราบว่า จะกลับคำให้การ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญ ที่ยืนยันว่า ครูจอมทรัพย์รู้เห็นมาก่อนหน้านี้ ซึ่งจะต้องรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน"

ในส่วนของประเด็นที่มีการบริจาคช่วยเหลือ ครูจอมทรัพย์ ตามที่เป็นข่าว หากมีประชาชนที่ได้รับความเสียหาย สามารถเข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับตำรวจได้ เพราะถือว่าเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชน มีการหลอกลวง เนื่องจากรู้มาก่อนว่า ตนไม่ได้เป็นแพะ และมีการร่วมขบวนการในการรับจ้างทำผิดแทน โดยทางตำรวจยืนยันว่า ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมต้องรอการสรุปข้อมูลหลักฐานให้ครบ และจะมีการแจ้งความผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีก

พล.ต.อ.ดร.วิระชัย กล่าวอีกว่า สำหรับบุคคลที่ตำรวจได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีไว้เบื้องต้นมี 7 ราย คือ คนที่ 1 นายสุริยา นวลเจริญ หรือ ครูอ๋อง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทครูจอมทรัพย์ และยังมีหลักฐานเป็นบุคคลสำคัญในการหาขบวนการรับจ้างทำผิดแทน คนที่ 2 คือ นายสับ วาปี อายุ 61 ปี ซึ่งเป็นคนที่ออกมายืนยันว่า เป็นคนขับรถชนตัวจริง คนที่ 3 คือ นางจัน วาปี อายุ 59 ปี ที่เป็นภรรยานายสับ วาปี คนที่ 4 คือ นายบุญเทิง วาปี อายุ 63 ปี คนที่ 5 คือ นายเลิศ วาปี อายุ 66 ปี คนที่ 6 คือ นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี พยานที่ยืนยันว่าเห็นเหตุการณ์คนขับรถชนเป็นผู้ชาย ส่วนคนที่ 7 คือ นายนิรันดร์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี สามีของครูจอมทรัพย์ โดยมีการดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งมีการออกหมายเรียกมาพบพนักงานสอบสวนทั้งหมดแล้ว แต่มีเพียง นายสับ วาปี เท่านั้น ที่เข้ามอบตัวกับตำรวจ.