วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลุ้นเสี่ยงแค่พอถอยได้

ลุ้นเสี่ยงแค่พอถอยได้

  • Share:

“เรือแป๊ะ” มันดูโคลงเคลงไป ต้องใช้ “เรือรบ” ถึงจะแน่นปึ้ก

ก็ถือว่าเป็นไปตามเป้าเข้าเหลี่ยมกระแส กับช็อต “ลงเรือรบลำเดียวกัน” ที่พาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์แทบทุกฉบับ ฉากไฮไลต์ที่ถูกจับตาคิวแรกที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ได้พบกับ “พี่ใหญ่” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม

นับตั้งแต่มีกระแสปรับ ครม.หลัง “นายกฯลุงตู่” บอกกลางวงประชุม ครม.ขอใช้อำนาจในการตัดสินใจแต่ผู้เดียว ท่ามกลางข่าวลือแหลมๆเสียวๆเกี่ยวกับการหักดิบระหว่างพี่ๆน้องๆ

อาการขุ่นข้องหมองใจที่เว้นระยะวัดใจกันอยู่หลายวัน

แล้วก็เป็น “บิ๊กตู่” ที่ออกมายืนยันว่า พล.อ.ประวิตร รวมถึง “พี่รอง” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ยังอยู่ในคณะรัฐมนตรี ไม่มีการขยับตามกระแสข่าวลือ

ต่อเนื่องกับจังหวะที่ “น้องเล็ก” ต้องขึ้นเวทียืนยันต่อหน้าขุนทหารและสื่อมวลชนในงานสวนสนามทางเรือนานาชาติ ประกาศให้รู้โดยทั่วกันเลยว่า “พี่ใหญ่” เป็นคนสั่งสอนให้เป็นคนดี

ถ้าไม่ดีเลิกคบกันไปนานแล้ว

ประเมินแนวโน้มตามรูปการณ์ ไม่ใช่แค่อวดผู้คนทั่วไป แต่ช็อตนี้ “น้องเล็ก” ยังต้องการโชว์ให้ “พี่ใหญ่” ได้สบายอกสบายใจด้วยว่า ยังไงก็ไม่เห็นขี้ดีกว่าไส้

สุดท้ายเลยพี่น้องก็กอดคอยืนยันสัมพันธ์ 40 ปี ไม่มีใครเสี้ยมให้แตกได้

สรุป ณ ห้วงนี้ ทีมอำนาจ “บูรพาพยัคฆ์” ยังแน่น คลื่นความถี่แค่ไหนก็แทรกยาก

และจากนี้ไปคงต้องลุ้นโฉม ครม. “ประยุทธ์ 5” จะออกมาหน้าตาอย่างไร ที่แน่ๆภายใต้ เงื่อนสถานการณ์ที่พี่น้องกอดคอกันลุยไฟ ท้าทายแรงเสียดทานที่น่าจะไม่ลดระดับลงไป

ตามเงื่อนไขที่ “บิ๊กตู่” ไม่ได้โอนอ่อนตามแรงบีบของกระแส

และอาจหมายรวมถึงสัญญาณคลื่นความถี่สูงที่ลือกันหนาหูว่า “ล็อกเป้า” 3 ชื่อ

ตอกย้ำข่าวลือ จับทางจากที่ “บิ๊กตู่” พูดถึงปมคนรอบข้าง “พี่ใหญ่” ที่ชอบอ้างชื่อ ไปหาผลประโยชน์ ทำให้ “บิ๊กป้อม” เสื่อมเสีย โดยขอให้คนที่มีข้อมูลส่งตรงมาที่ทำเนียบรัฐบาล พร้อมเคลียร์ให้

นั่นก็เป็นอะไรที่สะท้อนว่าหัวหน้า คสช.ก็รู้ “จุดเสี่ยงตาย”

พยายามผ่องถ่ายแรงกระแทกที่พุ่งตรงเข้าใส่ “พี่ใหญ่” โจทย์ยากสุดในการปรับ ครม.รอบนี้

และนั่นก็โยงไปถึงจุดที่ พล.อ.ประยุทธ์พูดเป็นเชิงออกตัว ถึงเสียงเรียกร้องให้รับผิดชอบกับโฉมหน้าการปรับ ครม.ที่ออกมาเป็นนัยว่า ตนเองแบกรับภาระความรับผิดชอบมาตั้งแต่การตัดสินใจยึดอำนาจในเดือนพฤษภาคม 2557 แล้ว

นั่นหมายถึง พล.อ.ประยุทธ์ก็พร้อมรับผิดชอบกับผลที่ออกมาแต่ผู้เดียว

ภายใต้เงื่อนสถานการณ์ที่ยังมีแค่ “ลุงตู่” คนเดียวที่เหมาะสุดกับสภาวการณ์ประเทศยามนี้

และนั่นก็เป็นอะไรที่สังคมทุกฝ่ายก็ต้องยอมรับเงื่อนไขความจำเป็นของ “นายกฯลุงตู่” ที่แม้โดยลำพังส่วนตัวจะมีคะแนนต้นทุนหน้าตักสูง กระแสการยอมรับจากสังคมอยู่ในระดับติดลมบน แต่โดยเกมอำนาจที่เสี่ยงไปโดยลำพังไม่ได้ ในเมื่อมีแก๊งวางตะปูเรือใบดักอยู่สองข้างทาง

ไม่เว้นแม้แต่แนวร่วมข้างเดียวกันเองที่จ้องเสียบทุกจังหวะ

มันจึงจำเป็นอย่างที่เรียกว่า “ขาดไม่ได้” ต้องพึ่ง “พี่ใหญ่” อย่าง พล.อ.ประวิตร ผู้มากบารมี กว้างขวางในทุกวงการ คอนเน็กชั่นแน่นปึ้กทั้งในกองทัพและขุมข่ายเชื่อมโยงทางการเมือง และยังรวมไปถึง “พี่รอง” อย่าง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย คนที่เสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ขึ้นแท่น ผบ.ทบ.

แต่นอกจากเรื่องพี่ๆน้องๆ ต้องยอมรับว่า การขยับยกเครื่อง ครม.รอบนี้

“นายกฯลุงตู่” ก็ยอมใส่เกียร์ถอยในหลายๆจุด

อย่างที่ พล.อ.ประยุทธ์แบไต๋แล้วว่า การปรับ ครม.รอบนี้มีรัฐมนตรีสายทหารออกน้อยกว่าเข้า นั่นหมายถึงการทำตามกระแสสังคมที่เรียกร้องให้ลดโควตารัฐมนตรีทหารที่ไร้ผลงาน เพิ่มมือบริหารอาชีพเข้ามาช่วยเสริมงานรัฐบาล

หรือการจำใจขยับเพื่อนรักอย่าง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ออกจากจุดเดิม เปิดพื้นที่ให้กัปตันทีมเศรษฐกิจอย่างนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ มีความคล่องตัวในการสั่งการเชื่อมประสานกับกระทรวงพาณิชย์ ในการเดินหน้าภารกิจแก้ปมพืชผลเกษตรราคาตกต่ำ แก้ลำขบวนการปลุกม็อบยางพารา ข้าว มันสำปะหลัง มาขย่มรัฐบาล

สถานการณ์ของคนกำลังโดนรุกไล่ “ลุงตู่” ต้องเดินเกมอย่างระมัดระวัง

ขืนถอยหลายก้าวพร้อมกันเดี๋ยวหงายท้อง.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้