วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

นายกฯ สั่งตรวจสอบทุจริตบัตรคนจน ลั่นใครมีข้อมูลส่งมาได้เลย

นายกฯ บอกไม่ต้องห่วงสอบตำรวจภูเก็ตรับส่วย ประกาศกร้าวห้างร้านทั่วประเทศ ไม่ต้องจ่ายเงิน เจอเรียกรับเอาผิด 2 เท่า บอกใครมีข้อมูลโกงบัตรคนจนให้แจ้งมา พร้อมตรวจสอบ

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.60 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีที่มีเรียกรับส่วยกว่า 100 ล้านบาท ที่จังหวัดภูเก็ต ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ได้สั่งการให้รักษาราชการแทนจเรตำรวจแห่งชาติ ทำหน้าที่สอบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง และย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้องมาปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องตำรวจสอบตำรวจ เพราะถือว่าเป็นกลไกปกติ การตรวจสอบต้องไม่ทิ้งในทุกประเด็นออกไป ไม่ใช่ว่าจะตัดสินกันเองว่าผิดหรือถูก โดยทุกอย่าง จะต้องเป็นไปตามพยานหลักฐาน ทั้งทุจริตเก็บส่วยความเชื่อมโยงระหว่างตำรวจกับฝ่ายปกครอง การขัดแย้งผลประโยชน์ การซื้อขายตำแหน่ง ฯลฯ ทั้งนี้สามารถส่งข้อมูลที่เป็นประโยชน์มาให้รัฐบาลและตำรวจได้ โดยทุกคนต้องช่วยกันดู ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมแก่ทุกคน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้ไม่ได้ปล่อยปละละเลยในปัญหาการทุจริต หลายคดีได้นำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ทั้งบุคคลทั่วไป นักการเมือง ซึ่งมีหลายคดีที่ไม่เกิดขึ้นมาก่อน แต่เกิดขึ้นในวันนี้ แต่สิ่งที่กังวลในวันนี้คือ การเรียกรับผลประโยชน์ในระดับล่างหลายๆหน่วยงาน โดยอ้างชื่อคนโน้นคนนี้ อย่างไรก็ตาม ตนได้สั่งการให้จัดชุดสายสืบพิเศษลงไปตรวจสอบ ทั้งห้างร้านที่เคยถูกเรียกรับส่วยเดือนละ 3 พัน 5 พันบาท ศุลกากร ให้ตรวจสอบทั้งหมด และขอประกาศว่าห้างร้านต่างๆ ไม่ต้องจ่ายเงินใครทั้งสิ้น ถ้าจับได้ตนจะลงโทษคนทำเป็นสองเท่า

"นอกจากนี้ยังได้สั่งการในที่ประชุมครม. โดยกำชับรัฐมนตรี ผู้ใกล้ชิดรัฐมนตรี ว่าเมื่อสั่งการแล้ว สายงานจะต้องไม่ไปบิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองหรือพรรคพวก ถ้าเจอผมจะลงโทษทั้งหมด ผมเชื่อมั่นแต่ยังมีคนรอบๆ ตัวพวกเขาด้วย เพราะประเทศไทยมีระบบเครือญาติ หรือคนสนิท" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวถึงกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน ว่า รัฐบาลทำเรื่องนี้ในปีที่ 3 เพราะต้องมีการทำข้อมูล แยกกลุ่มให้ชัดเจน และตราบใดที่เราไม่ช่วยกันรักษาผลประโยชน์ของตัวเองหรือกลุ่มของตัวเอง ก็จะมีคนไม่ซื่อสัตย์อยู่ เท่าที่มีข่าวออกมา มีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่เหมาะสมที่จะได้บัตรคนจน เรื่องนี้อย่าไปพูดข้างนอก ให้แจ้งข้อมูลมาที่ตน จะส่งเป็นทางลับก็ได้ จะได้มีการตรวจสอบและถอนบัตรออก ซึ่งจะมีมาตรการลงโทษ เรื่องนี้สังคมต้องช่วยกันตรวจสอบ เพราะการประกอบอาชีพมีหลายอย่างทั้งที่จดทะเบียนและไม่จดทะเบียน และไม่มีหลักฐานทางกฎหมาย บัญชีก็มีจำนวนเงินน้อยกว่าที่กำหนด นี่คือความยากง่ายสังคมต้องช่วยกัน ถามว่ามีนโยบายที่ดีกว่าไหมที่จะคัดแยกคนออกเป็นกลุ่มๆ ไม่อย่างนั้นเราจะดูแลไม่ได้ ทั้งนี้รัฐบาลจะดูแลทุกลุ่มทั้ง บน กลาง ล่าง อย่างวันนี้ระดับล่างเราก็ช่วยไป 300 บาท ก็ใช้งบประมาณเยอะพอสมควร แต่จะให้เงินจำนวนมากๆ แล้วให้ไปซื้อของเองก็ทำไม่ได้ เพราะจะหมดไปกับเรื่องอื่น อย่างบางครอบครัวก็เอาไปกินเหล้าหมด