วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สธ. ไขปม 'หมอยอร์น' ขับชนรปภ. 'เมาแล้วขับ-ไม่ยอมเป่า' รู้ผล 6 ธ.ค.

คณะกรรมการสืบข้อเท็จจริง "หมอยอร์น" ขับรถชน รปภ. ตั้ง 2 ประเด็น "เมาแล้วขับ-ไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์" เน้นวินัยทางข้าราชการ คาดรู้ผล 6 ธ.ค. ชี้ หากผิดวินัยร้ายแรง โทษปลด หรือไล่ออก...

เมื่อวันที่ 22 พ.ย. นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เขต 11 ในฐานะประธานคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงกรณี นพ.ยอร์น จิระนคร สาธารณสุขนิเทศก์เขต 12 ขับรถชนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เมื่อวันที่ 10 พ.ย.ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งแรก ได้พิจารณาและตั้งประเด็นการสืบเบื้องต้น โดยได้ทำกรอบการทำงานเพื่อสืบให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ย.2560 โดยจะมุ่งเน้นเรื่องวินัยข้าราชการเป็นหลัก ส่วนเรื่องคดีอาญาจะให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สำหรับการสืบใน 2 ประเด็นสำคัญ คือ 1.การดื่มสุราแล้วเมาจริงหรือไม่ จะสืบข้อมูลจากผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ เจ้าหน้าที่ รปภ.ที่เข้าเวรในวันและเวลาที่เกิดเหตุประมาณ 3-4 คน ซึ่งอยู่ระหว่างทำหนังสือเชิญเข้าให้ปากคำ แม่ค้าร้านอาหารปู่ย่าตายาย เพื่อฟังข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนั้นเป็นอย่างไร และต้องมีการเชิญ นพ.ยอร์น มาให้ข้อมูลด้วย ส่วนพยานแวดล้อมต่างๆ จะใช้กล้องวงจรปิดภายใน สธ.ที่มีอยู่จำนวนมาก และ 2.เพราะเหตุใดถึงไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเป่าวัดระดับแอลกอฮอล์

ส่วนการขัดคำสั่งเจ้าพนักงานในการไม่เป่าวัดระดับแอลกอฮอล์ ถือเป็นความผิดทางวินัยด้วยหรือไม่ นพ.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นความประสงค์ส่วนตัวของผู้ถูกกล่าวหา ที่จะแจ้งประสงค์ยินยอมหรือไม่ยินยอมให้เป่าก็ได้ แต่คณะกรรมการฯ ต้องการทราบถึงเหตุผลว่าทำไมจึงไม่เป่า เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา โดยหลักการพิจารณาเรื่องความผิดทางวินัยข้าราชการนั้น จำเป็นต้องรอผลการสืบข้อเท็จจริงจากกรอบดังกล่าวก่อน แต่ตามระเบียบข้าราชการไม่ได้กำหนด เรื่องฐานความผิดเกี่ยวกับการเมาเป็นการเฉพาะ แต่จะเป็นเรื่องจริยธรรมความเหมาะสม โดยเฉพาะการอยู่ในเครื่องแบบราชการหรือไม่ ซึ่งกรณีนี้จะมีการสืบข้อเท็จจริงด้วยว่า หากมีการดื่มจะเข้าข่ายดื่มในเวลาราชการหรือไม่

นพ.ณัฐวุฒิ ยอมรับมีข้าราชการกระทำความผิดในเรื่องการดื่มสุราบ้างประปราย แต่อาจไม่ได้รับความสนใจจากสังคม ส่วนใหญ่เป็นการดื่มนอกเวลาราชการ และไม่ได้สวมใส่เครื่องแบบราชการ ซึ่งมีการตักเตือนเสมอ และกรณีการดื่มมีทุกกระทรวงและมีการตักเตือนกันทั้งหมด อย่างไรก็ตามหลังจากการสืบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จภายใน 15 วัน หรือประมาณวันที่ 6 ธ.ค.นี้ จะมีการพิจารณาถึงความผิดทางวินัยต่อไป โดยแบ่งเป็นความผิดทางวินัยร้ายแรง หรือความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะไปในทิศทางใด ต้องรอการสืบข้อเท็จจริงก่อน ทั้งนี้หากผิดวินัยร้ายแรง จะมีโทษคือ ปลดออก หรือไล่ออก ส่วนความผิดวินัยไม่ร้ายแรง จะมีภาคทัณฑ์ ตัดเงินเดือน หรือลดขั้นเงินเดือน.