วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พยานครูแพะ พลิกลิ้น ซัดขบวนการ

‘ครูอ๋อง’หัวโจก ซ้อมให้ปากคำ ยธ.สอบ‘ดุษฎี’

คดีครูจอมทรัพย์พลิก พยานโผล่อ้างถูกจ้างเป็น พยานเท็จ พร้อมแฉแหลก “ครูอ๋อง” ตัวการใหญ่ปั้น หลักฐานหลอกให้เซ็นชื่อ ยันตกเป็นเหยื่อเพราะอ่านหนังสือไม่ออกและไม่ได้ถูกจ้าง ขณะที่พยานฝ่ายครูจอมทรัพย์ย้ำเสียงแข็ง คนขับรถชนเป็นผู้ชาย ยืนยันในความบริสุทธิ์ ส่วนตำรวจเร่งประชุมคลี่คลายคดี จ่อออกหมายจับ 7 ผู้ถูกกล่าวหาหากไม่มาพบ

กลายเป็นคดีลุกลามบานปลาย ภายหลัง พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จ.นครพนม สั่งคัดสำนวนคำฟ้อง คำพิพากษาในคดีที่นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 55 ปี อดีตข้าราชการครู จ.สกลนคร ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนครพนม ขอรื้อฟื้นคดีขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง เสียชีวิต อ้าง “เป็นแพะ” จะจบลง โดยศาลฎีกาพิพากษายกคำร้อง เนื่องจากพยานหลักฐานที่นำมาแสดงไม่สามารถหักล้างพยานหลักฐานเก่าได้ ส่งผลให้นางจอมทรัพย์เป็นผู้กระทำผิดตามคำพิพากษาในคดีเดิม แต่เรื่องราวยังไม่ยุติ เนื่องจากนายสับ วาปี รับสมอ้างเป็นคนขับรถชน นายเหลือ มีพฤติการณ์ส่อพิรุธเป็นขบวนการสร้าง พยานเท็จ คณะกรรมการสอบสวน ภ.จ.นครพนม เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองนครพนม สภ.เรณูนคร และ สภ.นาโดน รวมทั้งหมด 7 คน ข้อหาให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ทั้งนี้ มีผู้ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย 1.นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง อายุ 54 ปี เพื่อนสนิทครูจอมทรัพย์ และเป็นบุคคลสำคัญมีหลักฐานว่าเป็นคนจัดตั้งขบวนการรับจ้างทำผิดในคดีดังกล่าว 2.นายสับ วาปี อายุ 61 ปี เป็นคนให้การกับตำรวจรวมถึงเบิกความต่อศาลว่าเป็นคนขับตัวจริง 3.นางจัน วาปี อายุ 59 ปี ภรรยานายสับ วาปี 4.นายบุญเทิง วาปี อายุ 63 ปี 5.นายเลิศ วาปี อายุ 66 ปี 6.นายรัน โทนแก้ว อายุ 60 ปี เป็นญาตินายสับ วาปี และ 7.นางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี พยานในคดีที่นางจอมทรัพย์เป็นผู้ต้องหาขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง แต่ภายหลังยืนยันว่าคนขับเป็นผู้ชาย ทั้งที่ในตอนแรกไม่ได้ให้การไว้ พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวน หากไม่มารายงานตัวจะต้องออกหมายจับต่อไป

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ รรท.ผบช.ภ.4 ประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.สุวิชาญ ญาณกิตติกุล ผบก.ภ.จ.นครพนม และพนักงานสอบสวน เพื่อติดตามเร่งคดีขบวนการรับจ้างให้การเป็นเท็จในคดีครูจอมทรัพย์ จากนั้น พล.ต.ต.สุวิชาญกล่าวว่า ตำรวจออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 7 คนไปแล้ว หากยังไม่มาติดต่อพนักงานสอบสวนในเวลาที่กำหนด ต้องออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หากยังไม่มาจะเสนอขออนุมัติออกหมายจับต่อไป ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการสอบสวน
ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามนางทัศนีย์ หาญพยัคฆ์ อายุ 61 ปี 1 ในพยานที่ยืนยันคนขับเป็นผู้ชายทราบว่า ตำรวจแจ้งความในข้อหาให้การเป็นเท็จ รู้สึกตกใจและสับสน แต่สิ่งที่ตนเห็นวันเกิดเหตุยืนยันว่า ผู้ชายที่ขับรถลงไปดูคนตาย ไม่กลัวถูกดำเนินคดี ไม่หนีไปไหน จนกว่าตำรวจจะมาพบที่บ้าน ที่สำคัญตนไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการรับผิดแทน ก่อนหน้านี้ นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง มาหาให้ช่วยครูจอมทรัพย์ ตนพูดไปตามความจริงที่เห็นจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่สนใจ ยืนยันในความบริสุทธิ์

ขณะเดียวกัน นางจัน วาปี อยู่ที่บ้านนันทวัน ต.กุดแข้ อ.เมืองมุกดาหาร พยานในคดีครูจอมทรัพย์ มีสีหน้าเคร่งเครียด เปิดเผยว่า นายสุริยา นวลเจริญ หรือครูอ๋อง มีความสนิทสนมกับนายสับ วาปี สามีของตน ครูอ๋องชักชวนตนและสามีให้มาเป็นพยานช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ รื้อฟื้นคดีขับรถชนนายเหลือ พ่อบำรุง ช่วงดำเนินการจัดทีม ครูอ๋องไปชักชวนนายบุญเทิง วาปี และนายเลิศ วาปี เป็นเครือญาตินายสับ วาปี มาร่วมด้วยพร้อมซักซ้อมคำให้การกับตำรวจ ยืนยันว่าครูจอมทรัพย์ไม่ได้เป็นคนขับรถในวันเกิดเหตุ และเซ็นเอกสารไปแล้ว ส่วนใครได้เงินหรือไม่นั้น ตนไม่รู้ เพราะอยากจะช่วยเหลือครู ตนไม่ได้เงินแม้แต่บาทเดียว

นางจันเปิดเผยอีกว่า หลังตำรวจแจ้งดำเนินคดีกับพยานทั้ง 7 คน ข้อหาร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ เมื่อทราบข่าวรู้สึกเสียใจมาก ตนอ่านหนังสือไม่ออก ใครให้เซ็นอะไรก็เซ็นไปเหมือนกับถูกหลอก หลังจากเกิดเรื่องขึ้น นายสับ วาปี สามี ก็หายไปจากบ้านไม่กลับมา ตนไม่รู้จะปรึกษาใคร ขณะนี้รอหมายเรียกตัวเข้าไปสอบสวน ตนจะพูดไปตามความเป็นจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด

ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ พ.ต.อ.ดุษฎี อารยวุฒิ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และเจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมที่ทำงานในคดีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ผู้ต้องหาฐานขับรถชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย ศาลฎีกามีคำพิพากษายกคำร้องรื้อฟื้นคดี

นายอัจฉริยะเปิดเผยว่า ขอเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบ พ.ต.อ.ดุษฎี ดังนี้ 1.ตรวจสอบการใช้งบประมาณในการใช้ตรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อรื้อฟื้นคดีให้ครูจอมทรัพย์ 2.มีการทำหลักฐานเท็จให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเซ็นชื่อ 3.ตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกี่คน และที่สำคัญทนายความที่ใช้ในคดีไม่ใช่ของกระทรวงยุติธรรม แต่พบว่ามีสัญญาจ้าง ดังนั้น ขอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ.ดุษฎี เพื่อเรียกเงินที่นำไปใช้ในคดีช่วยเหลือครูจอมทรัพย์กลับคืนมา เนื่องจากการทำหน้าที่ดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่รัฐ

ด้านนายวิศิษฏ์กล่าวว่า สั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว ขณะนี้ตนยังไม่สามารถให้ความเห็นในเรื่องข้อเท็จจริงได้ แต่เมื่อคณะกรรมการมีข้อพิสูจน์ขึ้นมา จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ขณะนี้ปรับระบบการรับเรื่องให้ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับและกระจายเรื่องให้หน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม หากเป็นเรื่องการรื้อฟื้นด้านกฎหมายจะมีกรมคุ้มครองสิทธิ์ หากเป็นการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ก็จะไปที่กองการเจ้าหน้าที่ หรือ กจ. ในส่วนของการดำเนินการบุคคลอื่นจะมีดีเอสไอเข้ามาสอบสวน เพราะเกี่ยวข้องในระหว่างการดำเนินงานหลายส่วน