วันพุธที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

แก้ทุจริตถอยหลังลงคลอง

ไม่น่าเชื่อ แต่ก็ต้องเชื่อ

อย่างที่ขึ้นต้นเรื่องว่ามันเป็นไปได้อย่างไร เพราะปัญหาทุจริตคอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศที่จะต้องแก้ไขกันอย่างจริงจัง

ด้วยการออกมาตรการต่างๆนานาทั้งป้องกัน ป้องปรามและปราบปรามเพื่อหวังว่าจะแก้ไขได้ ที่ผ่านมาแม้จะเข้มข้น แต่ก็ยังจัดการไม่ได้อย่างเด็ดขาด

หรือจะต้องเข้มข้นแบบจีนจึงจะแก้ไขได้

ประเด็นที่จะพูดก็คือ กฎหมายลูกว่าด้วย ป.ป.ช. ที่มีการแก้ไขประเด็นสำคัญก็คือ มีการเปลี่ยนแปลงการแสดงทรัพย์สินและหนี้สิน

เนื้อหาสาระมีดังนี้ เพื่อประโยชน์ในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินให้ ป.ป.ช. เปิดเผยข้อมูล “โดยสรุป” เกี่ยวกับจำนวนทรัพย์สินและหนี้สิน และที่ตั้งของทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

เฉพาะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ส.ส. สว. ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปโดยเร็ว

ข้อมูลโดยสรุปดังกล่าว ต้องไม่ระบุถึงรายละเอียดทางทะเบียนของทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่จำเป็นต้อง หรือที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าของข้อมูลได้

มันผิดแปลกก็ตรงที่ว่ามานี่แหละ...

เพราะ พ.ร.บ.ป.ป.ช.ฉบับที่ 2 พ.ศ.2554 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันนั้น บัญญัติเอาไว้ว่าบัญชีเอกสารทรัพย์สินของเหล่าบุคคลข้างต้นให้เปิดเผยให้สาธารณชนทราบโดยเร็ว ซึ่งที่ผ่านมา ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้ที่ได้ยื่นไว้กับ ป.ป.ช.ต่อสาธารณชนโดยละเอียด

หากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน สนช.ก็หมายความต่อจากการเปิดเผยต่อสาธารณชนนั้น ต้องแล้วแต่ ป.ป.ช.ตีความคำว่า “โดยสรุป” อย่างไร

อะไรคือมาตรฐานที่จะกำหนด “โดยสรุป” ว่าจะออกมาอย่างไร

เหตุผลที่อ้างกันนั้นมีอยู่ 2 ประเด็นสำคัญ

1.อ้างว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 ให้อำนาจ ป.ป.ช.เพียงเปิดเผยผลการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินเท่านั้น หากให้เปิดเผยโดยละเอียดจะขัดรัฐธรรมนูญ

2.อ้างว่าการเปิดเผยโดยละเอียดเป็นการไม่เคารพสิทธิส่วนบุคคลของผู้ยื่นบัญชีทรัพย์สินเหล่านั้น

อย่างข้อแรกนั้น รัฐธรรมนูญน่าจะตีความได้ว่า การเปิดเผยโดยละเอียดนั้นสามารถทำได้และไม่ขัดรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด เพียงแต่กำหนดกว้างๆเอาไว้เท่านั้น

ดังนั้น กฎหมายลูกว่าด้วย ป.ป.ช.จึงต้องกำหนดเอาไว้ให้เป็นแนวทางปฏิบัติด้วยการระบุให้ชัดว่า เปิดเผยโดยละเอียด

ก็เท่านั้นเอง...

หรืออีกประเด็นที่อ้างว่า เป็นการไม่เคารพสิทธิส่วนบุคคลนั้นต้องลืมว่า บุคคลที่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินเหล่านี้ถือว่าเป็นบุคคลสาธารณะที่จะต้องถูกตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และมีหน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญ

เมื่อ “พวกคุณ” อาสาเข้ามาก็ต้องพร้อมที่จะให้ตรวจสอบให้รอบด้าน

ที่สำคัญก็คือ การให้เปิดเผยบัญชีนั้น ก็เพื่อเป็นการตรวจสอบที่สำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันจึงต้องมีมาตรการที่เข้มข้น เรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการแปรญัตติของ กมธ. สนช. จึงแก้ไขได้ด้วยเหตุด้วยผล

จะเดินหน้า หรือถอยหลังกันนี่...

ลองใช้ปัญญาคิดกันหน่อยครับ...ยังไม่สายเกินแก้.

“สายล่อฟ้า”