วันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับยาบ้า 4 ล้านเม็ด กว่า 900 ล้าน ปส.ลุยยึดทรัพย์ เปลี่ยนเป็นเม็ดเงิน

“เฉลิมเกียรติ” นำทีมแถลงจับยาเสพติดจำนวนมหึมา ยาบ้ากว่า 4 ล้านเม็ด ไอซ์-ยาเค อีกเพียบ มูลค่ากว่า 900 ล้าน ด้าน “พล.ต.ท.สมหมาย” ใส่เกียร์เดินหน้านโยบาย “เปลี่ยนเม็ดยาให้เป็นเม็ดเงิน” ไล่ยึดทรัพย์เครือข่ายยานรก

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 21 พ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร.(ปป.1) พร้อมด้วย พล.ต.ท.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ รรท.ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. ในฐานะผอ.ศอ.ปส.ตร. พล.ต.ท.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พล.ต.ต.วุฒิพงศ์ เพ็ชรกำเหนิด ผบก.ปส.3 และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดรวม 5 คดี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย เป็นชาย 8 คน หญิง 2 คน ยึดของกลางเป็นยาบ้ารวม 4,090,000 เม็ด ไอซ์ 59 กก. เคตามีน 50.33 กก. ตรวจยึดรถยนต์ 7 คัน รถจยย. 5 คัน โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง และเงินสด รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 929,615,720 บาท

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการปราบปรามยาเสพติดในช่วงวันที่ 16-19 พ.ย. โดยทาง บช.ปส.ได้ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สกส.บช.ปส. สภ.แม่สรวย จ.เชียงราย สภ.ห้วยไร่ จ.แพร่ และทหาร ศป.ปส.ชน. ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย คือ นายนพพล มอสสีงาม อายุ 24 ปี นายรัฐนโชติ บุตรนามดี อายุ 37 ปี ทั้งสองเป็นชาว จ.แพร่ นายธนนันธ์ บดินทร์เมธังกุล อายุ 38 ปี ชาว จ.เชียงราย นายอนุรักษ์ เกษรินทร์ อายุ 21 ปี ชาวจ.สุราษฎร์ธานี และเด็กหญิงวัย 13 ปี ภรรยาของนายอนุรักษ์ พร้อมของกลาง ยาบ้า 400,000 เม็ด รถยนต์กระบะ 3 คัน รถยนต์เก๋ง 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง โดยสามารถจับกุมได้ที่ตลาดโชคเจริญ หมู่ 13 ต.สันทราย อ.เมือง จว.เชียงรายต่อเนื่องบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. เลขที่ 40/4 หมู่ 1 ถ.เอเชีย ต.บางเดื่อ อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ กล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ ว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ผ่านไปพื้นที่ตอนในปลายทางอยุธยา ชุดจับกุมจึงเฝ้าติดตามรถยนต์ต้องสงสัย ก่อนจะสามารถจับกุมได้ที่ตลาดโชคเจริญ อ.เมือง จ.เชียงราย 3 คน และจับกุมเพิ่มในเวลาต่อมาได้อีก 2 คน

คดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจยานพาหนะชุมพร กก.2 บก.ปส.4 และตำรวจในพื้นที่ จ.ชุมพร ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา 3 ราย คือ นายธีรภัทร ลำภา อายุ 31 ปี ชาวจ.ปราจีนบุรี นายเกียรติศักดิ์ ขันโท อายุ 33 ปี จ.ปราจีนบุรี นายมนตรี ประชุมคุณ อายุ 25 ปี ชาวจ.ปราจีนบุรี พร้อมของกลาง ยาบ้าลักษณะเม็ดกลมแบนสีส้ม จำนวน 90,000 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง แทปเล็ต 1 เครื่อง รถยนต์เก๋ง จำนวน 2 คัน เงินสด 30,720 บาท โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณที่ทำการด่านตรวจยานพาหนะชุมพร ถนนเพชรเกษม (กรุงเทพฯ-ชุมพร) หมู่ที่ 2 ต.หงษ์เจริญ อ.ท่าแซะ จว.ชุมพร (ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 451-452)

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดเครือข่ายมินิสทิงพระ จะลักลอบขนยาเสพติดไปส่งในพื้นที่ อ.สทิงพระ จ.สงขลา โดยใช้รถเก๋ง เจ้าหน้าที่จึงตั้งด่านตรวจ ขณะปฏิบัติหน้าที่พบรถต้องสงสัยขับเข้ามาที่ด่าน ก่อนจะไหวตัวหักรถกลับย้อนหนี ต่อมานายธีรภัทรได้หยุดรถและหิ้วถุงกระสอบหนีไปแต่ก็ถูกจับได้ ภายในถุงพบยาบ้า 9 หมื่นเม็ด ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือได้ พร้อมให้การว่า รับยาบ้ามาจากหน้าวัดขวาง อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร เพื่อส่งให้ลูกค้าที่ จ.สงขลา ได้ค่าจ้าง 2 แสนบาท

คดีที่ 3 เจ้าหน้าที่ บก.ปส.3 บช.ปส. ได้ทำการจับกุม นายจำลอง หรือจา แซ่โซ้ง อายุ 32 ปี ชาว นายชัย แซ่โซ้ง อายุ 30 ปี ทั้งสองเป็นชาว จ.เชียงราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 100,000 เม็ด ไอซ์ น้ำหนักรวม 9 กก. สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่า กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติด จึงติดต่อล่อซื้อในราคา 4.5 ล้านบาท โดยนัดส่งมอบกันบริเวณไหล่ทางหน้าบริษัทเมืองไทยลิสซิ่ง อ.เทิง จ.เชียงราย ก่อนจะแสดงตัวจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ได้

คดีที่ 4 สืบเนื่องจากวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.3 และเจ้าหน้าที่ศุลกากร ประจำท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับแจ้งจากสายลับ และสืบสวนทราบว่า จะมีกลุ่มค้ายาเสพติด ลักลอบส่งยาเสพติด ทางพัสดุจากประเทศไทยไปยังประเทศฮ่องกง จึงทำการตรวจสอบพัสดุตามกล่องต่างๆ ด้วยเครื่องสแกนพบกล่องพัสดุต้องสงสัย จึงตรวจสอบพบยาเคตามีนถูกซุกซ่อนในกระป๋องแป้ง ยี่ห้อแป้งโยคี จำนวน 5 กระปุก น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 330 กรัม บรรจุภายในกล่องพัสดุ  DHL สีเหลือง ขนาดเบอร์ 3 เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการขยายผลผู้ส่งและผู้รับรวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง

คดีที่ 5 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ ตำรวจ กก.3 บก.ปส.3, บก.สกส.บช.ปส., เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ภ.6, สภ.หยุหะคีรี, และเจ้าหน้าที่ทหาร ได้รับแจ้งจากสายลับ และสืบสวนทราบว่า จะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจากทางภาคเหนือ ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมาก มาจากทางภาคเหนือลงสู่เขตภาคกลางและปริมณฑล  มากับรถยนต์กระบะโดยจะใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย เป็นเส้นทางลำเลียง จึงตั้งด่านเพื่อสกัดตรวจค้นจับกุม จนกระทั่งเจอรถกระบะ 2 คันต้องสงสัยจึงเรียกตรวจค้น ก่อนที่คนร้ายทั้งหมดได้จอดรถทิ้งไว้ข้างทางก่อนจะหนีลงไปป่าข้างทาง จากการตรวจสอบรถกระบะทั้ง 2 คันพบยาบ้า จำนวนประมาณ 3,500,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน  50 ก้อน หรือประมาณ 50 กิโลกรัม เคตามีน จำนวน 50 ก้อนประมาณ  50 กิโลกรัม ยาเสพติดทั้งหมดถูกบรรจุภายในถุงกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายจำนวน15 ใบ เพื่องานต่อการขนส่ง ซึ่งผู้ต้องหาขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี

"ยาส่วนใหญ่ที่สามารถจับกุมได้ในครั้งนี้เป็นยาของกลุ่มหว้าใต้ ซึ่งต่อไปนี้ทาง บช.ปส. จะทำการไล่ล่าเรื่องทรัพย์สินทั้งหมด เพราะจากการคำนวณตัวเลข ยกตัวอย่างคดี “เอกอ้วน” รอบที่แล้ว มีทรัพย์เป็นพันล้าน แต่เรายึดได้ไม่เกินร้อยล้าน ถ้าสกัดกั้นเงินเหล่านี้ไม่ได้ การซื้อขายยาเสพติดก็จะยังมีอยู่ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่ามีการโอนเงินจำนวนมากตามชายแดน โดยมีผู้ต้องสงสัย 1 รายโอนเงิน 5 พันล้านบาทภายใน 1 ปี ดังนั้น ตำรวจจะต้องทำนโยบาย “เปลี่ยนเม็ดยาให้เป็นเม็ดเงิน” โดยเม็ดยาก็จะให้ตำรวจภาคต่างๆ ช่วยดำเนินการจับกุม และ บช.ปส. จะทำการไล่ล่าเม็ดเงินด้วย อย่างไรก็ตาม ขออย่ากังวลว่ายิ่งจับยาเสพติดยิ่งมาก เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเก่งขึ้น ทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดหลบซ่อนพรางตัวไม่ได้ ซึ่งต่างประเทศก็ชื่นชมในการทำงานของเรา" พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวทิ้งท้าย.