วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘บิ๊กป้อม’ ยันเข้ม ไม่มีคนใกล้กอบโกย

เอนกได้กลิ่นเลือกตั้ง นิพิฏฐ์ว่าอยู่ให้หนำใจ

“ลุงตู่” เป็นปลื้มเด็กเชียร์เป็นนายกฯนานๆ อารมณ์สุนทรีย์ฟังเพลง “ดา เอ็นโดฟิน” ข่าวปรับเก้าอี้ “ฉัตรชัย” ยังไม่ชัด “บิ๊กป้อม” ลั่นไม่มีคนใกล้ชิดนอกรีตรับเงิน “บิ๊กฉัตร” ไม่สนข่าวถูกเขี่ยขอทำงานก่อน “กอบกาญจน์” ทำใจถ้าต้องไป ลือหึ่ง “วีระศักดิ์” เด็ก “บรรหาร” เสียบแทน “บิ๊กตู่” เปรยกลางวง ครม.เสียใจยิ่งกว่าคนที่ถูกปรับออก “เอนก” ชี้บรรยากาศหนุนเลือกตั้ง “เสี่ยหนู” ยังเชื่อใจผู้นำยึดตามโรดแม็ป “นิพิฏฐ์” ประชดตามใจผู้มีอำนาจอยู่ต่อไปให้หนำใจ “มีชัย” โยนเลือกตั้งท้องถิ่นช้า-เร็วอยู่ที่รัฐบาล กฤษฎีกาตีปี๊บยกร่าง 6 ฉบับเสร็จรอเข้า ครม. ซาบซึ้ง “อานันท์” เห็นใจชาวนา “ธีรยุทธ” เปิดฉากฉะไทยแลนด์ 4.0 เป็นการซื้อยอดไม่ใช่ต่อยอด บ่นเสียดายไม่สร้างทรัพยากรพื้นฐาน เตือนระวังพาชาติพัง “ประยุทธ์” ฮึ่มใส่สื่องัด พ.ร.บ.คอมพ์ฯคุมเข้ม อสส.ยื่นฟื้น 2 คดีฟัน “แม้ว”

กระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังอยู่ในความอึมครึม แต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ยังอารมณ์ดีเมื่อมีเด็กน้อยที่มาร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว เชียร์ให้อยู่เป็นนายกฯไปอีกนานๆ

“ประยุทธ์” ขอสังคมไทยมีสติ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 พ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยก่อนการประชุม นายแผน วรรณเมธี เลขาธิการสภากาชาดไทย นำคณะศิลปินดารา อาทิ ตั๊กแตน ชลดา เข้าพบเพื่อรณรงค์กิจกรรมเนื่องในวันเอดส์โลก จากนั้น พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.การพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ นำคณะศิลปินดารา อาทิ นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี มะนาว-ศรศิลป์ มณีวรรณ์ และ ด.ช.ณัฐภาคย์ แย้มพรายภิรมย์ หรือน้องซีจี เข้าติดเข็มกลัดริบบิ้นสีขาว ร่วมรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และบุคคลในครอบครัว พล.อ.ประยุทธ์ยังเขียนข้อความร่วมรณรงค์ว่า “สังคมไทย ไร้ความรุนแรง มีสติ รักคนอื่นมากกว่ารักตัวเอง สังคมจะปลอดภัยทั้งผู้หญิงและเด็ก ครอบครัวต้องช่วยกันดูแล ด้วยรักและห่วงใยเสมอ”

ปลื้มเด็กเชียร์เป็นนายกฯนานๆ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้เชิญ “ตั๊กแตน ชลดา” มาร้องเพลง “ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้” ขณะที่น้องซีจีได้กล่าวกับ พล.อ.ประยุทธ์ว่า “ให้ลุงตู่เป็นนายกไปนานๆนะครับ” ทำเอา พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับชอบใจ เข้าไปกอดและอุ้มน้องซีจี ก่อนจะขอให้ “ตั๊กแตน” ร้องโชว์เพลงใหม่ “ลำซิ่งสายโสด” ต่อมา พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รมว.สาธารณสุข นำคณะเข้าพบเพื่อรณรงค์การจัดแสดงนิทรรศการการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย จากนั้นนายกฯได้ร่วม “ปักหมุดหยุดเชื้อดื้อยา” ตามแผนยุทธศาสตร์จัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ.2560-2564

อนาคตการเมืองขึ้นกับประชาชน

ต่อมาเวลา 14.40 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม ครม. ถึงกรณีที่ ด.ช.ณัฐภาคย์ แย้มพรายภิรมย์ หรือน้องซีจี ให้กำลังใจให้เป็นนายกฯไปนานๆ ว่า “น้องซีจีพูดแล้วตนต้องตอบรับหรือ เป็นเรื่องของเด็ก เรื่องของคนรักคนชอบ คนไม่ชอบก็มี เป็นเรื่องธรรมดา เรื่องของอนาคตทางการเมืองใครก็กำหนดไม่ได้ ประชาชนเป็นคนกำหนด เพราะประชาชนเป็นผู้เลือกตั้ง และตนลงเลือกตั้งไม่ได้มันก็จบแล้ว แต่การจะไปจะมากฎหมายว่าอย่างไร จะได้หรือไม่ได้ไม่รู้เหมือนกัน เป็นเรื่องของประชาชน

ข่าวปรับเก้าอี้ “ฉัตรชัย” ยังไม่ชัด

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องการปรับย้าย รมว.เกษตรและสหกรณ์ และ รมช.เกษตรและสหกรณ์นั้น ยังไม่มีความชัดเจนอะไรทั้งสิ้น ไม่อยากพูดอะไรตอนนี้ ใครจะเป็นก็ได้ เพราะทุกคนต้องทำตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ และแผนการปฏิรูปประเทศ แนวทางที่รัฐบาลทำทุกวันนี้คือต้องดูแลคนทั้งประเทศ 70 ล้านคน ทุกกลุ่ม การที่รัฐบาลออกกฎหมายมาให้กับธุรกิจใหญ่ ไม่ใช่การเอื้อผลประโยชน์ แต่เป็นการอำนวยความสะดวก เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจได้มากขึ้น สามารถจ้างคนได้มากขึ้น มีการแบ่งสัดส่วนผลตอบแทนอย่างเป็นธรรม ทุกรัฐบาลควรคิดเช่นนี้ แต่ถ้าทุกคนไปเปรียบเทียบกับการมีรัฐมนตรีที่มาจากการเมือง ก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง แต่อย่าลืมว่าวันนี้เราไม่ได้มาจากการเมือง แม้บางคนอาจเกี่ยวข้องบ้าง แต่เราต้องแก้ปัญหาทุกอย่างให้ได้

คิดหนักก่อนเข็นทุกเรื่องเข้า ครม.

“ไม่ใช่ว่ากระทรวงนี้เป็นของพรรคใคร สำหรับผมแล้วไม่มีเรื่องการเมือง ฉะนั้น ไม่ว่าใครจะเสนออะไรเข้ามา เป็นเรื่องของผมที่จะเข้าที่ประชุม ครม.หรือไม่ ถ้าดูแล้วรับได้หรือไม่ได้ เลขาฯ ครม.จะช่วยตรวจทาน มีคณะกรรมการอีกหลายคน ไม่ใช่อยู่ดีๆ ใครทำขึ้นมาแล้วผมจะเซ็นอนุมัติ มันไม่ใช่ ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ต้องสอดคล้องกับแผนการใช้จ่ายงบประมาณ การเดินหน้าปฏิรูปประเทศตามขั้นตอน สิ่งที่ต้องทำวันนี้คือต้องตีกรอบ และทำกฎหมายให้ได้ ผมคาดหวังกับรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็น ครม.ชุดใด ประยุทธ์ 1-4 เน้นการเปลี่ยนแปลง” นายกฯกล่าว

อารมณ์สุนทรีย์ฟัง “ดา เอ็นโดฟิน”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงความคืบหน้าการตอบ 4 คำถาม และ 6 คำถาม ว่า หลายคนอาจมองว่าการให้ใช้บัตรประชาชน ประชาชนจะไม่กล้าพูดความจริง เรื่องนี้เป็นเรื่องความสมัครใจ ขอให้ความเป็นธรรมตนหน่อย 4 คำถามแรกมีคนมาตอบประมาณล้านกว่าคน มีประเด็นที่ตอบมาว่าอยากให้ปฏิรูปประเทศ มีทั้งการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง เลือกตั้งก่อนปฏิรูป และเลือกตั้งพร้อมปฏิรูป ตนต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะต้องได้รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาล ดังนั้น 6 คำถามหลังจึงเป็นคำถามต่อเนื่องจาก 4 ข้อแรก คำถามของตนไม่มีในตำรา ถ้ามองการเมืองอย่างเดียวก็แย่ ตนไม่มีโอกาสฟังใครเลยหรือ ผลของ 4 คำถามออกมานานแล้ว อะไรดียังไม่เอามาพูดไม่เอามาโม้เลย จะโม้ทำไม หลายคนบอกว่าแฟนคลับตนมีแต่อายุ 50 ขึ้น แต่คนเหล่านี้ก็เป็นผู้ที่เปลี่ยนแปลงประเทศกันทั้งนั้น ที่ผ่านมาเขาก็เป็นคนมาเลือกตั้งไม่ใช่หรือ วันนี้ต้องทำให้คนรุ่นเด็กเข้าใจ การที่น้องซีจีพูดว่าให้เป็นนายกฯไปนานๆ ผมมองว่าเขาคือเด็กจะพูดอะไรก็พูดได้ ใครสอนมาก็ไม่รู้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นการแถลงข่าว ระหว่างเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า พล.อ.ประยุทธ์ ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเพลง “ยิ่งรู้จักยิ่งรักเธอ” ของ “ดา เอ็นโดฟิน” อย่างสบายอารมณ์พร้อมกับเดินไปอย่างช้าๆ และถาม พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ถึงบัวหลวงที่นำมาปลูกไว้ในสระน้ำหลังตึกไทยคู่ฟ้า

“บิ๊กป้อม” ลั่นไม่มีคนใกล้ชิดรับเงิน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่ขอพูดเรื่องการปรับ ครม. ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวชื่นชมว่าเป็นคนดี หากไม่ดีจริงคงไม่คบกันมาถึง 40 ปี พล.อ.ประวิตรตอบว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัว นายกฯมาพูดกับสื่อ สื่อก็ต้องไปถามนายกฯ ตนไม่ได้ปลื้มใจอะไร ถ้าจะปลื้มก็ปลื้มสื่อ ส่วนจะได้อยู่ต่อหรือไม่มันไม่สำคัญ แต่สำคัญที่สุขภาพตนว่าจะรับได้หรือไม่เพราะเรื่องงานไม่เกี่ยง ยืนยันไม่มีเรื่องผลประโยชน์อะไรตามที่สื่อพูด ใครก็ตามที่อยู่ใกล้ชิดแล้วมีเรื่องทุจริตถ้าสื่อรู้ขอให้บอกมา จะลงโทษอย่างหนัก ใครที่ตนดูแลแล้วทำให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง ขอให้บอกมาว่าเป็นใคร ทำอะไร ที่ไหน ไม่ถูกอย่างไร ไม่ใช่ไปเขียนเองว่าคนใกล้ชิดไปทำอะไร ตนดูหมด เรื่องผลประโยชน์ต่างๆไม่มีคนใกล้ชิดไปเรียกรับผลประโยชน์ บาทเดียวก็ไม่มี

“บิ๊กฉัตร” ไม่สนข่าวขอทำงานก่อน

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีผู้แทนสหภาพยุโรปเดินทางมาตรวจการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ไอยูยู) ว่า ตัวแทนไอยูยูระดับเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ภาพรวมไอยูยูเห็นว่าจากเดิมที่เราไม่มีระบบเลย แต่ขณะนี้เรามีระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่ชัดเจนแล้ว ส่วนกระแสข่าวปรับ ครม.นั้น เป็นคนละเรื่องกับการทำงาน เราต้องทำงานไป ส่วนจะย้ายหรือไม่ตนไม่ทราบ วันนี้ยังไม่ได้รับสัญญาณอะไร ขอให้สื่ออย่าไปสนใจเลย สำหรับความคืบหน้าการตรวจสอบการทำงานของผู้ว่าการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ทราบจากปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ประธานบอร์ดกยท.ส่งหนังสือชี้แจงเข้ามาเมื่อวันที่ 20 พ.ย. กรณีที่ตัวแทนกลุ่มยางจะเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกฯ ตนไม่ทราบรายละเอียดว่ามาเรื่องอะไร แต่เรื่องการตรวจสอบ กยท. เราก็เดินหน้าตามที่เคยบอกกับเกษตรกรว่าจะให้บอร์ด กยท.มาชี้แจง

“กอบกาญจน์” ไม่เสียใจถ้าต้องไป

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกระแสข่าวมีชื่อถูกปรับออกจาก ครม. ว่า ต้องรอประกาศ ไม่รู้เหมือนกัน ทุกคนทราบเท่ากันหมด หากถูกปรับออกจริงก็ไม่เสียใจ คนมีความสามารถอยู่ที่ไหนก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ ไม่ว่าจะอยู่ในหรือนอก ครม.ก็ทำงานช่วยชาติได้ทั้งนั้น ทำได้หมดอย่ายึดติด เรื่องนี้เป็นเรื่องประเทศชาติ แต่ละคนมีความเหมาะสมในแต่ละช่วง ทุกคนก็ต้องทำเพื่อทีม เพราะหากปีหน้าเลือกตั้งจริงทุกจุดสำคัญหมด ขณะนี้ไม่รู้ว่าจะถูกปรับออกหรือไม่ เราต้องตั้งใจทำงานไว้ก่อน อาจจะไปหรืออยู่ก็ได้ เพราะมีบุคคลหลายคนที่ยังมีความสามารถในหลากหลายหน้าที่ และอาจมีความสามารถมากกว่าในแต่ละมิติ การทำงานของตนตลอด 3 ปีที่ผ่านมาถือว่าเต็มที่แล้ว ส่วนที่มีชื่อนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีต รมว.ท่องเที่ยวฯ มาดำรงตำแหน่งแทนนั้น จากประสบการณ์นายวีระศักดิ์ถือว่าเป็นคนทำงานดีคนหนึ่ง

“ดอน” กระเซ้าอาจถึงเวลาต้องไป

ด้านนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่ายังอยู่ในตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศเหมือนเดิมหรือไม่ ว่า “ก็น่าจะต้องไปแล้วมั้ง ถ้าตั้งคำถามแบบนี้ก็ต้องตอบแบบนี้ ยังไม่มีใครรู้” เมื่อถามถึงกรณีที่ไปปาฐกถาตอนหนึ่งที่งานบางกอกโพสต์ ฟอรั่ม ว่าจะเป็นปาฐกถาครั้งสุดท้ายแล้ว มีนัยพิเศษอะไรหรือไม่ นายดอนตอบว่า “ที่พูดแบบนั้นเพื่อให้บรรยากาศการพูดมันโอเค” เป็นครั้งสุดท้ายของการปรับ ครม.เราก็ต้องตอบรับหน่อย เมื่อถามย้ำว่าเป็นการพูดส่อนัยว่าจะโดนปรับออกจาก ครม.หรือไม่ นายดอนตอบว่า เลิกเครียดไปแล้ว ตอนพูดไม่ได้เห็นข่าว พูดไปอย่างนั้น เวลานี้นายกฯยังไม่แจ้งอะไร ถ้านายกฯจะเลือก พูดกับใครจะเลือกพูดโดยตรง สำหรับตนจะอยู่หรือไม่ ไม่มีปัญหา จะฉายให้ฟังเมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว

“วีระศักดิ์” แต่งตัวรอเสียบแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวการปรับ ครม.ประยุทธ์ 5 ที่มีรายชื่อนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ อดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา โควตาพรรคชาติไทย จะเข้ามาเป็นแทนนางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูรนั้น ล่าสุด นายวีระศักดิ์ ได้ยื่นใบลาออกจากการเป็นประธานบอร์ดสำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) และประธานบอร์ดองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) โดยช่วงเช้าวันเดียวกันนี้มีงานเปิดแหล่งเรียนรู้ “คุ้งบางกะเจ้า เที่ยวอย่างไร ให้ชุมชนได้ประโยชน์” จากที่ต้องใช้ตำแหน่งประธานบอร์ดอพท. ในเอกสารข่าวที่แจกให้สื่อมวลชน ก็เปลี่ยนมาใช้ตำแหน่งอดีต รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา

เปรยกลางวง ครม.เสียใจกว่าใคร

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายการประชุม ครม. ว่า บรรยากาศการประชุม ครม. เป็นไปปกติเหมือนทุกครั้ง หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. สั่งการในที่ประชุมแล้ว นายกฯเน้นย้ำอีกครั้งว่าการปรับ ครม.ครั้งนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ท่านรู้สึกไม่ดีกับ ครม.คนหนึ่งคนใด เพียงแต่มีความจำเป็นต้องปรับ เพื่อให้การทำงานเกิดความฉับไว มีประสิทธิภาพสูงสุด ฉะนั้นใครอยู่ ใครถูกปรับออกไป อย่าเสียใจ หรือน้อยใจ ท่านบอกว่ารู้สึกเสียใจมากกว่าทุกคน เพราะต้องรับผิดชอบความจำเป็นในการปรับก็ต้องปรับ

กลุ่มสวนยางใต้ขอพบนายกฯ

ช่วงเช้าวันเดียวกันที่ศูนย์บริการประชาชน บริเวณสำนักงาน ก.พ. นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกรชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้ และเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) พร้อมตัวแทนเกษตรกรชาวสวนยางประมาณ 40-50 คน เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพื่อเสนอแนวทางแก้ปัญหาวิกฤติยางพาราไทยอย่างยั่งยืน นายสุนทรกล่าวว่า วันที่ 27-28 พ.ย.ที่ พล.อ.ประยุทธ์จะลงพื้นที่ตรวจราชการ จ.สงขลา ขอนายกฯอย่าพบแต่พ่อค้า ขอให้ตัวแทนสมาคมฯได้เข้าพบนายกฯบ้าง ขอเวลาแค่ 5 นาที เพื่อบอกเล่าความทุกข์ของพี่น้องชาวใต้ที่สนับสนุนรัฐบาลท่าน วันนี้ท่านกำลังทำลายน้ำใจชาวใต้ คบค้าแต่นายทุน หากท่านทอดทิ้งคนยากคนจน รัฐบาลนี้จะไม่มีความมั่นคง

“เอนก” ชี้บรรยากาศหนุนเลือกตั้ง

ช่วงเช้าที่สภาพัฒนาการเมือง นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง เป็นประธานการประชุมการให้ความเห็น ในการจัดแผนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง โดยเชิญนายอนุทิน ชาญวีรกูล แกนนำพรรคภูมิใจไทย มาให้ความเห็น นายเอนกกล่าวว่า การเชิญนักการเมืองมาแสดงความคิดเห็น ไม่ได้มาฐานะตัวแทนพรรค แต่มาในฐานะผู้นำทางการเมือง แต่ละคนที่เชิญล้วนอาวุโส มีประสบการณ์ทางการเมือง เชื่อว่าจะช่วยทำให้การเมืองกลมเกลียวมากขึ้น ยืนยันว่าการปฏิรูปไม่ใช่ปฏิรูปจากบนลงล่าง ความขัดแย้งและ ความบาดหมางลดลงเยอะมาก ทุกคนรอว่าจะมีการเลือกตั้งเมื่อไหร่ โดยไม่ได้ห่วงว่าจะมีการทะเลาะหรือขัดแย้งกัน เรื่องการสร้างความปรองดองต้องสร้างไป แต่ควรมีการเลือกตั้งด้วย เพราะการเลือกตั้งเป็นเรื่องสำคัญ เชื่อว่าเมื่อมีการเลือกตั้ง ความปรองดองก็จะเกิดขึ้นตามมา บรรยากาศขณะนี้พร้อมที่จะมีการเลือกตั้ง เมื่อมีการเลือกตั้งท้องถิ่นต้องมีการปลดล็อกในระดับหนึ่ง

“เสี่ยหนู” ยันไร้ปัญหาตามกติกา

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เป็นโอกาสดีที่เปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองเสนอความคิดเห็น แม้จะช้าไปหน่อยก็ตาม เมื่อมีกฎ มีกติกา ขอให้ทุกฝ่ายยอมรับ ในส่วน ของพรรคการเมืองไม่ได้ดำเนินกิจกรรมมา 3 ปีแล้ว แต่เรื่องการรับสมัครสมาชิก หรือจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ปลดล็อกหรือไม่ ไม่มีปัญหา พรรคภูมิใจไทยไม่มีปัญหา เพราะเรามี เจ้าหน้าที่และผู้อำนวยการพรรคฯดำเนินการอยู่ตลอด การเป็นพรรคขนาดกลางจึงไม่เป็นปัญหาเหมือนพรรคขนาดใหญ่ เราต้องยอมรับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ถ้าอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญก็ต้องพร้อมทุกอย่าง ไม่ต้องแก้กฎหมาย ไม่ว่าจะเลือกตั้งภายใน 2 เดือน หรือ 9 เดือน รอระฆังตีเมื่อไหร่เราพร้อมไปชก

เชื่อใจผู้นำรักษาคำมั่นโรดแม็ป

นายอนุทินกล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้พร้อมเข้าสู่การเลือกตั้ง เชื่อว่าจะไม่มีใครทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือออกจากโรดแม็ปได้ ไม่เช่นนั้นคนที่ทำต้องตอบคำถามสังคมมาก นายกฯและหัวหน้า คสช.ก็ให้คำมั่นสัญญา ทั้งกับคนไทยและในเวทีนานาชาติ คนเราหากไม่มั่นใจคงไม่พูดอย่างนั้น เพราะคำพูดศักดิ์สิทธิ์ ทุกอย่างอยู่ในรัฐธรรมนูญหมดแล้ว ใครจะมาพูดว่าชอบไม่ชอบแล้วต่อต้านมันก็ผิดกฎหมาย คนที่ชอบก็ลงเลือกตั้ง คนไม่ชอบก็ถอนตัวออกไป ส่วนกระแสเรื่องการรวมพรรคเพื่อให้เกิดพรรคทหารนั้น พรรคภูมิใจไทย ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง กรรมการบริหารพรรคอยู่กับพรรคมานาน ฉะนั้นการจะไปยุบรวมกับใครคงเป็นไปไม่ได้ เพราะเรามีชื่อพรรคและนโยบายพรรคที่เป็นเอกเทศ

“นิพิฏฐ์” ปลงเลือกตั้งตามใจผู้นำ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ตั้งข้อสังเกตว่า การเลือกตั้งท้องถิ่นอาจล่าช้าออกไป สวนทางกับที่รัฐบาลระบุจะให้เลือกตั้งท้องถิ่น ก่อนเลือกตั้ง ส.ส. ส่อนัยว่าอาจต้องเลื่อนการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีกว่า ยุคนี้จะวิเคราะห์เรื่องเหล่านี้ด้วยหลักการและเหตุผลไม่ได้ เพราะมีปัจจัยที่นอกเหนือเหตุผล คืออยู่ที่อารมณ์และการใช้อำนาจของผู้มีอำนาจ รัฐบาล คสช.จะเลื่อนจะจัดการเลือกตั้งระดับไหนก่อนหลังก็ได้ เพราะมีเครื่องมือพร้อมทำได้ทั้งหมด สรุปคือสังคมไทยอย่าคาดหวังอะไรโดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้ง ปล่อยให้เขาแสดงกันต่อไป ล่าสุดประธาน สนช.ออกมายอมรับเองแล้วว่า การเลือกตั้งทั่วไปอาจล่าช้าออกไปได้อีก ถ้ามีการส่งกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. และกฎหมายการได้มาซึ่ง ส.ว. ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ

ประชดให้อยู่ในอำนาจจนหนำใจ

นายนิพิฏฐ์กล่าวอีกว่า แต่ก็เข้าใจได้แม้กฎหมายจะไม่ขัดกัน เขาก็บอกว่าขัดกันได้แล้วส่งไปตีความอยู่ดี เราก็อยู่กันไปแบบนี้ให้ผู้มีอำนาจอยู่กันไป เวลานี้เหมือนผู้มีอำนาจไม่พร้อมที่จะให้ประเทศเดินเข้าสู่ประชาธิปไตย คือให้ประชาธิปไตยไม่หมด ยังขยักไว้ ก็ให้ผู้มีอำนาจอยู่ต่อไปในอำนาจจนกว่าจะพอใจ อยู่จนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรไปเลย แต่ขอว่าถ้าวันที่คืนประชาธิปไตยให้คนไทยแล้ว ต้องคืนให้เต็มใบ เช่นเดียวกับกรณีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน กรธ. ออกมาบอกว่าสายเสียแล้วกับระบบการนับคำนวณคะแนน เพราะใส่ในรัฐธรรมนูญแล้ว เราเคยพูดเตือนแล้ว หลายเรื่องที่เราท้วงติงว่าจะมีปัญหา คนที่มองออกทันกันจะรู้กัน

เลือกตั้งท้องถิ่นช้า-เร็วอยู่ที่รัฐบาล

ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) กล่าวว่า ภาพรวมร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. เสร็จสิ้นแล้ว เหลือเพียงปรับถ้อยคำเกี่ยวกับการคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง หลังจากมีหลายฝ่ายกังวลว่าอาจมีปัญหา สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่น สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดทำร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นเสร็จส่งให้กระทรวงมหาดไทยแล้ว ส่วนจะจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นได้ช่วงใด ขึ้นอยู่กับรัฐบาลและการพิจารณาร่างกฎหมายทั้งหมด เมื่อถามว่าการเลือกตั้งท้องถิ่นจะมีขึ้นหรือก่อนการเลือกตั้ง ส.ส. นายมีชัยตอบว่า ไม่ทราบเหมือนกัน ส่วนกรณีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเสียงข้างมากให้แก้ไขบทเฉพาะกาล เพื่อให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชุดปัจจุบันสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะครบวาระ โดยไม่รีเซ็ตตามที่ กรธ.เสนอนั้น กรธ.คงไม่ติดใจเรื่องนี้

ยกร่าง 6 ฉบับเสร็จรอเข้า ครม.

นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นจำนวน 6 ฉบับ ว่า สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้จัดทำและตรวจสอบกฎหมายเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นทั้ง 6 ฉบับเสร็จสิ้นแล้ว ส่วนการรับฟังความเห็นร่างกฎหมาย ทางกระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วเช่นกัน เหลือเพียงรอให้นำร่างกฎหมายดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เท่านั้น หลังจาก ครม.เห็นชอบแล้ว จะส่งให้ สนช.พิจารณาต่อไปตามขั้นตอน

ซาบซึ้ง “อานันท์” เห็นใจชาวนา

วันเดียวกันที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนเครือข่ายวัฒนธรรมข้าว ร่วมกับมหาวิทยาลัยต่างๆ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ และกรุงเทพมหานคร แถลงข่าว “การจัดเทศกาลข้าวใหม่” นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างเป็นประธานในพิธีเปิดงานว่า ปัจจุบันชาวนาไม่ใช่กระดูกสันหลังของประเทศ แต่กลายเป็นภาระของประเทศ ทั้งที่ทำมาหากินบริสุทธิ์ แต่จน มีหนี้สิน จึงไม่อยากให้คนไทยหลงลืมชาวนา และควรมีการรื้อฟื้นให้ข้าวไทยเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศต่อไป

“ธีรยุทธ” เปิดฉากฉะซื้อยอด 4.0

จากนั้นนายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวบรรยายพิเศษ “เทศกาลข้าวใหม่ในบริบทเศรษฐกิจสังคมไทยยุคใหม่” โดยตั้งข้อสังเกตถึงรัฐบาลว่า รัฐบาลนี้ทุ่มงบประมาณ 2-3 ล้านล้านบาท สำหรับโครงสร้างพื้นฐานและการต่อยอด 4.0 ซึ่งตนเห็นว่าสิ่งที่รัฐบาลทำไม่ใช่การต่อยอด แต่เป็นการซื้อยอด ทำให้โอกาสที่จะต่อยอดไม่สำเร็จสูง รัฐบาลจึงควรพัฒนาเศรษฐกิจ 1.0, 2.0 ที่เป็นมรดกของแผ่นดินให้เข้มแข็งไปพร้อมๆกับ 3.0 และ 4.0 และต้องหาสมดุลระหว่างการนำบัตรคนจนไปแจกชาวบ้าน ควบคู่กับการให้ความรู้กับเกษตรกร แต่น่าเสียดายที่รัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องทรัพยากรพื้นฐาน มีการจัดงบประมาณเพียงระดับหมื่นล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้ยังปล่อยปละละเลยให้คนจีนเข้ามาซื้อสวนทุเรียน มังคุด ลำไย และผลไม้อื่น จนเกิดการผูกขาดผลไม้เหล่านี้ของไทย

เตือนอย่ามองข้ามพลังบวก

นายธีรยุทธกล่าวต่อว่า แม้ช่วง 3 ปีที่ผ่านมาคนไทยจะเงียบ แต่ยังประเมินและตัดสินการทำงานของรัฐบาล คสช.ตลอดเวลา เป็นเรื่องที่ผู้มีอำนาจต้องตระหนัก และเห็นว่าสังคมไทยยังมีพลังทางบวกผ่านการเคลื่อนไหว 3 เหตุการณ์ คือ การชุมนุมของมวลมหาประชาชนราว 1.5 ล้านคนในปี 2557 การร่วมงานพระบรมศพของในหลวงรัชกาลที่ 9 และการวิ่งของตูน บอดี้สแลม สะท้อนว่าสังคมเริ่มมองข้ามรัฐ พรรคการเมือง หรือเอกชนไปแล้ว เกิดขึ้นแบบข้ามขั้วข้ามฝ่าย ยกเว้นเหตุการณ์แรก จึงเห็นว่าควรดึงพลังสังคมมาช่วยเป็นพลังนำในการปฏิรูปประเทศ เริ่มจากจุดย่อยๆในท้องถิ่น หรือทำเป็นประเด็น เพื่อเป็นโมเดลแก้ปัญหาประเทศอย่างราบรื่นได้ แต่ถ้าทหารและพรรคการเมืองยังซ้ำรอยเดิม เส้นทางบ้านเมืองข้างหน้าอาจสะดุดหกล้มอีกหลายหนก็ได้ เห็นได้จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาบอกเราว่า การปฏิรูปโดยทหารหรือพลเรือน ไม่เคยสำเร็จ เพราะไม่มีพลังจูงใจเพียงพอ

ฮึ่มใส่สื่องัด พ.ร.บ.คอมพ์คุมเข้ม

อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุม ครม. โดยพาดพิงรายการโทรทัศน์ช่องวอยซ์ทีวีแบบทีเล่นทีจริง ว่า “วอยซ์ทีวีเผอิญเป็นเพื่อนรักกันเลยจำได้ มันเพื่อนรักจริงๆ มันอวยพรนายกฯทุกวัน ก็ขอให้เจริญๆไปเถอะ ผมดูแค่หน่อยๆก็พอแล้ว เพราะเดี๋ยวมันก็พูดแบบเดิม โมโหจนเลิกโมโหแล้ว แต่เดี๋ยวกฎหมายกำลังจะมา เป็นกฎหมายเดิมแต่จะบังคับใช้ให้ชัดเจนขึ้น พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การให้ข้อมูลบิดเบือน ข้อมูลเท็จ ข้อมูลสร้างความเกลียดชัง กฎหมายมีอยู่ ที่ต้องพูดวันนี้เพราะคณะกรรมการปฏิรูปสถาบันพระปกเกล้าสรุปมาแล้วว่าทำไมรัฐบาลไม่ใช้กฎหมายตัวนี้ เพื่อไม่ให้สร้างความเกลียดชังไปเรื่อยๆ เตือนเสียก่อนไม่ว่าใครทั้งสิ้น ต่อไปนี้ใครบิดเบือนมากๆ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงหรือสร้างความเกลียดชัง ต้องถูกฟ้องศาลกันบ้าง ทุกคนทุกพวกถ้าทำให้ประเทศเสียหายต้องโดนฟ้องกันบ้าง “สื่ออย่าตกใจ จะตกใจทำไมพอพูดเรื่องกฎหมายก็ตกใจ แต่เวลาจะเล่นงานนายกฯ กระเหี้ยนกระหือรือ”

ขู่ถอนสิทธิพวกโกงบัตรคนจน

พล.อ.ประยุทธ์ยังกล่าวถึงกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจนว่า ตราบใดที่เราไม่ช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของตัวเอง หรือกลุ่มตัวเอง จะมีคนไม่ซื่อสัตย์อยู่ เท่าที่มีข่าวออกมามีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่เหมาะสมได้บัตรคนจน ขอให้แจ้งข้อมูลมาที่ตน ส่งเป็นทางลับก็ได้ จะได้ตรวจสอบและถอนบัตร และจะมีมาตรการลงโทษ เรื่องนี้สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบ เพราะการประกอบอาชีพมีหลายอย่างทั้งที่จดทะเบียน ไม่จดทะเบียน และไม่มีหลักฐานทางกฎหมาย บัญชีก็มีจำนวนเงินน้อยกว่าที่กำหนด รัฐบาลจะดูแลทุกลุ่มทั้งบน กลาง ล่าง อย่างวันนี้ระดับล่างเราก็ช่วยไป 300 บาท ก็ใช้งบประมาณเยอะพอสมควร แต่จะให้เงินจำนวนมากๆ แล้วให้ไปซื้อของเอง ทำไม่ได้ เพราะจะหมดไปกับเรื่องอื่น อย่างบางครอบครัวเอาไปกินเหล้าหมด

กก.ปฏิรูปเตรียมคลอดแผนปราบโกง

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ จัดสัมมนารับฟังความคิดเห็นประชาชนเพื่อจัดทำแผนการปฏิรูปประเทศด้านป้องกันและปราบปรามทุจริต (ภาคกลาง) โดยนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กล่าวว่า จะร่างแผนปฏิรูปประเทศให้เสร็จภายในวันที่ 24 ธ.ค.นี้ จากนั้นจะนำเสนอต่อคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และ ครม. พิจารณา โดยผลการรับฟังความเห็นส่วนใหญ่เห็นว่า ต้องเปิดช่องทางให้ประชาชนมีส่วนร่วมแก้ปัญหาทุจริต สร้างเครือข่ายประชาชนต่อต้านการทุจริต และเปิดเผยข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนรับทราบเรื่องการทุจริต การไต่สวนคดีทุจริต การจัดซื้อจัดจ้าง การแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ควรบูรณาการหน่วยงานตรวจสอบ ตลอดจนลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ ให้วางหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนมากขึ้น คาดว่าจะยกร่างแผนปฏิรูปได้ภายในปลายเดือน พ.ย.นี้

“ปานเทพ–วิชา” หนุนตีกรอบเวลาทำงาน

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และอดีตประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต กำหนดเวลาไต่สวนพิจารณาคดีของ ป.ป.ช.ต้องทำให้เสร็จภายใน 2 ปีว่า กำหนดเวลาเป็นเรื่องดี คดีไม่คั่งค้าง แต่ต้องดูรายละเอียดแต่ละคดีมีข้อมูลหลักฐานต่างกัน ดังนั้นหากคดีใด

ทำไม่เสร็จตามเวลา ควรขยายเวลาได้

นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า กรอบเวลาไต่สวนคดี 2 ปี อยู่ในวิสัยที่ทำงานได้ สมัยตน คดีโครงการจำนำข้าวเป็นคดีใหญ่มีหลักฐานพยานมาก ยังใช้เวลา 1 ปี ร่างกฎหมายใหม่ปรับรูปแบบเอื้อทำคดีได้เร็ว ยกระดับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.เป็นพนักงานไต่สวนเทียบเท่าอัยการ แต่ ป.ป.ช.ต้องปรับปรุงการทำงานเป็นรุก ไม่ใช่รอเรื่องร้องเรียนอย่างเดียว

อสส.ยื่นยกเลิกจำหน่าย 2 คดีฟัน “แม้ว”

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายชาติพงษ์ จีระพันธุ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ยื่นคำร้องขอให้ศาลฎีกาเเผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาคดีลับหลังจำเลย ในคดีที่อัยการสูงสุดกล่าวหานายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลยฐานร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของ ธนาคารกรุงไทยกับกลุ่มกฤษดามหานคร และคดีกล่าวหาทุจริตการออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรพสามิต ที่ศาลฎีกาฯ สั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว เนื่องจากไม่มีจำเลยมา นายชาติพงษ์กล่าวว่าจากนี้ศาลจะนัดประชุมใหญ่ศาลฎีกาฯ ลงมติเลือกองค์คณะ 9 คน พิจารณาคำร้องซึ่งมีความยาว 4-5 หน้ากระดาษ บรรยายเหตุผลถึง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 ที่มีบทบัญญัติให้ดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่มีตัวจำเลย (ลับหลัง) ได้

คณะทำงานตรวจพบ 2 คดีเข้าข่าย

ต่อมาที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายวันชาติ สันติกุญชร อธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด แถลงว่า กรณีพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ให้ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีต่อไปโดยไม่ต้องกระทำต่อหน้านายทักษิณ ชินวัตร ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (วิ. อม.)มาตรา 28 บัญญัติไว้ อัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งที่ 1621/2560 ลงวันที่ 27 ต.ค.2560 แต่งตั้งคณะทำงานพิจารณาสำนวนคดี มีนายพรศักดิ์ ศรีณรงค์ รองอัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าคณะทำงานเพื่อเสนอให้อัยการสูงสุดพิจารณา ต่อมาวันที่ 7 พ.ย.คณะทำงานพบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องอันมีลักษณะต้องตามวิ. อม.มาตรา 28 รวม 2 คดี และทั้ง 2คดีได้ยื่นฟ้องจำเลยต่อศาลฎีกาฯ ไว้แล้ว คือ 1.คดีทุจริตออกกฎหมายแปลงค่าสัมปทานโทรคมนาคมและมือถือเป็นภาษีสรรสามิต หมายเลขดำที่ อม.9/2551 และคดีที่ 2 คือคดีร่วมทุจริตการปล่อยกู้ของธนาคารกรุงไทย ให้กับกลุ่มบริษัทกฤษดามหานคร หมายเลขดำที่ อม. 3/2555 ที่อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายทักษิณกับพวกรวม 27 คน โดยทั้ง 2 คดี นัดครั้งแรกจำเลยไม่มาศาล พฤติการณ์สงสัยว่าจะหลบหนี จึงให้ออกหมายจับและจำหน่ายคดีชั่วคราวไว้

ลั่นจำต้องยื่นคำร้องตามกฎหมาย

นายวันชาติกล่าวต่อว่า คณะทำงานจึงมีความเห็นว่าทั้ง 2 คดี มีลักษณะต้องตาม วิ. อม. มาตรา 28 ประกอบบทเฉพาะกาลมาตรา 69 และ 70 จึงเสนออัยการสูงสุดให้มีคำร้องขอให้ศาลฎีกาฯมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งจำหน่ายคดีชั่วคราว และมีคำสั่งให้ดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป โดยไม่ต้องกระทำต่อหน้าจำเลย อัยการสูงสุดได้พิจารณาแล้วเห็นพ้องตามที่คณะกรรมการเสนอ และมอบอำนาจให้พนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ และพนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาฯ ทั้งนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยบังคับใช้กฎหมายจึงจำต้องยื่นคำร้อง อันเป็นการปฏิบัติตามบทบัญญัติกฎหมาย เมื่อถามว่า เกรงจะถูกมองเป็นการเลือกปฏิบัติหรือไม่ นายวันชาติตอบว่า อยู่ที่ศาลจะดำเนินการ อสส.ทำตามอำนาจหน้าที่และพยานหลักฐานเดิม ตรวจสอบแล้วมาตกที่คดีของนายทักษิณ 2 คดี และคดีอื่นที่มีหน่วยงานอื่นดำเนินการ

อัดยับเร่งคดี “ทักษิณ” เมิน กปปส.

นายวิญญัติ ชาติมนตรี เลขาธิการสมาพันธ์นักกฎหมายเพื่อสิทธิและเสรีภาพ โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีเดียวกันว่า จะเห็นว่าตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองบังคับใช้ อัยการสูงสุดเร่งรีบรื้อฟื้นคดี วางแนวทางเหมาะกับห้วงเวลากฎหมายใหม่ได้อย่างน่าทึ่ง แต่กรณีที่ผู้ต้องหามีอยู่แล้ว ร่วมเป็นกบฏของกลุ่มกปปส. 3 ปี 4 เดือน ไม่คืบ แกนนำสำคัญยังไม่ถูกฟ้อง ทั้งที่มีกระบวนการสั่งฟ้องไปแล้ว หาก อสส.ไม่สั่งการในคดีก่อนที่ คสช.จะยึดอำนาจ จะถือว่าเข้าข่ายละเว้นปฏิบัติหน้าที่ สัปดาห์หน้าตนจะนำพยานหลักฐานไปยื่นต่อประธาน ป.ป.ช. เพื่อเรียกร้องให้เร่งรีบไต่สวนคดีที่ตนยื่นกล่าวหาไว้

อุบไต๋เตรียมโปรโมชั่นรับปีใหม่

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการเตรียมของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ว่า ของขวัญตนให้ทุกวัน คือความคิดใหม่ๆ แต่ทุกกระทรวงคงจะมีออกมา สัปดาห์หน้า ครม.จะประชุมอีกครั้ง ตนคิดใหม่ทุกวันจะมีงานอะไรให้ใหม่ขึ้นมา สั่งการกระทรวงอย่างไร แต่ติดที่ต้องไปรื้อทำให้หลายอย่างช้า หลายอย่างดีขึ้นโดยเฉพาะตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ ช้อปช่วยชาติ เป็นมาตรการที่รัฐบาลไม่เสียอะไรมากมาย แต่ไม่ต้องการให้ฟุ่มเฟือย อย่าไปมองบริษัทที่ขายของว่าเป็นคนรวยได้ประโยชน์ เพราะมีการจ้างงาน มีกำไร รัฐบาลได้ภาษี สร้างระบบการหมุนเวียนของเงิน

ครม.สัญจรใต้ปัตตานี—สงขลา

พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า วันที่ 27-28 พ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. มีกำหนดลงพื้นที่ประชุม ครม.นอกสถานที่อย่างเป็นทางการ โดยช่วงเช้าวันที่ 27 พ.ย. จะเดินตลาดกลางปศุสัตว์ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี แล้วเยี่ยมชมเกษตรอุตสาหกรรมแปรรูป และติดตามงานด้านความมั่นคงและพัฒนา ที่กองพลทหารราบที่ 15 พร้อมจะพบปะกับผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากนั้นกลับมาประชุมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมจังหวัดชายแดนใต้ ที่โรงแรมบีพี สมิหลา บีช โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ต อ.เมือง จ.สงขลา และวันที่ 28 พ.ย.เป็นการประชุม ครม.ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ศรีวิชัย ทั้งนี้ การประชุม ครม.ต้นเดือน ธ.ค.จะเลื่อนมาประชุมในวันที่ 4 ธ.ค. เนื่องจากวันที่ 5 ธ.ค.เป็นวันหยุดราชการ