วันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบ คีย์แมนหลัก คอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ! จ่อทลายทั้งแก๊ง ไล่ล่าอีก 25 ราย (คลิป)

ตำรวจ 191 บูรณาการร่วมตำรวจท่องเที่ยว บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ จับคีย์แมนสำคัญ หัวหน้าขบวนการคอลเซ็นเตอร์ในไทย พร้อมพวกชาวไต้หวัน รวม 7 ราย ตามจับอีก 25  จับไปแล้วทั้งสิ้น 82 ราย


เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 พ.ย. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.ต.ท. ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รักษาราชการแทน ที่ปรึกษาพิเศษ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ, พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท. รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง รรท.ผบก.ทท.1, พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก.สน.ห้วยขวาง และ พ.ต.ท.นฤวัต พุทธวิโร สว.งานสายตรวจ 1 ฯลฯ 

ร่วมกันแถลงจับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ จับกุมผู้ต้องหาได้ 7 ราย ประกอบไปด้วย นางสาวธัญรัตน ชัยดี หรือ ฟาง, นายภูชิช ภูยาธร, นางสาวลําพู อินทรปาน, นางสาวอารียา วาวีเจริญสิน, นายลู เจน เล ( LU JEN LAY) สัญชาติไต้หวัน, นายเฉิน เกา เฉิน (Kao Chen Kao) สัญชาติไต้หวัน และ นายเฉิน สง หง (Hung Chen Hsiung) สัญชาติไต้หวัน ในฐานความผิดร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตัวเป็นบุคคลอื่น และมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พร้อมของกลาง โทรศัพท์ โน้ตบุ๊ก สมุดรายชื่อผู้เสียหาย และบทสนทนา เป็นต้น

สำหรับการจับกุม พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนโยบายของทางรัฐบาล ที่ให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ใช้โทรศัพท์ หลอกลวงประชาชนโดยการแสดงตนเป็นผู้อื่น หรือที่เรียกว่า คอลเซ็นเตอร์ ซึ่งได้ก่อเหตุหลอกลวงเหยื่อสูญเงินเป็นจำนวนมาก จึงได้ลงนามคำสั่งแต่งตั้งพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่ง ตร.ที่ 683/2560 มอบหมายให้ พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รักษาราชการแทน ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รรท.รอง ผบช.ทท. บูรณาการกำลังกับ บช.ทท. บก.สปพ. กองการต่างประเทศ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงาน ปปง. ได้ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ และได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ที่เปิดเผยว่า พฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลุ่มนี้จะทำเป็นขบวนการแบ่งงานกันทำ โทรหลอกเหยื่อทั้งในประเทศไต้หวัน และในประเทศไทย โดยขบวนการนี้มีการแบ่งงานกันทำเป็นโครงข่ายของกลุ่มองค์กรอาชญากรรม อาทิ กลุ่มคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) จะทำหน้าที่หลอกลวงเหยื่อ, กลุ่มจัดหาบัญชีธนาคาร หรือบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (บัตรเอทีเอ็ม), กลุ่มม้าถอนเงิน, กลุ่มหัวหน้ากลุ่ม พฤติกรรมจะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หลอกเหยื่อว่าพบความผิดเกี่ยวกับคดีอาชญากรรม ให้เหยื่อโอนเงินมา โดยใช้อุปกรณ์ในการเปลี่ยนแปลงหมายเลขที่โทรเข้าหาเหยื่อ จากเบอร์โทรศัพท์มือถือ หรือโทรศัพท์พื้นฐานให้เป็นเบอร์โทรศัพท์ของหน่วยงานรัฐ หรือที่เป็นที่รู้กันคือระบบ VoIP หรือ Voice over Internet Protocol ทำให้เหยื่อหลงเชื่อง่าย จนเกิดความเสียหายจำนวนมาก

"ซึ่งขณะนี้ได้ขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งสิ้น 107 หมาย และจับกุมได้ 82 หมาย รวมทั้งอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมอีก 25 หมาย อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคีย์แมนสำคัญของขบวนการ ซึ่งเป็นหัวหน้าขบวนการคอลเซ็นเตอร์ในไทย เป็นชาวไต้หวัน และพวกได้ 7 ราย"

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ถูกชักชวนจากเพื่อนร่วมชาติชาวไต้หวันให้เดินทางมาในประเทศไทยเพื่อประกอบธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ หลังจากที่เกษียณจากการทำงานแล้ว โดยในแต่ละเดือนจะได้รายได้จากการหลอกลวงเป็นจำนวนมาก ซึ่งทำมาเป็นเวลากว่า 1-2 ปี อย่างไรก็ตามในวันศุกร์นี้ ทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะหารือกับทางสำนักงาน ปปง.เพื่อวางมาตรการในการยึดทรัพย์ และดูแลเยียวยาผู้เสียหายในคดีต่อไป