วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

‘อัจฉริยะ’ ร้องปลัดยุติธรรม ตั้งกก.สอบ ‘ดุษฎี’ รื้อคดีครูจอมทรัพย์


ปธ.ชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ยื่นหนังสือปลัดยธ. ขอตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ “พ.ต.อ.ดุษฎี” รองปลัดฯ เหตุรื้อคดีครูจอมทรัพย์ ตั้งประเด็นการใช้งบฯ และถูกต้องตามระเบียบราชการหรือไม่...

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 พ.ย.60 ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม ศูนย์ราชการอาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้าพบ นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเจ้าหน้าที่ข้าราชการกระทรวงยุติธรรมทำงานในคดีครูจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร ผู้ต้องหาฐานขับรถชนผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยศาลฎีกามีคำพิพากษายกคำร้องรื้อฟื้นคดี



นายอัจฉริยะ เปิดเผยว่า ตนได้หลักฐานเป็นเอกสารของหน่วยงานต่างที่ได้ตรวจพิสูจน์รถยนต์กระบะ หมายเลขทะเบียน บค 56 สกลนคร คันก่อเหตุ ทั้ง 3 หน่วยงาน คือ กรมการขนส่งทางบก ได้ให้ข้อมูลว่าครูจอมทรัพย์แจ้งมาว่าทำป้ายทะเบียนรถยนต์หายจึงทำป้ายทะเบียนขึ้นมาใหม่และนำมาสวม ก่อนส่งให้ พ.ต.อ.ดุษฎี นำไปให้ สถาบันเทคโนโลยี พระจอมเกล้าธนบุรี ตรวจสอบซึ่งความจริงแล้วเป็นแผ่นป้ายทะเบียนรถเป็นคนละป้ายกับเมื่อ 12 ปีที่แล้ว หากดูจากภาพจะเห็นว่ารูนอตบริเวณตัวเลขทะเบียนนั้นไม่ตรงกัน ขณะที่ทาง บริษัทโตโยต้า ได้ให้คำตอบตนเกี่ยวกับรอยชนด้านหน้าซ้ายหายไปว่ามีความเป็นไปได้รถอาจมีการเฉี่ยวชนแล้วเจ้าของรถอาจไปเปลี่ยนแปลงชิ้นส่วนรถ ดังนั้นรถกระบะคันดังกล่าวได้มีการสวมทะเบียนและเปลี่ยนชิ้นส่วนของรถใหม่



"เจ้าหน้าที่อ้างว่าการตรวจสอบดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานใหม่ทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งจริงแล้วไม่ใช่ เป็นการหลอกลวงประชาชน โดยครูจอมทรัพย์นั้นเป็นผู้กระทำความผิดจริงไม่ได้เป็นแพะตามที่มีการขอรื้อฟื้นคดี และ พ.ต.อ.ดุษฎี ก็ทราบตั้งแต่แรกว่ามีการรับจ้างติดคุกจริง ซึ่งการสอบปากคำ นายสับ วาปี ครั้งแรกก็ทราบว่าได้รับการว่าจ้างเป็น จำนวนเงิน 400,000 บาท และรับเงินไปแล้ว 200,000 บาท อีกทั้ง ครูอ๋อง หรือ นายสุริยา นวลเจริญ ยังเป็นหัวหน้าขบวนการรับจ้างหาคนมาติดคุกด้วย" นายอัจฉริยะ กล่าว



นายอัจฉริยะ เผยอีกว่า ตนขอเรียกร้องให้กระทรวงยุติธรรมตรวจสอบ พ.ต.อ.ดุษฎี ดังนี้ 1.ตรวจสอบการใช้งบประมาณในการใช้ตรวจพิสูจน์หลักฐานเพื่อรื้อฟื้นคดีให้ครูจอมทรัพย์ 2.มีการทำหลักฐานเท็จให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเซ็นชื่อ 3.ตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกี่คน และที่สำคัญทนายความที่ใช้ในคดีนั้นไม่ใช่ของกระทรวงยุติธรรมแต่พบว่ามีสัญญาจ้าง ดังนั้น จึงขอให้ปลัดกระทรวงยุติธรรมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ พ.ต.อ.ดุษฎี เพื่อเรียกเงินที่นำไปใช้ในคดีช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ กลับคืนเนื่องจากการทำหน้าที่ดังกล่าวสร้างความเสียหายแก่รัฐ



ด้าน นายวิศิษฏ์ กล่าวว่า ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว ซึ่งขณะนี้ตนยังไม่สามารถให้ความเห็นในเรื่องข้อเท็จจริงได้แต่เมื่อคณะกรรมการมีข้อพิสูจน์ขึ้นมาก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หลังจากนี้ในกระบวนการก่อนที่จะมีความเห็นรื้อฟื้นคดีได้มีการวางระบบเพิ่มเติม คือ ต้องมีคณะกรรมการมาเพิ่มไม่ใช่การทำงานของคนใดคนหนึ่ง 



"ขณะนี้ได้มีการปรับระบบการรับเรื่องให้ ศูนย์บริการร่วมกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้รับและกระจายเรื่องให้หน่วยงานในกระทรวงยุติธรรม หากเป็นเรื่องการรื้อฟื้นด้านกฎหมายก็จะมีกรมคุ้มครองสิทธิ์ หากเป็นการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ก็จะไปที่ กองการเจ้าหน้าที่ หรือ กจ. ในส่วนของการดำเนินการบุคคลอื่น ก็อาจจะมีดีเอสไอเข้ามาสอบสวนเพราะเกี่ยวข้องในระหว่างการดำเนินงานหลายส่วน ซึ่งการรื้อฟื้นทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น" นายวิศิษฏ์ กล่าว.