วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จบคดีประวัติศาสตร์ระนอง สู้15ปี ฎีกาจำคุก2พ.ต.อ.‘รณพงษ์-อนุชน’15ปี

สิ้นสุดเสียที คดีดังระนอง 2 พ.ต.อ.และพวกถูกกล่าวใช้ไฟช็อตผู้ต้องหายิงคนตายให้ซัดทอด ‘กรีฑา ยกย่อง’ เป็นคนจ้างฆ่า ผ่านมา 15 ปี เลื่อนอ่านฎีกา 3 ครั้ง สุดท้ายยืนตามศาลอุทธรณ์ จำคุกคนละ 15 ปี...

เวลา 10.00 น. วันที่ 22 พ.ย. ห้องพิจารณาคดีที่ 1 ศาลจังหวัดระนอง ศาลนัดอ่านคำพิพากษา คดีระหว่างนายวิโรจน์ สุวรรณี โจทก์ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน และ พ.ต.อ.รณพงษ์ ทรายแก้ว จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 14 คน ในคดีบังคับใช้ไฟฟ้าช็อตให้นายวิโรจน์ สุวรรณี โจทก์ที่ 1 และนายวินัย ขุนแผ้ว โจทก์ที่ 2 ให้การซัดทอดนายกรีฑา ยกย่อง โจทก์ที่ 3 (ปัจจุบันนายกรีฑา เป็นนายกเทศมนตรีเมืองบางริ้น) ว่าเป็นผู้จ้างวานให้ใช้ปืนยิงนายเกษม คงตุก สมาชิกสภา อบต.บางริ้น เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 ต.ค.45 เหตุเกิดที่ ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง 

คดีนี้ คำฟ้องของโจทก์ระบุว่า จำเลยทั้งหมดร่วมกระทำจับกุมเพื่อบังคับใช้ไฟฟ้าช็อตให้นายวิโรจน์ สุวรรณี โจทก์ที่ 1 และนายวินัย ขุนแผ้ว โจทก์ที่ 2 ให้ซัดทอดนายกรีฑา ยกย่อง โจทก์ที่ 3 ว่าเป็นผู้จ้างวานให้ใช้ปืนยิงนายเกษม คงตุก สมาชิกสภา อบต.บางริ้น เสียชีวิตเมื่อวันที่ 11 ต.ค.45 เหตุเกิดที่ ต.บางริ้น อ.เมืองระนอง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้ง 14 คน ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 มาตรา 200 วรรค 2 มาตรา 295 มาตรา 296 มาตรา 309 วรรคแรก มาตรา 310 ทวิ ประกอบมาตรา 83 และจำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 297 (8) ประกอบมาตรา 83 อีกบทหนึ่ง การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา หรือจัดการให้เป็นไปตามกฎหมายอาญา เพื่อจะแกล้งให้โจทก์ที่ 3 ต้องรับโทษ อันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 ให้ลงโทษจำคุกคนละ 15 ปี

จนกระทั่งศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาอีกครั้ง หลังจากมีการเลื่อนอ่านคำพิพากษามาแล้วถึง 3 ครั้งก่อนหน้านี้ เนื่องจากจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่มาฟังคำพิพากษาดังกล่าว ศาลจึงอ่านคำพิพากษาลับหลังในวันนี้ โดยใช้เวลาอ่านคำพิพากษานานกว่าชั่วโมงครึ่งมีความยาว 41 หน้ากระดาษ ซึ่งศาลฎีกาได้พิจารณาพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 และที่ 2 คนละ 15 ปี นับว่าเหมาะสมแล้ว ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย จึงพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ ให้จำคุกจำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 15 ปี และยกฟ้องจำเลยที่เหลืออีก 12 คน

สำหรับคดีนี้มีการต่อสู้กันมายาวนานกว่า 15 ปี ซึ่งนายกรีฑา ยกย่อง โจทก์ที่ 3 ในคดีนี้กล่าวว่า ดีใจที่ศาลตัดสินคดีนี้อย่างเป็นธรรมที่สู้มาตลอดเพราะต้องการความเป็นธรรมจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ ถามว่าถ้าเราไม่สู้ เราก็ตายอย่างเดียว ขอขอบคุณความยุติธรรมที่ยังมีให้กับประชาชนได้ต่อสู้เพื่อความถูกต้อง หลังจากนี้จะให้ทนายดำเนินการทางแพ่งต่อไป

ด้าน น.ส.ปิยวดี คชสิงห์ ภรรยานายวิโรจน์ สุวรรณี โจทก์ที่ 1 ขณะนี้โดนจำคุกอยู่ที่เรือนจำบางขวาง เปิดเผยว่า วันนี้ครอบครัวดีใจที่สุด หลังจากรอคอยมายาวนาน ขณะนี้สามีของตน ได้ติดคุกมากว่า 4 ปีแล้ว เมื่อคำตัดสินของศาลออกมาแบบนี้ ก็จะมีผลดีต่อตัวสามีในการที่จะขอรื้อฟื้นคดีใหม่ ซึ่งต้องปรึกษากับทนายความอีกครั้งหลังจากนี้.