วันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เผยบทลงโทษขบวนการล้มบอล เจออ่วมทั้งจำและปรับ

เผยโทษของขบวนการกำหนดผลการแข่งขันฟุตบอลล่วงหน้าทั้ง 12 ราย ที่ถูกจับกุมนั้น มีบทลงโทษจำคุก หรือปรับเงิน หรือโดนทั้ง 2 อย่าง...

วันที่ 21 พ.ย. 60 หลังจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกันเปิดเผยข้อมูลขบวนการกำหนดผลการแข่งขันฟุตบอลล่วงหน้า หลังร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานมาเกือบ 1 ปีนั้น 

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจน จนสามารถออกหมายจับผู้กระทำผิด และควบคุมผู้ต้องหาได้แล้วรวม 12 ราย แบ่งเป็นผู้ตัดสิน 2 ราย, นักฟุตบอล 5 ราย และนายทุน 5 ราย

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับ แบ่งเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มแรก นายทุน หรือตัวแทน ประกอบด้วย เชิดศักดิ์ บุญชู, เศรษฐปสิทธิ์ (มานิตย์) โกมลวัฒนะ, ภาคภูมิ พันธุ์นิกุล, กิตติภูมิ ปาภูงา และ วัลลภ สมาน กลุ่มนี้มีความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 สองมาตรา

มาตรา 64 ผู้ใดรับว่าจะให้ทรัพย์สิน หรือประโยชน์แก่นักกีฬาอาชีพหรือผู้อื่น เพื่อจูงใจทําการล้มกีฬา โทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

มาตรา 65 ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสําหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อให้ทําการล้มกีฬา โทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

กลุ่มที่ 2 กรรมการ ประกอบด้วย ภูมิรินทร์ คำรื่น และ ธีรจิตร สิทธศุข มีความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 มาตรา 67 ผู้ตัดสินใดเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสําหรับตนเองหรือผู้อื่น เพื่อตัดสินไม่เป็นไปตามระเบียบหรือกติกาการแข่งขันหรือทําหน้าที่ไม่ถูกต้อง โทษจําคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 300,000-600,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ

กลุ่มที่ 3 นักกีฬา ประกอบด้วย สุทธิพงษ์ เหลาพร, ณรงค์ วงศ์ทองคำ, สุวิทยา นำสินหลาก, เสกสันต์ ชาวทองหลาง และ วีระ เกิดพุดซา มีความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 มาตรา 65 ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสําหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อให้ทําการล้มกีฬา โทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ