วันเสาร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลี่ปมปริศนา มรณะ “น้องเมย” หมอนิติเวชแจงละเอียด เหตุใดอวัยวะภายในล่องหน

จากกรณี นายภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหาร (นตท.) ชั้นปีที่ 1 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา โดยโรงเรียนเตรียมทหารแจ้งสาเหตุว่าหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แต่ครอบครัวยังติดใจ และนำร่างของน้องเมยไปชันสูตรใหม่ พบมีอวัยวะในร่างกาย สมอง หัวใจ และกระเพาะอาหารหายไป และได้รับคืนอวัยวะทั้งหมดเมื่อวันที่ 23 พ.ย. 60

โลกโซเชียล เกิดข้อสงสัยมากมายเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า เหตุใดนำอวัยวะภายในร่างกายออก? การชันสูตรศพต้องได้รับความยินยอมจากครอบครัวหรือไม่? ขั้นตอนการตรวจชันสูตรศพ มีอะไรบ้าง?

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ มีคำตอบจากแพทย์นิติเวชผู้เชี่ยวชาญมากว่า 20 ปี ของ รพ.ชื่อดังในไทย โดยแพทย์นิติเวชผู้นี้ เริ่มอธิบายถึงการชันสูตรพลิกศพให้เข้าใจว่าจะมีการชันสูตรศพเมื่อมีการตายผิดธรรมชาติ เช่น ฆ่าตัวตาย ถูกฆ่าตาย ถูกทำร้าย ตายด้วยอุบัติเหตุ ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อมีคนตาย ตามกฎหมายจะกำหนดให้ตำรวจกับแพทย์ไปดู

ขั้นตอนการชันสูตรพลิกศพนั้น เริ่มจากตรวจสภาพศพภายนอกว่ามีวัตถุพยานไหม ดูร่องรอยการบาดเจ็บ มีรอยโรคอื่นหรือไม่ ถ้าตำรวจกับแพทย์ดูแล้วสรุปว่าผู้ตายเป็นใคร สาเหตุการตายเพราะโรคใด และญาติไม่ติดใจสาเหตุการตาย ก็จะมอบศพให้ญาติไปทำพิธีทางศาสนา

แต่หากมีการตายผิดธรรมชาติที่เห็นชัดเจน เช่น ฆ่าตัวตาย ถูกฆ่าตาย ก็เป็นดุลยพินิจเจ้าพนักงานว่าควรผ่าชันสูตรศพ ด้วยการเปิดช่องกะโหลกศีรษะก่อน แล้วเปิดช่องอก ท้อง แล้วนำอวัยวะข้างในออกมาตรวจ โดยไม่ต้องรอความยินยอมจากญาติ เพราะหากรอความยินยอม บางคดีจะดำเนินการต่อไม่ได้ เช่น ถ้าคนทำร้ายเป็นญาติ หรือไปดูศพบ้านหลังหนึ่ง เมียตายนอนจมกองเลือด สามีนั่งอยู่ในบ้านและบอกไม่ติดใจการตาย ไม่อยากตรวจศพ ไม่ยอมเซ็นให้ผ่าศพ ทั้งๆ ที่มีเงื่อนงำน่าสงสัย

เพราะฉะนั้นในกระบวนการทางกฎหมาย จึงไม่ได้ใช้ความยินยอม ไม่ต้องแจ้งให้ญาติทราบ เพราะเหมือนเป็นการเก็บวัตถุพยาน หากเห็นว่าจำเป็นต้องตรวจอวัยวะภายในบางประการ สามารถทำได้เลย และตามหลักกฎหมายจริงๆ สามารถยึดศพไว้ได้ แต่ในทางปฏิบัติจะคืนร่างให้ญาติ เก็บในส่วนที่สำคัญที่จำเป็นต้องตรวจไว้ ส่วนเรื่องการบอกญาติ ตามกฎหมายระบุไว้ไม่ต้องแจ้งให้ทราบ แต่ในทางปฏิบัติมักบอก

สำหรับอวัยวะภายในที่นำมาตรวจ จะเป็นอวัยวะหลักของร่างกาย เช่น สมอง หัวใจ ปอด ตับ ม้าม ไต และเป็นเรื่องปกติที่นำอวัยวะออกจากศพ ถ้าอวัยวะนั้นมีความสำคัญ ต้องตรวจต่อเพิ่มเติม ด้วยเนื้อเยื่อบางอย่างเอาออกไปก่อนแล้วก็ยังตรวจไม่ได้ การดองทั้งอวัยวะก็เป็นเรื่องปกติในกระบวนการผ่าศพทางนิติเวช และในชั่วโมงการเรียนก็ต้องมีการเรียนผ่าอวัยวะที่ดองเอาไว้ แต่ไม่ได้ทำทุกเคส ใน 100 เคส อาจจะทำ 2-3 เคส เป็นต้น

หลังจากอวัยวะร่างกายที่นำออกมาตรวจเสร็จก็จะนำไปทำลายตามกระบวนการขยะติดเชื้อ เช่น แพทย์ผ่าตัดเอาตับศพออกมาเพราะเป็นมะเร็ง แพทย์ก็จะเล็มช้ินเนื้อส่วนที่เป็นมะเร็งไปทำสไลด์ที่แพทย์ดูผ่านกล้องจุลทรรศน์ด้วยกระจกแผ่นเล็กๆ ตับส่วนที่เหลือซึ่งเป็นเศษเนื้อก็จะนำไปทำลายตามกระบวนการขยะติดเชื้อ เพราะส่วนใหญ่ญาติไม่นิยมกลับมาเอา หรือน้อยรายมากที่มารับคืน เพราะส่วนใหญ่ได้ร่างหลักไปทำบุญแล้ว

“จริงๆ การชันสูตรพลิกศพมันเป็นการทำหน้าที่ของหมอตามกฎหมาย ในกระบวนการนั้นมีกระบวนการบางอย่างที่คนทั่วๆ ไปอาจไม่เข้าใจ แต่เป็นกระบวนการมาตรฐานที่เราทำกันมาอยู่แล้วตามปกติ เช่น การใส่กระดาษเข้าไปในช่องกะโหลกศีรษะ เพราะว่าปกติถ้าเราไม่ใส่กระดาษ ใส่เนื้อเยื่อเข้าไป น้ำยาฉีดศพจะฉีดไปไม่ถึง จึงต้องใส่กระดาษเข้าไปเพื่อให้มันคงรูป” แพทย์นิติเวชผู้เชี่ยวชาญกล่าวสรุป

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน