วันอังคารที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ลูกหนังไทยระส่ำ 5 นักบอล ร่วมแก๊งล็อกผล (คลิป)

ผอ.สโมสร-2กก.มีเอี่ยวด้วย รวบตัวแทนกลุ่มทุนอีก 4 คน ‘บิ๊กอ๊อด’ ลั่นเพียงแค่ยกแรก

มันมีอยู่จริงแก๊งล้มบอลเมืองไทย บิ๊กแป๊ะ-จักรทิพย์ ร่วมบิ๊กอ๊อด-สมยศ แถลงข่าวจับกุม แก๊งล็อกผลการแข่งขันฟุตบอลในประเทศ 12 คน มีทั้ง กก.ตัดสินระดับฟีฟ่า ไลน์แมน ผอ.สโมสร ตัวแทนนายทุน 4 คน นักบอลอีก 5 เป็นทหารนํ้าซะ 4 อีกหนึ่งเป็นประตูสวาดแคท เผยจุดเริ่มสืบสวนมาจากไลน์แมนคนดังผู้ต้องหาติดต่อนักบอลให้ล้มบอล แต่เจ้าตัวไม่เอาด้วย นำเรื่องบอกผู้ใหญ่ สืบสวนพบมีการจ้างล็อกผลสกอร์ล่วงหน้าประตูรวมสูงต่ำ 4 ครั้ง บิ๊กอ๊อดโวซ้ำ นี่แค่ยกแรก

จับแก๊งล็อกผลการแข่งขันสะเทือนวงการบอลเมืองไทย เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 21 พ.ย. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมแถลงข่าวการดำเนินการปราบปรามขบวนการล้มบอล หลังสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สืบข้อมูลขบวนการล็อกผลการแข่งขันฟุตบอลในประเทศจากผู้มีอิทธิพล กระทั่งได้ผู้กระทำผิด 12 คน ประกอบด้วย นักฟุตบอลอาชีพ 5 คน คือ 1.นายสุทธิพงษ์ เหลาพร นักฟุตบอลทีมราชนาวี เอฟซี 2.นายณรงค์ วงษ์ทองคำ ผู้รักษาประตู ทีมราชนาวี เอฟซี 3.นายสุวิทยา นำสินหลาก นักฟุตบอลทีมราชนาวี เอฟซี 4.นายเสกสันต์ ชาวทองหลาง นักฟุตบอลทีมราชนาวี เอฟซี 5.นายวีระ เกิดพุดซา ผู้รักษาประตู ทีมนครราชสีมา มาสด้าเอฟซี กรรมการผู้ตัดสิน (ฟีฟ่า) 1 คน คือ นายภูมิรินทร์ คำรื่น ไลน์แมน 1 คน คือ นายธีรจิตร สิทธิศุข ผู้บริหารสโมสร 1 คน คือ นายเชิดศักดิ์ บุญชู ผู้อำนวยการสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี กลุ่มนายทุนหรือตัวแทนนายทุน 4 คน คือ 1.นายวัลลภ สมาน 2. นายกิตติภูมิ ปาภูงา 3.นายมานิตย์ หรือเศรษฐปสิทธิ์ โกมลวัฒนะ 4.นายภาคภูมิ พันธ์นิกุล

พล.ต.อ.จักรทิพย์กล่าวว่า พล.ต.อ.สมยศได้หารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงการปราบปรามขบวนการล้มบอล ได้สืบสวนหาข้อมูล รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆเกือบ 1 ปี การจับกุมครั้งนี้มีด้วยกัน 3 ส่วน ส่วนแรกคือ กรรมการผู้ตัดสิน ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ส่วนที่ 2 นักฟุตบอล ส่วนที่ 3 นายทุน มีการรวบรวมพยานหลักฐานในทุกด้านจนพบความแน่ชัด มีการกระทำความผิดจริง ได้ขอศาลอนุมัติออกหมายจับ

ผบ.ตร.กล่าวต่อว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นการเอาเปรียบเจ้าของทีมฟุตบอล เพราะเจ้าของทีมอาจจะไม่มีส่วนรู้เห็นด้วยซ้ำว่ามีกลุ่มบุคคลกระทำการในลักษณะแบบนี้มาตลอด ทั้งที่ต้องการจะทำกีฬาให้เป็นกีฬาอย่างที่นานาประเทศทำกัน การกระทำอย่างนี้ ทีมโปลิศ เทโรของตนก็โดน มาเฟียในวงการฟุตบอล มีแต่ทีมใหญ่ๆทั้งนั้น มีทีมกลางๆคอยร่วมมือ เอ่ยชื่อไปทุกคนรู้จัก แต่ขอสงวนเพื่อไม่ให้เป็นการพาดพิง ถือว่าคดีนี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ อยากให้ดูผลว่าศาลจะตัดสินอย่างไร ผู้ต้องหาทั้งหมดทั้ง 12 คน ถูกควบคุมได้หมดแล้ว จากนี้ก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม เบื้องต้นทั้งหมดได้รับการประกันตัว คดีนี้มีการดำเนินการในรูปคณะทำงาน มี พล.ต.ท.มนู เมฆหมอก ผู้ช่วย ผบ.ตร.เป็นหัวหน้าชุด ก็อยากจะเปิดเผยถึงขบวนการของบุคคลเหล่านี้ แต่ต้องขอสงวน เพราะเกรงผู้ต้องหาจะเอามาสู้ในชั้นศาล

ขณะที่ พล.ต.อ.สมยศกล่าวว่า ที่ผ่านมามี คำถามจากสังคมอยู่ตลอดว่า การแข่งขันฟุตบอลทุกระดับในประเทศไทยมีการกำหนดผลการแข่งขันล่วงหน้าจริงหรือไม่ อยากจะพิสูจน์และอยากรู้ความจริง จึงได้มาหารือกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ เพื่อพิสูจน์เรื่องนี้ให้กระจ่าง จากนั้น ผบ.ตร.ได้สั่งการไป ใช้ระยะเวลาเกือบ 1 ปี ในการรวบรวมพยานหลักฐานให้ได้มากที่สุด เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน สมาคมฯไม่อยากจะทำอะไรลงไปโดยที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ ไม่อยากให้เกิดช่องโหว่ จนไม่สามารถเอาผิดกับผู้ที่อยู่ในขบวนการนี้ได้ การดำเนินการเรื่องนี้ยังได้รับความร่วมมือจากสปอร์ตเรด้าของเอเอฟซีด้วย อยากจะบอกว่าการล้มบอลไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น มีมาเป็น 10 ปี แต่ไม่มีการดำเนินการใดๆที่จะทำให้เรื่องนี้ประจักษ์

นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯกล่าวต่อว่า ในอดีตผู้ที่มีบารมีในวงการฟุตบอลหรือวงการกีฬา ใช้วิธีขอร้อง บังคับขู่เข็ญ เสนอข้อแลกเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ในด้านต่างๆ ทรัพย์สินเงินทอง กำหนดผลการแข่งขัน สร้างประโยชน์ให้กับตัวเองและพวกพ้อง ต่อมาเมื่อฟุตบอลพัฒนาเป็นฟุตบอลอาชีพ ผลตอบแทนแก่ทีมฟุตบอลมีมากขึ้น การแข่งขัน รุนแรงมากยิ่งขึ้น บุคคลเหล่านี้จึงหาช่องทางที่จะเอาเปรียบ โดยกำหนดผลการแข่งขันล่วงหน้า เพื่อประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง เมื่อมีการพนันเข้ามา บุคคลเหล่านี้จึงเอาผลประโยชน์จากการกระทำดังกล่าวมาเล่นการพนัน ถ้าวันนี้เรามาไม่ถึงจุดนี้ ไม่สามารถดำเนินคดีกับบุคคลเหล่านี้ได้ วันหน้าเหตุการณ์อย่างนี้จะหนักมากกว่านี้ เพราะเขาจะมองว่าในเมื่อกฎหมายเอื้อมมือไม่ถึง ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ วันนั้นจะถึงวันล่มสลายของวงการฟุตบอล แต่ตำรวจไทยเก่ง

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อว่า ถามว่าการจับกุมขบวนการล้มบอล จะทำให้วงการฟุตบอลตกต่ำหรือการเชื่อถือในวงการฟุตบอลจะเสียหรือไม่ ขอเรียนว่า เรื่องนี้เปรียบเหมือนโรคร้ายที่อยู่ในร่างกาย เมื่อตรวจเจอเราต้องรักษา ถ้าไม่รักษาก็ต้องรอวันตาย ดังนั้น เราจะไม่รอวันตายเหมือนประเทศเพื่อนบ้านที่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ ขบวนการนี้จัดตั้งแบบครบวงจร มีนายทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตำรวจได้เชิญบุคคลที่อยู่ในข่ายมาสอบปากคำ ทุกคนยืนยัน การล้มบอลมีอยู่จริง มีมานานแล้ว แต่ไม่ได้รับการแก้ไข แต่วันนี้ทุกคนกล้าพูด เพราะทุกคนรู้ว่าการทำงานของตำรวจปกปิดไม่ได้ การทำงานของตำรวจใช่ว่าจะจบที่ 12 คนนี้ ถ้าพบว่ามีพยานหลักฐานเชื่อมโยงเกี่ยวข้องพาดพิงถึงใคร ตำรวจจะสืบสวนสาวต่อ นี่เป็นเพียงแค่ยกแรก ยังมียก 2 ยก 3 ตามมา

พล.ต.อ.สมยศยังกล่าวด้วยว่า ตามที่หนังสือ พิมพ์ไทยรัฐลงข่าวเมื่อครั้งการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ผ่านมาก็มีการล้มบอล ถ้าเป็นจริงก็ต้องเป็นนายทุนที่ประเทศมาเลเซีย หรืออาจเป็นประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับนายทุนประเทศไทยด้วย จากการให้ปากคำของผู้ที่เกี่ยวข้อง เขารู้ล่วงหน้า จะมีการ ล็อกผลการแข่งขันคู่ไทยกับกัมพูชา สำหรับกรณีล้มบอลในประเทศเรา ต้องให้ความเป็นธรรมกับสโมสรต้นสังกัดด้วย เพราะบางครั้งสโมสรต้นสังกัดอาจไม่มีส่วนรู้เห็น ทุกวันนี้แต่ละสโมสรลงทุนหลายร้อยล้านบาท ดังนั้นคงจะไม่มีใครมาทำอย่างนี้ เพราะไม่คุ้มกัน

สำหรับจุดเริ่มต้นของขบวนการปราบปรามการล้มบอลไทย เริ่มต้นจากเกมวันที่ 20 ก.ค. ได้มีกรรมการ ผู้กำกับเส้น หรือไลน์แมน นายธีรจิตร ติดต่อนักฟุตบอลชื่อน็อต (นามสมมติ) ให้ล็อกผลการแข่งขัน แต่ทว่านักฟุตบอลปฏิเสธ ก่อนนำเรื่องไปรายงานกับผู้ใหญ่ในสโมสร ต่อมาได้ส่งเรื่องไปยังสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เป็นจุดเริ่มต้นของการสืบสวนทั้งหมด จากนั้นสืบทราบมีการล็อกผลการแข่งขันอีก 4 ครั้ง เริ่มต้นที่วันที่ 26 ก.ค. คู่ระหว่าง อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด พบกับ ศรีสะเกษ เอฟซี มีกลุ่มนายทุนและผู้บริหารสโมสรร่วมกับกรรมการ ว่าจ้างให้มีการล้มบอล แบ่งออกเป็นค่าจ้างกรรมการ 1 คน จำนวนเงิน 100,000 บาท ค่าจ้างนักกีฬา 4 คน คนละ 200,000 บาท รวมทั้งสิ้น 900,000 บาท ผลในเกมนั้นต้องการให้ทีมเป้าหมายชนะในครึ่งเวลาแรก เมื่อจบครึ่งแรกทีมเป้าหมายขึ้นนำ 1-0 เป็นไปตามที่กำหนดไว้

คู่ต่อมา วันที่ 10 ก.ย. ระหว่าง นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี กับ สุพรรณบุรี เอฟซี มีการว่าจ้างผู้รักษาประตู 350,000 บาท กำหนดผลแข่งขันล่วงหน้าให้ทำประตูรวมในการแข่งขันตามราคาต่อรองของเว็บไซต์พนันฟุตบอลที่ราคา 2.5 ประตู ทำให้ต้องมีประตูมากกว่า 3 ลูกขึ้นไป ผลจบลงทั้งสองทีมเสมอกัน 2-2 เท่ากับว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้ คู่ที่สาม วันที่ 17 ก.ย. ระหว่าง ราชนาวี พบกับพัทยา ยูไนเต็ด มีการว่าจ้างนักกีฬา 4 ราย รายละ 200,000 บาท รวมเป็นเงิน 800,000 บาท เพื่อล็อกผลการแข่งขันล่วงหน้าให้มีประตูเกิดขึ้นในเกมนี้เกิน 3 ประตูขึ้นไป ก่อนผลจบลงด้วยการเสมอกัน 2-2 เป็นไปตามที่กำหนดเอาไว้ คู่ที่ 4 แมตช์การแข่งขันระหว่าง ราชนาวี พบเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มีการว่าจ้างนักกีฬาจำนวน 4 รายให้กำหนดผลการแข่งขันให้ครึ่งแรกมีประตูมากกว่า 2 ประตู โดยมิได้มีการระบุจำนวนเงิน หลังจบครึ่งแรกนั้น เอสซีจี เมืองทองฯ นำอยู่ 1-0 ทำให้ผลไม่เป็นไปตามที่กำหนดเอาไว้

วันเดียวกัน ที่กรูฟ เซ็นทรัลเวิลด์ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานสโมสร “สวาดแคท” นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี เปิดแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า ตอนที่ได้ทราบข่าวมีนักเตะในสังกัดเข้าไปเกี่ยวข้อง ค่อนข้างตกใจ อยากชี้แจงว่า สโมสรไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน เพราะปกติแล้วสโมสรจะมีกฎ ห้ามนักกีฬายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการพนันอยู่แล้ว เรื่องนี้ถือว่าสโมสรเป็นผู้เสียหาย ใน 4-5 เกมสุดท้ายก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน เพราะทีมของตนเสียประตูช่วงท้ายเกมหลายครั้ง ได้บอก พล.ต.อ.สมยศ ว่าสามารถดำเนินคดีทางกฎหมายได้อย่างเต็มที่ ทั้งทางแพ่งและอาญา สโมสรจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด เชื่อว่าวิกฤติครั้งนี้ทำให้ทุกทีมตื่นตัว และจะต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น รวมไปถึงในเรื่องของการเซ็นสัญญากับนักเตะที่เข้ามาร่วมทีมต้องเป็นไปอย่างรอบคอบ ต้องหาข้อมูลนักเตะให้รอบด้าน นอกจากนี้ จะต้องระบุไว้ในสัญญาด้วยว่า ห้ามนักเตะยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของการพนันอย่างสิ้นเชิง ไม่เช่นนั้นจะสามารถยกเลิกสัญญาได้

“ช่วงนี้เป็นช่วงที่ปิดฤดูกาลพอดี อาจกระทบขวัญกำลังใจของนักเตะบ้าง แต่เมื่อเปิดฤดูกาลมาเจอกัน คงต้องเรียกมาคุยให้ชัดเจน ให้เป็นมืออาชีพ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้เด็ดขาด ไม่เอาไว้แน่ อยากฝากบอกแฟนสวาดแคท วิกฤตินี้ทำให้เราตื่นตัวขึ้น จะไม่ให้เกิดขึ้นอีก ต่อไปก่อนเซ็นสัญญานักเตะจะระบุข้อห้ามยุ่งเกี่ยวการล้มบอล มิเช่นนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย” นายเทวัญกล่าว

ขณะที่ “น้าฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม กุนซือทีมราชนาวี ที่มีนักเตะถึง 4 รายถูกออกหมายจับกล่าวว่า จากที่เห็นพฤติกรรมของ 4 นักเตะ ไม่มีอาการพิรุธ ทั้งการซ้อมและการลงแข่งขัน ไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะอยู่ในขบวนการด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อสืบสวนมาแล้ว ก็ต้องว่ากันไปตามกฎหมาย ตนคุมทีมฟุตบอล ทีมแพ้ก็เชื่อว่าเพราะซ้อมน้อย แรงไม่ดี สมาธิไม่ดี ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีล้มบอล เรื่องนี้ส่งผลต่อศรัทธาแฟนบอล อยากให้สมาคมฯ กวาดล้างอย่างจริงจัง เพราะคงไม่มีคนร่วมอยู่ใน ขบวนการแค่ 12 คนแน่

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวจากสโมสรราชนาวีระบุว่า จะมีการแถลงข่าวเรื่องนี้ในวันที่ 22 พ.ย เบื้องต้น พล.ร.อ.รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ในฐานะประธานสโมสรฯ ตกใจกับข่าวที่เกิดขึ้น เพราะราชนาวีเน้นย้ำเรื่องสปิริตนักฟุตบอลตามแคมเปญ “สุภาพบุรุษราชนาวี” มาโดยตลอด ที่ผ่านมาก็ยินดีร่วมมือกับตำรวจในการให้ข้อมูล จากนี้เตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวน หากผิดจริงจะดำเนินการตามวินัยราชการ และให้ออกจากราชการ เนื่องจากสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียง

ขณะเดียวกัน สโมสรศรีสะเกษ เอฟซี ซึ่ง นายเชิดศักดิ์ บุญชู ผู้อำนวยการสโมสรฯ โดนออกหมายจับในคดีนี้ เตรียมที่จะแถลงข่าวกับสื่อมวลชนในวันที่ 22 พ.ย. ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค เวลา 14.00 น.

สำหรับประวัติของ 2 กรรมการฉาวนั้น นายธีรจิตร สิทธิศุข หรือ “เก๋” เป็นผู้ตัดสินสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ รุ่น 17 เป็นอดีตผู้ช่วยผู้ตัดสินนานาชาติ หรือที่เรียกกันว่า ไลน์แมนฟีฟ่า ในช่วงปี 2013-2015 ปัจจุบันประกอบธุรกิจส่วนตัว ไม่ได้ทำงานประจำ ถือเป็นบุคคลรายแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจขอหมายศาลบุกค้นที่พัก ก่อนสืบสาวหาผู้ร่วมขบวนการ ส่วนนายภูมิรินทร์ คำรื่น หรือ “ภูมิ” ผู้ตัดสินฟีฟ่า 2017 เป็นพนักงานประจำของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ยุคที่มี “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นนายกสมาคมฯ ลงทำหน้าที่ตัดสินไทยลีก 2017 ทั้งหมด 23 เกม มากสุดในบรรดาผู้ตัดสินคนอื่น และถือเป็นผู้ตัดสินมือ 1 ในยุคที่ “บิ๊กอ๊อด” เข้ามาเป็นนายใหญ่ด้วย

อีกด้านหนึ่ง ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกรณีการล้มบอลในไทยพรีเมียร์ลีกว่า เรื่องดังกล่าว พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ตรวจสอบอยู่ เช่นเดียวกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศ ไทย กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ตอนนี้นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯกำลังตรวจสอบ ส่วนจะต้องกำชับเรื่องจริยธรรมสมาคมหรือไม่นั้น สมาคมกีฬาฟุตบอลฯเขาก็จัดการขบวนการผิดกฎหมาย มีการออกหมายจับ ส่วนเราก็ต้องดูแลเรื่องนี้ให้มากขึ้นในทุกกระทรวง ทบวง กรม