วันจันทร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พี่สาวยันน้องเมย ถูกนักเรียนผู้บังคับบัญชา สั่งธำรงวินัยจนช็อกก่อนเสียชีวิต

ครอบครัวยันชัด น้องเมย ถูก ‘นักเรียนผู้บังคับบัญชา’ สั่งธำรงวินัย 2 รอบ ครั้งสุดท้าย สั่งหัวปักพื้นเท้าชี้ฟ้าในห้องเซาน่า ก่อนถูกนำส่งรพ.และเสียชีวิต แม่ข้องใจ การทำโทษเด็กไม่ควรเกิดจากนักเรียนด้วยกันที่ยังไม่มีวุฒิภาวะ...

วันที่ 22 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีครอบครัว นตท.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ น้องเมย นักเรียนเตรียมทหารชั้นปีที่ 1 ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2560 ที่ผ่านมา โดยยังไม่มีการยืนยันถึงสาเหตุของการเสียชีวิต และพบว่ามีอวัยวะบางส่วนในร่างกายหายไป จนล่าสุด พ่อแม่และพี่สาวผู้ตาย ได้ออกมาแถลงข่าวอีกครั้งที่ร้านอาหารย่านอ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี

น.ส.สุพิชา ตัญกาญจน์ พี่สาวกล่าวว่า ปกติน้องชายแข็งแรงดี อาจจะมีอาการป่วยบ้างเหมือนกันแต่ไม่รุนแรง ก่อนจะเสียชีวิตในวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา มีนักเรียนในฐานะผู้บังคับบัญชา ได้มีการธำรงวินัยน้องชายจนเกินกว่าเหตุ ทำให้หมดสติ ชีพจรต่ำ เกือบจะเสียชีวิต แต่น้องยังมีร่างกายแข็งแรงทำให้ปั๊มหัวใจฟื้นขึ้นมาได้ ส่วนที่รู้นั้นเนื่องจากพ่อบังคับให้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเสียชีวิต

ส่วนสาเหตุมาจากน้องชายและเพื่อนอีกคนหนึ่ง ได้เดินไปในเส้นทางที่นักเรียนรุ่นพี่ห้ามใช้เดิน ซึ่งเป็นการห้ามกันเองไม่เกี่ยวผู้บังคับบัญชาแต่อย่างใด ต่อมาในช่วงกลางคืนได้มีการธำรงวินัยน้องชายอีกในห้องเซาน่า โดยใช้วิธีหัวปักลงพื้น และให้ใช้เท้าขึ้นลงนานนับชั่วโมงจนน้องชายหมดสติ หลังจากนั้นจึงได้นำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว จนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด

สำหรับกรณีอวัยวะหายไปนั้น น.ส.สุพิชา กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้กล่าวหาผู้ใด เพียงแต่บอกว่า ทางโรงพยาบาลที่ชันสูตรศพครั้งแรกได้ขอตัดชิ้นเนื้อไปพิสูจน์ หลายคนก็คงเข้าใจเหมือนกันว่าตัดไปเพียงบางส่วน ไม่ได้ตัดไปทั้งหมด แต่มีอวัยวะบางส่วนหายไปทั้งชิ้น ที่สำคัญขณะนี้ยังไม่ได้คืนมาแต่อย่างใด แต่ทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีแจ้งว่า จะได้คืนชิ้นเนื้อเร็วๆ นี้

“ร่างกายของน้องชายนั้น จากการเอกซเรย์ตั้งแต่ช่วงหน้าอกถึงลำตัว ไม่มีรอยแตกหักแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุของการเสียชีวิตมาจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน แต่ยังไม่ได้รับการยืนยันจากแพทย์ ขณะที่นักเรียนผู้บังคับบัญชานั้น หลังจากเกิดเหตุ ยังไม่เคยมาขอโทษ มีเพียงเพื่อนของน้องชายมาเท่านั้น” น.ส.สุพิชา กล่าว

ขณะที่ นางสุกัลยา ตัญกาญจน์ แม่ผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ที่มีการบอกว่าในครั้งแรกที่ลูกชายถูกทำโทษอย่างรุนแรงด้วยการให้ปักหัวลงพื้นห้องน้ำนายทหาร จนเกิดอาการช็อกเพราะเลือดตกลงหัวและความดันพุ่งต่ำลง ซึ่งในรายละเอียดไม่ทราบว่า ถูกทำโทษเพราะเหตุใดและถูกทำโทษนานเท่าใด แต่เมื่อลูกชายช็อกไปและถูกปั๊มหัวใจจนมีชีพจรอีกครั้งก็ไม่ติดใจเอาความ แต่ในครั้งล่าสุดที่ลูกชายหัวใจหยุดเต้น ไม่มีผู้ใดชี้แจงถึงรายละเอียดและสาเหตุการเสียชีวิต

“เวลา 15.00 น. วันที่เสียชีวิตเขายังโทรศัพท์มาคุยด้วย และโทรศัพท์ก็ถูกตัดไปเพราะลูกบอกว่าเหรียญหมด จากนั้นเวลา 17.00 น. เราได้รับแจ้งว่าลูกอยู่ในภาวะโคม่าโดยไม่ทราบรายละเอียด และทางหน่วยงานก็ไม่ชี้แจงอะไร เราจึงอยากได้คำตอบที่ชัดเจนและที่สำคัญการลงโทษเด็กควรเกิดจากคำสั่งของนายทหาร ไม่ใช่นักเรียนด้วยกันเพราะยังไม่มีวุฒิภาวะที่เพียงพอ” นางสุกัลยา กล่าว.