วันอาทิตย์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

หมอเตือนสาวไทย อย่าเมินความสะอาดช่องคลอด หากผิดปกติให้รีบพบแพทย์

ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข่าว

หมอเตือนหญิงยุคใหม่อย่าเมินความสะอาด 'จิ๋ม' ชี้มีเซ็กซ์ไม่สวมถุงยาง ทำให้ติดเชื้อ หรือไม่ซัก กกน.เปียกอับชื้น ก็ทำให้เกิดเชื้อรา คันในช่องคลอด ย้ำหากมีตกขาวมาก และมีกลิ่นเหม็นมาก ให้รีบพบแพทย์...

เมื่อวันที่ 22 พ.ย.2560 นพ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันสภาพสังคมไทยเปลี่ยนแปลงไป ผู้หญิงทำงานประจำและมีบทบาทในสังคมมากขึ้น ภาวะที่ต้องทำงานเร่งรีบแข่งกับเวลาอาจทำให้ผู้หญิงมองข้ามและใส่ใจสุขอนามัยของร่างกายน้อยลง โดยอวัยวะสำคัญที่ผู้หญิงต้องดูแลเป็นพิเศษนั่น คือ ช่องคลอด หากดูแลความสะอาดผิดวิธีและปฏิบัติตัวไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดโรคตามมา เช่น ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย มีสาเหตุมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่สวมถุงยางอนามัย หรือการสวนล้างช่องคลอดมากเกินไป นอกจากนี้เชื้อราในช่องคลอดก็เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย เนื่องจากความสกปรกและอับชื้น ไม่ซักกางเกงในหรือสวมใส่ทั้งๆ ที่แห้งไม่สนิท และโรคมะเร็งช่องคลอด เกิดจากเซลล์มะเร็งเติบโตจากเนื้อเยื่อในช่องคลอด หรือลุกลามมาจากมะเร็งปากมดลูก หรือจากส่วนอื่นๆ ที่เชื่อมต่อถึงกันได้ ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยอาจเสียชีวิตได้ โดยมีอาการที่สังเกตได้เบื้องต้น คือ เลือดออกจากช่องคลอดมาก หรือมีของเหลวผิดปกติไหลออกมา จึงควรพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยโดยเร็ว

โฆษกกรมการแพทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับวิธีทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นสามารถทำได้ง่ายๆ โดยปกติการทำความสะอาดช่องคลอดนั้น ใช้น้ำสะอาดธรรมดาก็เพียงพอ เพราะภายในช่องคลอดของผู้หญิงจะมีเชื้อจุลินทรีย์ซึ่งจะทำให้ช่องคลอดมีสภาวะเป็นกรดอ่อนๆ เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อรา การใช้น้ำยาล้างช่องคลอดบางชนิดเป็นประจำอาจไปทำลายเชื้อจุลินทรีย์ทำให้ความเป็นกรดเป็นด่างเสียไป ทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย หรือในบางครั้งอาจใช้สบู่ที่มีค่า PH 5.5 ทำความสะอาดแล้วซับให้แห้งด้วยผ้าเช็ดตัวที่สะอาดและอ่อนนุ่ม ไม่ควรเช็ดถูแรงๆ เนื่องจากผิวหนังบริเวณนี้ละเอียดอ่อนมาก จึงควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่โฆษณาอวดอ้างสรรพคุณเกินจริง เพราะอาจมีสารพาราแบนปนเปื้อน

นพ.ณรงค์ กล่าวด้วยว่า อยากให้ผู้หญิงควรดื่มน้ำให้มากๆ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะเป็นผลดีต่อระบบสืบพันธุ์ ช่วยลดภาวะช่องคลอดแห้งซึ่งเสี่ยงการติดเชื้อได้ง่าย ที่สำคัญหมั่นสังเกตความผิดปกติต่างๆ บริเวณอวัยวะเพศ เช่น คันในช่องคลอด ตกขาวมากจนผิดสังเกต อวัยวะเพศมีกลิ่นเหม็นมาก ตกขาวมีสีผิดไปจากเดิม หรือเวลาปัสสาวะรู้สึกเจ็บเหมือนปัสสาวะไม่สุด ควรรีบพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง ไม่ควรซื้อยามาทาหรือทานเอง และหมั่นตรวจสุขภาพภายในเป็นประจำทุกปีอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง.