วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“ประยุทธ์” สั่งตีกรอบลุยอีอีซี ฝันเอกชนทุ่ม5แสนล้านแจ้งเกิดโครงการยักษ์

กนศ.ชี้เป้าเปิดให้บริการโครงสร้างพื้นฐานในโครงการอีอีซี รถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ–ระยอง เปิดให้บริการปี 2566 ท่าเรือแหลมฉบังเปิด 2568 ท่าเรือมาบตาพุดเปิด 2567 ขณะที่เมืองการบินตะวันออก เสร็จพร้อมเปิดให้บริการปี 2566 นายกฯเผยยอดลงทุนในอีอีซีปีนี้แตะ 7 หมื่นล้าน และ 5 ปีได้ 5 แสนล้านแน่นอน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กนศ.) กล่าวว่า ได้เสนอว่า ในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) น่าจะมีอุตสาหกรรมเป้าหมายอีก 1 กลุ่มคือ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้เป็นอุตสาหกรรมที่ 11 โดยมอบให้กระทรวงกลาโหม กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ไปพิจารณาและสั่งการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและการศึกษาซึ่งตอนนี้มีเอกชนมาร่วมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรกลุ่มอาชีวศึกษา หากหลักสูตรไม่ตรงกับความต้องการของตลาดก็ต้องปรับปรุง

นายอุตตม สาวนายน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า กนศ.เห็นชอบกำหนดเป้าหมายการเปิดให้บริการของโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของอีอีซีให้มีความชัดเจน โดยโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนภายในเดือน ก.พ.2561 คัดเลือก และเจรจาต่อรองกับเอกชนแล้วเสร็จเดือน ก.ค.2561 และเปิดให้บริการปี 2566 สำหรับโครงการเมืองการบินภาคตะวันออกจะเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนในเดือน พ.ค.2561 คัดเลือกและเจรจาต่อรองกับเอกชนแล้วเสร็จเดือน ต.ค.2561 เปิดให้บริการปี 2566

ขณะที่โครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยานอู่ตะเภา ร่วมมือระหว่างกองทัพเรือ-บริษัทการบินไทย-บริษัทแอร์บัสจะจัดทำรายละเอียดร่วมทุนกับภาคเอกชนได้ในเดือน มี.ค.2561 เริ่มดำเนินธุรกิจได้ปี 2564 และโครงการพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานอู่ตะเภาจะดำเนินการให้สอดคล้องกับการพัฒนาโครงการเมืองการบินภาคตะวันออก

ส่วนโครงการรถไฟรางคู่เชื่อม 3 ท่าเรือ คาดว่าจะจัดทำรายงานการศึกษาแล้วเสร็จปี 2562 คัดเลือกดำเนินการในปี 2563 และเปิดให้บริการ 2566 โครงการท่าเรือแหลมฉบังอยู่ในระหว่างการศึกษาสิ่งแวดล้อมจะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุนเดือน มิ.ย.2561 คัดเลือกและเจรจาต่อรองกับเอกชนแล้วเสร็จเดือน ต.ค.2561 และเปิดให้บริการปี 2568 โครงการท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดอยู่ในระหว่างการพิจารณาอนุมัติสิ่งแวดล้อม จะประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน เดือน มิ.ย. 2561 คัดเลือกและเจรจาต่อรองกับเอกชนแล้วเสร็จเดือน ก.ย.2561 และเปิดให้บริการ 2567 ส่วนโครงการท่าเรือพาณิชย์สัตหีบอยู่ในระหว่างการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารเรือเฟอรี่ คาดว่าจะเปิดให้บริการเดือน ก.พ.2562

“นายกรัฐมนตรีให้นโยบายว่าต้องพัฒนาท่าเรือเฟอรี่ที่ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยวในทะเลอ่าวไทยโดยให้ดึงโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของอีอีซีด้วย และได้สั่งการให้โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทุกโครงการต้องเพิ่มเรื่องการใช้ยางพาราเป็นองค์ประกอบในการก่อสร้าง เพื่อเป็นการเพิ่มความต้องการใช้ยางพาราในประเทศให้สูงขึ้น”

ด้านนายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ กนศ.กล่าวว่า ได้รายงานความคืบหน้าการลงทุนในอีอีซี ช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย.มีการลงทุน 104,164 ล้านบาท เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย 67,800 ล้านบาท และคาดว่าสิ้นปีนี้จะมีมูลค่าการลงทุนถึง 70,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับเป้าหมายในระยะ 5 ปีนี้ (2560-2564) จะมีการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายเฉลี่ยปีละ 100,000 ล้านบาท รวม 500,000 ล้านบาท และถ้าในปี 2561 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกมีผลบังคับใช้จะสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนให้เข้ามาเพิ่มขึ้น โดยมีนักลงทุนรายใหม่ที่รอความชัดเจนของกฎหมาย เช่น กลุ่มแอร์เอเชีย เอสที แอร์โรสเปส บีเอ็มดับเบิลยู แอร์บัส และอาลีบาบา โดยนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีต้องการให้เสร็จในเดือน ธ.ค.นี้ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)

นอกจากนี้ กนศ.ได้อนุมัติร่างแผนปฏิบัติการพัฒนาบุคลากร การศึกษา การวิจัย และเทคโนโลยี ปี 2560-2564 พร้อมกับขออนุมัติงบกลางปี 2561 จำนวน 861.02 ล้านบาท เพื่อผลิตครูต้นแบบอุตสาหกรรมเป้าหมาย 150 คน พัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ให้เยาวชน ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เกษตรกร อีกทั้งได้เห็นชอบประกาศเขตส่งเสริมเพื่อกิจกรรมอุตสาหกรรมปี 2560 โดยให้อุตสาหกรรมสมาร์ทพาร์ค จ.ระยอง และนิคมฯเหมราชอีสต์เทิร์นซีบอร์ด 4 จ.ระยอง 3,366 ไร่ เป็นเขตส่งเสริมการลงทุน ส่วนครึ่งปีแรก 2561 ประกาศเพิ่มอีก 9 แห่งรวมพื้นที่เป็น 30,000 ไร่ และที่ประชุมได้มอบหมายให้ กนอ.ประสานกับเอกชนเพื่อพัฒนาพื้นที่นิคมฯ ให้ได้ 50,000 ไร่.